Wednesday, 23 April 2008

ป้าขายกล้วยแขกคนหนึ่ง กิจการเริ่มขยับขยายจึงเกิดประกายความคิดวาบขึ้นมาว่า อยากทำหนังโฆษณากับเขาซักเรื่อง

เรื่องย่อ : ป้าขายกล้วยแขกคนหนึ่ง กิจการเริ่มขยับขยายจึงเกิดประกายความคิดวาบขึ้นมาว่า อยากทำหนังโฆษณากับเขาซักเรื่อง ก็เลยเดินดุ่มๆ เข้าไปหาเอเจนซี่โฆษณา เรื่องราวหลังจากนั้นจะเป็นอย่างไร? หนังโฆษณากล้วยแขกของป้าจะสำเร็จหรือไม่? โปรดติดตาม...
หมายเหตุ : ภาษาอังกฤษที่เข้ามาบ่อยๆในนี้ เป็นศัพท์แสงที่ใช้กันเป็นปกติในวงการโฆษณา เพื่อให้เข้าถึงรสชาติของวงการนี้ เราจึงขอใช้ทับศัพท์บ้างในบางคำ และงานโฆษณา ทั้งหมดที่เราหยิบยกมานำเสนอในคอลัมน์นี้เป็นตัวอย่างงานโฆษณาที่เราชื่นชมจนต้องยกมาพูดถึง ไม่ใช่งานโฆษณาที่เรามีส่วนได้ส่วนเสียแต่อย่างใด จึงขอทำความเข้าใจมาในโอกาสนี้ ตัวละคร Advertising Story

1. ลูกค้า(ป้าขายกล้วยแขก)
เป็นเจ้าของกิจการ เป็นผู้ที่รู้สึกดีที่สุดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของตนเอง
2. Account Executive (AE)
ฝ่ายประสารงานลูกค้า ติดต่อประสานงานระหว่างลูกค้ากับทีมครีเอทีฟ มีความอดทนสูง สามารถไกล่เกลี่ยเรื่องราวข้อพิพาทได้ดี มีไหวพริบปฏิภาณเป็นเลิศ

3. Strategic Planner
เป็นผู้วางกลยุทธ์ทางการตลาดและการโฆษณา จับประเด็นเก่ง รู้ข้อมูลของโลกกว้างและนำมาประมวล ประยุกต์ ประติดประต่อ ประสมกันจนออกมาเป็นโจทย์ได้

4. Creative Director (CD)
หัวหน้าของครีเอทีฟในกลุ่ม คิดและคัดไอเดียดีๆ มาปั้นให้เป็นตัวเป็นตน ประสบการณ์สูง เก่ง คม รสนิยมดี ตาแหลมเลือกงานเป็น ตบที่เดียวอยู่
5. Copywriter
ผู้เขียนคำโฆษณา คิดงานกับอาร์ตไดฯ ดูแลเรื่องคำพูด ข้อความต่างๆ และเสียงทั้งหลายที่ปรากฏในโฆษณา รับหน้าที่เขียนสปอตวิทยุด้วย รักตัวหนังสือ มีความสุขกับการเขียน บางรายมีวาทศิลป์เป็นเลิศ บางรายก็พูดน้อย ใช้ ‘ปาก’ กาพูดแทน

6. Art Director
ผู้กำกับศิลป์ คิดงานกับก๊อบปี้ฯ ดูแลเรื่องภาพทั้งหนังและพรินต์แอด (โฆษณาสือสิ่งพิมพ์) รสนิยมทางศิลปะเลอเลิศ ส่วนใหญ่ขี้แต่งตัว ศึกษางานอาร์ตเยอะ มีความสุขกับการทำภาพ ขยัยไปมาได้ทั้งวัน สเกลระดับ 1 มม. โย้ซ้ายย้ายขวา สำรับพวกเขามันมีผลต่อชีวิตมาก


7. Producer
ผู้ดูแลทางด้านการผลิ มีทั้งหนัง พรินต์แอด และสปอตวิทยุ ไม่รังเกียจชีวิตที่ยุ่งเหยิง สามารถรับโทรศัพท์ได้ทุกที่ทุกเวลา ตั้งแต่ในส้วมยันบนเตียง คล่องแคล่ว กระฉับกระเฉง เป็นนักจัดการตัวยง มีความรู้ด้านโปรดักชันท่วมหัว
8. Director
ผู้กำกับ รับสตอรี่บอร์ดต่อมาจากทีมครีเอทีฟ แล้วคิดวิธีเล่าให้น่าสนใจที่สุด ดูหนังเยอะ เป็นนักเล่าเรื่องตัวยง สามารถเล่าเรื่องจืดๆ ให้น่าสนใจ และเล่าเรื่องที่น่าสนใจให้จี๊ด!

9. ทีมงานของ Production House
เตรียมงานด้านการผลิตทั้งหมด มีมากมายตั้งแต่โปรดิวเซอร์, ฝ่ายอาร์ต, พร็อพ, เสื้อผ้า, แคสติ้ง, โลเคชัน, แต่งหน้า, ทีมไฟ, ทีมฉาก, ผู้ช่วยผู้กำกับ, ตากล้อง, ฯลฯ ทำงานอย่ามืออาชีพสุดๆ

10. Editor
ผู้เอาฟุตเทจทั้งหมดที่ถ่ายทำมา มาเรียงร้อยเข้าด้วยกันจนเป็นเรื่องราวที่น่าสนใจ ดูหนังเยอะ เป็นนักสังเกตอารมณ์, จังหวะ และรายละเอียดของหนังชั้นอ๋อง
11. Post Production
ทีมงานทางด้านคอมพิวเตอร์ช่วยทำในสิ่งที่เคย ‘คร่าว’ ให้กลายเป็นสมบูรณ์แบบ มีความละเอียดสูง เป็นนักประดิดประดอย พูดน้อย นั่งนานๆ ในห้องมืด ได้โดยไม่บ่น


12. คนห้องเสียง
ผู้ใส่เสียงทุกสิ่งทุกอย่างลงไปในหนังโฆษณาที่ไม่ได้ซิงก์ซาวนด์ตอนถ่าย ละเอียด หูดี รู้เรื่องเพลงและอารมร์ของหนัง ขยันใส่ซาวนด์เอฟเฟกต์ สนุกกับเสียง


ต่อไปนี้คือเรื่องราวของกว่าจะมาเป็นงานโฆษณากล้วยแขกของป้า


1. Start คุณป้าลูกค้าเดินเข้ามาคุยกับ AE และ Planner


--------------------------------------------------------------------------------


4. Think ทีมครีเอทีฟก็เริ่มนั่งคิดกันหัวฟูทั้งอาร์ตไดฯ, ก็อบปี้, ซีดี ในช่วงเวลาที่กำหนด


--------------------------------------------------------------------------------


7. Produce ถ้าลูกค้าซื้อก็เดินหน้าต่อไป คุยกับโปรดิวเซอร์เพื่อช่วยกันหาผู้กำกับที่เหมาะกับบอร์ดนี้ (แต่ถ้าลูกค้ายังไม่ถูกใจ ต้องกลับไปขั้นตอนที่ 4 อีกครั้ง)


--------------------------------------------------------------------------------


10. ทีมงานของโปรดักชันเฮาส์ วิ่งวุ่นหาสถานที่ถ่ายทำ ตัวแสดง เสื้อผ้า สารพัด


--------------------------------------------------------------------------------


13. Edit เอาวัตถุดิบที่ถ่ายทำมา ส่งต่อให้ Editor เพื่อทำการร้อยเรียงให้เป็นเรื่องราว


--------------------------------------------------------------------------------


16. Final Mix ทำเสียงขั้นตอนสุดท้าย รวมเพลงประกอบ เอฟเฟกต์ เสียงโฆษกเข้าด้วยกัน จนเป็นชิ้นงานที่สมบูรณ์ คุณป้าลูกค้ามาดูเป็นครั้งสุดท้าย ถ้าโอเคก็ออกอากาศ (ถ้าไม่โอเค กลับไปขั้นตอนที่ 15 หรือไม่ก็ 16)



2. เขียน Brief AE กับ Planner รวบรวมข้อมูลของสินค้าและการตลาดมาคิดให้เป็นโจทย์โฆษณา


--------------------------------------------------------------------------------


5. Internal ทีมคิดกันเสร็จแล้ว ได้ไอเดียเจ๋งๆ มาจำนวนหนึ่ง ก็จะมาเล่าให้ AE กับ Planner เพื่อเช็กความถูกต้อง ว่าตอบโจทย์หรือไม่ อย่างไร


--------------------------------------------------------------------------------


8. เล่าสติรี่บอร์ดให้ผู้กำกับฟัง เพื่อทำความเข้าใจในสินค้า และจุดประสงค์ของโฆษณาชิ้นนี้


--------------------------------------------------------------------------------


11. Pre-Production ครีเอทีฟและผู้กำกับนำของทั้งหมดทั้งมวลมาเสนอกับคุณป้า ลูกค้าว่าโอเคไหม? ถ้าโอเคก็เดินหน้าต่อ (ถ้าไม่โอ ก็ต้องกลับไปขั้นตอนที่ 9 หรือ 10 อีกครั้ง)


--------------------------------------------------------------------------------


14. Dubble Head จับหัวเอเจนซี่+โปรดักชันเฮาส์ ปะทะเข้ากับลูกค้า เป็นสองหัว เพื่อดูว่าถูกใจหนังที่ตัดออกมาหรือเปล่า? (ถ้าไม่ถูกใจกลับไปขั้นตอนที่ 13 ถ้าซวยมากอาจต้องกลับไปขั้นตอนที่ 12 บรื๋ววววว)


--------------------------------------------------------------------------------


17. On Air โฆษณากล้วยแขกของคุณป้าได้ออกสู่สายตาสาธารณชนเสียที แฮ่กๆๆ ...