Wednesday, 23 April 2008

Dreams : จินตนาการที่ขาดหายไป...ความฝันที่พังทลาย

ผู้ใหญ่ทุกคนในวัยเด็กก็เหมือนเด็กๆทั่วไปที่ต้องการเล่น กิน เที่ยว และนอน วัยเด็กที่มักจะซนจนพ่อแม่หรือคนเลี้ยงเหนื่อยใจ เพราะบางคนซนขนาดที่พลพรรคศาลพระกาฬยังอาย วีรกรรมของเด็กนั้นก็มีมากมายหลายร้อยเรื่อง แต่ก็มักจะมีเรื่องหนึ่งที่เหมือนกัน และเด็กๆทุกคนก็ปรารถนานั้นก็คือ "ของเล่น" ร้อยทั้งร้อยเลยทีเดียว เราๆคงเคยเห็นเด็กที่ชักดิ้นชักงอเหมือนผีเข้า เมื่ออยากได้ของเล่นในห้างฯ หรือเป็นคิงคองน้อยเข้าสิงกระทืบเท้าไปมาเมื่ออยากได้สิ่งนั้นๆ บางคนที่เห็นอาจจะรู้สึกอยากจะเดินปรี่เข้าไปตบหัวซะป้าบถ้าทำได้ หรือสาแก่ใจที่เด็กเหล่านั้นมักจะถูกลงทัณฑ์โดยผู้ปกครอง ซึ่งวิธีจำกัดบทบาทอาละวาดนั้นก็มีแตกต่างกันไป ตั้งแต่ลงไม้ลงมือ หรือเจอของเล่นที่ต้องการเพ่นกะบาล ตลอดจนเดินหนีปล่อยให้เจ้าคิงคองสงบสติอย่างเดียวดายซะพัก

ปัจจุบันเด็กบางคนเริ่มรู้จักสิทธิของตนเริ่มมีการต่อรอง หรือเรียกร้องต่อการข่มขู่กับผู้กระทำ บ้างก็ว่าจะแจ้งมูลนิธิเด็ก บางรายก็ขู่ว่าจะร้องหาปวีณา ซึ่งก็ได้แต่พูดแถมยังเป็นการยั่วยุให้ผู้กระทำเพิ่มโทษลงไปอีก ไอ้ที่ควรร้องหรือยังไม่โดนเพ่นก็เลยโดนซะ และได้ร้อง (ปี่แตก) สมใจอยากมันซะที

เด็กส่วนส่วนใหญ่ที่มีของเล่นที่ชื่นชอบก็มักจะรัก และหวงแหนและก็อยากอวด พ่อแม่ที่รู้แกวก็มักจะบอกว่า ห้ามเอาไปโรงเรียนนะ เพราะกลัวหาย กลัวพัง และที่สำคัญ "กลัวครูริบ" ซึ่งถือเป็นการกระทำที่อุกอาจมาก และทำร้ายจิตใจอย่างรุนแรง สำหรับครูที่ริบของเล่นเด็กแล้วไม่คืน โดยจะอ้างว่าอะไรก็ตาม สุดท้ายของเล่นก็ตกไปอยู่กับลูกครู เป็นวงจรที่อุบาทว์ที่สุด ใครที่เป็นผู้ใหญ่แล้วจำได้ว่าเด็กๆของคุณถูกริบของเล่นนั่นแหละ จุดเบี่ยงเบนของชีวิตเลยทีเดียว ป่านนี้คุณอาจได้เป็นครีเอทีฟ ที่ยิ่งใหญ่ หรือนักผจญภัยผู้ก้องโลกไปแล้วก็ได้ แทนที่จะต้องมานั่งเป็นพนักงานบริษัท หรือข้าราชการเช้าชาม เย็นชาม บางคนอาจมองไม่เห็นภาพ แต่คนที่โดนบางอารมณ์ตอนนี้ยังมีแอบเอา ไอมดแดงที่ซื้อมา 700 เยน มาต่อสู้กันในมุมมืด น้ำตามันไหลข้างในนะครับ

สมมุติว่า เมื่อวัยเด็ก(โดยเฉพาะเด็กผู้ชาย) คุณมีตุกตุ่นเต็มกระเป๋าทั้ง 2 ข้างมีตัวเก่งที่พันตะกั่ว ทั้งแขน ขา เพื่อนในห้องเรียนก็มีเหมือนกันอย่างที่เคยบอกตุ๊กตุ่นคือทรัพย์สมบัติ หนังสือการ์ตูนคือเพื่อนแท้ การส่งวาดรูปได้รางวัล ทอย(การทิ้งลงเหมือนการทอยลูกเต๋า) ตุ๊กตุ่นได้กินตัวของเพื่อน คือ เกียรติยศ วกกลับมาที่ตุ๊กตุ่นที่ต้องใช้ ทอยเส้นบนสังเวียนลูกผู้ชายในวัยเด็ก เราไม่เคยเล่นกินตังค์กันมี่แต่จ่ายกันเป็นตัวตุ๊กตุ่น

คุณครูผู้ใจดีอารมณ์เสียด้วยหน้าที่ หรือหวยใต้ดินที่แทงโต๊ดไว้ไม่ออกกลับมามองว่าการทอยเส้นของเหล่ายุวชนตุ๊กตุ่นเป็นการพนันระดับลาสเวกัส (แล้วทำไม่คุณครูเหล่านั้นไม่มองการละเล่นเป่ากบ หรือการเป่าหนังยางนั่นเป็นการพนันมั้งหละครับ ทั้งๆที่วิธีการเล่นก็เหมือนๆกัน แตกต่างกันแค่วัสดุที่ใช้เล่นหรือเพียงเพราะ หนังยางนั้นดูไม่มีค่า) คุณครูจึงได้ประกาศก้องหน้าห้องว่า "ใครมีตุ๊กตุ่นอยู่ในครอบครอง ให้นำมากองไว้ที่หน้าห้อง" (โปรดฟังอีกครั้งหนึ่ง)

ช็อคนะครับ ยิ่งกว่านักการเมืองถูกยึดทรัพย์ซะอีก เพราะมันคือเพื่อน คือค่าฝีมือที่ฝึกปรือจินตนาการให้โลดแล่นยามเราสร้างสถานการณ์ให้ตัวตุ๊กตุ่นนั้นมีเรื่องราวในตัวมัน คือน้ำพักน้ำแรงในวัยเยาว์ ชื่อเสียงเกียรติยศป่นปี้ เพื่อนสาวในตอนนั้นที่หมายปองไว้มองว่าเป็นไอขี้แพ้ ไอเด็กผีพนัน ชีวิตวัยเยาว์ที่สวยหรูเคยมีความสุขกับของเล็กๆ ไม่มีอะไรเหลือแล้ว เพราะครูที่สิ้นหวัง และอยากให้ลูกศิษย์ตกอยู่ในอาการเดียวกัน

นักเรียนบางคนถึงกับใจแข็ง จับแยกกองของตัวเองไว้แล้วถามออกไป "พวกผมจะได้คืนเมื่อไรครับ" ครูที่ตอนนี้หน้าตาไม่ต่างกับยักษ์วัดแจ้ง ที่ตั้งอยู่ที่สุวรรณภูมิ เพื่อบ่งบอกให้คนต่างชาติที่มาเห็นได้รู้ว่านี้คือประเทศไทย ทำเหมือนเค้าไม่รู้เลยเนอะว่าที่เข้าเสียตังค์ซื้อตั๋วมาเนี้ยจะบินมาประเทศไหน(นีคือคำอ้างของรัฐบาล) ครูจึงตอบกลับมาว่า "คืน.....ของที่ถูกริบไม่เคยคืนอยู่แล้ว ริบคือริบไม่ใช่ฝากฉันว่าท่าทางเธอคงตกภาษาไทยนะเนี่ย ! " แล้วครูใจยักษ์ก็หอบตุ๊กตุ่นใส่ถุงเดินออกไปจากห้อง พวกเราบางคนนั่งกัดฟัน บางคนน้ำตาคอเบ้า บางคนนั่งเหม่อลอยตามถุงไปจนละสายตาเหมือนกับอนาคตกำลังจะหายไปจากชีวิต

ความฝันทั้งหมด จินตนาการไม่เหลือหลอ เย็นนี้จะเอาอะไรไปสู้กับกองทัพต่างดาวที่จะบุกโลก ไม่มีอีกแล้ว บางคนเลิกเล่นไปเลย บางคนหันไปเริ่มต้นเก็บใหม่ บางคนไม่มีไรเล่นถึงกับไปนั่งเล่นจุ๊ดจู๋ตัวเอง......น่าอนาถใจมั้ยครับ

ถุงตุ๊กตุ่นไม่ได้ถูกเก็บไว้ในที่ที่ควรเก็บ หรือถูกทำลาย มันถูกนำไปบ้านของครูซะส่วนใหญ่ กลายเป็นของเล่นให้ลูกครูขโมยมรดกทรัพย์สมบัติของพวกเราไป โดยมีครูใช้อำนาจในทางที่ผิดลูกครูหลายคนเมื่อโตไปกลายเป็นผู้กำกับหนัง นักวิทยาศาสตร์ผู้คิดค้นสิ่งใหม่ๆ เป็นนักเขียนนวนิยายชื่อดัง เป็นครีเอทีฟ เป็นอนิเมเตอร์ ฯลฯ

ส่วนเพื่อนๆผมนะหลอ บางคนไปเป็นเกย์ เป็นพนักงานบริษัท เป็นข้าราชการ เป็นคอลัมน์นิสต์งอกง่อย

เลิกริบของเล่นเด็กๆกันเถอะครับ ถ้าอยากให้โลกเจริญ ดั่งที่บอกเด็กคืออนาคตของชาติ