Wednesday, 23 April 2008

Dreams : แสดงว่าอยากเป็นผู้กำกับหนัง


Interview with James Franco

ถึงจะกลายเป็นตัวร้าย แต่ก็ร้ายแบบหล่อจนสาวหลงอยู่ดีสำหรับ James Franco ในบท Harry Osborn ว่าที่ Green Goblin แทนที่พ่อของเขา ซึ่งเป็นตอนที่เข้มข้นมากๆ อีกตอนนึงของซีรี่ส์สไปเดอร์แมนเลยทีเดียว

ในตอนจบของภาคแรกทิ้งให้ Harry ต้องแค้นที่สไปเดอร์แมนฆ่าพ่อของเขาโดยที่ไม่รู้ว่าพ่อของเขานั้นเป็นเจ้ากรีนก็อบบลิน , แถมไม่รู้ว่าเพื่อนของเขาก็คือสไปเดอร์แมนนั่นเองอีกต่างหาก แต่ในภาคสองนี่ล่ะที่ James Franco จะได้เล่นบทร้ายของเขาและความสัมพันธ์ของเขากับปีเตอร์ก็เริ่มสั่นคลอนและตึงเครียดมากขึ้นด้วย

ตัวละครของคุณดูจะแฮ็ปปี้อยู่ชั่วขณะของเรื่องเท่านั้นเองนะ
James : ที่ว่ามีความสุขก็คือตอนที่เขาคิดว่าธุรกิจของเขากำลังจะไปได้สวยน่ะครับ เพราะเขาลงทุนกับมันไปมาก และมันก็เป็นธุรกิจของพ่อเขา เป็นชีวิตของเขาทั้งหมด เขาเคยพยายามทำทุกอย่างเพื่อเอาใจพ่อ แต่ตอนนี้พ่อจากเขาไปแล้ว บางทีมันอาจเป็นทางเดียวที่เขาจะแสดงให้วิญญาณของพ่อเขาเห็นได้ มันเป็นสิ่งที่แสดงถึงความหวังของเขา และก็แสดงถึงอะไรบางอย่างที่ซ่อนอยู่ด้วย ผมคิดว่าลึกๆ แล้วเขายังรู้สึกเศร้าเพราะเขารู้ว่าเขาจะไม่เป็นที่ยอมรับเมื่อไม่มีพ่อของเขาแล้ว

แล้วคิดว่าภาคสามบทของคุณจะได้พัฒนาไปยังไงบ้าง
James : ผมเองก็หวังว่าผมจะได้มีบทในภาคสามนะ มันเป็นประสบการณ์ที่ดีมากเลย ทำงานกับ Sam ก็สนุกมาก ผมรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในภาคสาม…

กลายเป็น Green Goblin เหรอ
James : ในหนังสือการ์ตูนมันเป็นแบบนั้นนะครับ แต่ผมคิดว่า Sam คงไม่ทำอะไรให้คาดเดาได้ง่ายๆ แบบนั้นแน่

อะไรเป็นสิ่งที่คุณคิดว่าทำให้สไปเดอร์แมนเป็นที่นิยมทั่วโลก
James : ผมเองก็ไม่รู้จะเปรียบเขากับตัวละครฮีโร่ตัวอื่นยังไงนะครับ แต่ผมรู้สึกว่าเขาเป็นตัวละครที่เป็นที่ชื่นชอบมากตัวหนึ่ง ตอนนี้ก็มีหนังซูปเปอร์ฮีโร่ออกมาเยอะมาก แต่กับสไปเดอร์แมน ผมว่ามันประสบความสำเร็จมากที่สุดซึ่งเคล็ดของมันอยู่ที่เนื้อเรื่องนะผมว่า ผมคิดว่า Sam กับทีมเขียนบทเข้าถึงตัวละครทุกตัวและยังสร้างความสัมพันธ์ของมันนอกเหนือไปจากเรื่องแอ๊คชั่นอย่างเดียวด้วย ผมคิดว่าพวกเขาสร้างอะไรมากกว่าเพียงแค่ฉากแอ๊คชั่น ซึ่งความเป็นดราม่าที่คั่นอยู่ระหว่างแอ๊คชั่นพวกนั้นมันไม่ใช่แค่เรื่องคั่นจังหวะ แต่เป็นเรื่องที่ลึกลงไปซึ่งผมคิดว่ามันยอดเยี่ยมยิ่งกว่าภาคแรกสักสิบเท่าได้มั้งสำหรับภาคนี้นะ เพราะเรื่องมันเข้มข้นขึ้นและแอ๊คชั่นก็ดีกว่าเดิมมากด้วย

แล้วตอนนี้รับมือกับความดังยังไง
James : ไม่รู้สิ ผมว่าก็เหมือนเดิมนะ มีแค่ครั้งเดียวเองมั้งที่ผมเจอกับคนมากกว่าหนึ่งคนเข้ามารุม ตอนนั้นผมอยู่ที่วอชิงตันแล้วก็มีเด็กๆ ที่กำลังทัศนะศึกษานั่นล่ะเข้ามาหาผม ตอนนั้นผมอยู่ที่คาเฟทีเรีย ผมว่าชีวิตผมก็ไม่ได้เปลี่ยนไปเท่าไหร่หรอกครับ ก็มีบ้างที่มีวัยรุ่นมาขอลายเซ็นตอนเดินถนนอะไรเงี้ย

สนใจอะไรอย่างอื่นนอกจากแสดงหนังมั้ย
James : ผมกำกับหนังด้วยนะ ปีนี้ผมกำกับหนังเล็กๆ ทุนน้อยตั้งสองเรื่อง เรื่องแรกชื่อ The Ape อีกเรื่องชื่อ Fool´s Gold ก็เป็นการกำกับสนุกๆ น่ะครับ มันมาจากละครเวทีที่ผมกับเพื่อเขียนแล้วเราก็เอานักแสดงที่โรงละครที่เล่นนั่นล่ะมาเล่น เนี่ยละครับที่ผมอยากทำ อ้อ ผมชกมวยด้วยนะ

แสดงว่าอยากเป็นผู้กำกับหนัง
James : ครับ แต่สิ่งที่ผมรู้สึกก็คือเรื่องรายได้ที่ผมสามารถหาได้จากการเป็นนักแสดง ผมเองก้ไม่อยากให้สองอย่างนี้เข้ามาตัดโอกาสผมในขณะที่ผมสามารถทำได้ดีอยู่ตอนนี้หรอกครับ จะว่าไปมันก็ไม่จำเป็นสักเท่าไหร่

Spider-Man 2 พร้อมกันวันที่ 30 มิถุนายน