Showing posts with label Case Studies : War on Cybernet. Show all posts
Showing posts with label Case Studies : War on Cybernet. Show all posts

Monday, 28 April 2008

อาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์

อาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์

อาชญากรรมคอมพิวเตอร์ คือ อาชญากรรมที่มีลักษณะ
1.การกระทำการใด ๆ เกี่ยวกับการใช้คอมพิวเตอร์ อันทำให้เหยื่อได้รับความเสียหาย และผู้กระทำได้รับผลประโยชน์ตอบแทน
2.การกระทำผิดกฎหมายใด ๆ ซึ่งใช้เทคโนโลยี คอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือและในการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่เพื่อนำผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีต้องใช้ความรู้ทางเทคโนโลยีเช่นเดียวกัน

การประกอบอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ได้ก่อให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจของประเทศจำนวนมหาศาล อาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์จึงจัดเป็นอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ หรือ อาชญากรรมทางธุรกิจรูปแบบหนึ่งที่มีความสำคัญ

อาชญากรทางคอมพิวเตอร์
1. พวกเด็กหัดใหม่ (Novice)
2. พวกวิกลจริต (Deranged persons)
3. อาชญากรที่รวมกลุ่มกระทำผิด (Organized crime)
4. อาชญากรอาชีพ (Career)
5. พวกหัวพัฒนา มีความก้าวหน้า(Con artists)
6. พวกคลั่งลัทธิ(Dremer) / พวกช่างคิดช่างฝัน(Ideologues)
7. ผู้ที่มีความรู้และทักษะด้านคอมพิวเตอร์อย่างดี (Hacker/Cracker )

• Hacker หมายถึง บุคคลผู้ที่เป็นอัจฉริยะ มีความรู้ในระบบคอมพิวเตอร์เป็นอย่างดี สามารถเข้าไปถึงข้อมูลในคอมพิวเตอร์โดยเจาะผ่านระบบ รักษาความปลอดภัยของคอมพิวเตอร์ได้ แต่อาจไม่แสวงหาผลประโยชน์
• Cracker หมายถึง ผู้ที่มีความรู้และทักษะทางคอมพิวเตอร์เป็นอย่างดี จนสามารถเข้าสู่ระบบได้ เพื่อเข้าไปทำลายหรือลบแฟ้มข้อมูล หรือทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ เสียหายรวมทั้งการทำลายระบบปฏิบัติการของเครื่องคอมพิวเตอร์


อาชญากรรมคอมพิวเตอร์ แบ่งเป็น 4 ลักษณะ คือ
1. การเจาะระบบรักษาความปลอดภัย ทางกายภาพ ได้แก่ ตัวอาคาร อุปกรณ์และสื่อต่างๆ
2. การเจาะเข้าไปในระบบสื่อสาร และการ รักษาความปลอดภัยของซอฟต์แวร์ข้อมูลต่างๆ
3. เป็นการเจาะเข้าสู่ระบบรักษาความปลอดภัย ของระบบปฏิบัติการ(Operating System)
4. เป็นการเจาะผ่านระบบรักษาความปลอดภัยส่วนบุคคล โดยใช้อินเตอร์เน็ตเป็นช่องทางในการกระทำความผิด



อาชญากรรมคอมพิวเตอร์

อาชญากรรมคอมพิวเตอร์ คือ การกระทำใดๆ เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ทำให้ผู้อื่นเสียหาย

กระบวนการทำผิด

1. ทำให้คอมฯ ทำงานผิดพลาด
2. การใช้คอมฯ ในการกระทำผิด
3. การใช้คอมฯ หาผลประโยชน์
อาชญากรทางคอมพิวเตอร์

1. พวกมือใหม่ กางเกงขาสั้น
2. นักเจาะข้อมูล (Hacker)
3. อาชญากรในรูปแบบเดิม ใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือ
4. อาชญากรมืออาชีพ
5. พวกหัวรุนแรงคลั่งลัทธิ

ปัญหาอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์

1. การเปลี่ยนแปลง ตัดต่อ ทำลายข้อมูล : เวลาทำงาน, บัญชี
2. การเจาะระบบ (Hacking)
ตัวอย่าง
-ระเบิดโทมาฮอค
การเจาะระบบทำให้ระเบิดผิดที่
-141 Hackers สาธารณูปโภค
-War Game สงครามปรมาณู
ภาพยนตร์ของสหรัฐอเมริกาที่มีการจำลองการเจาะระบบด้วยวิธีการต่าง ๆต่อระบบสาธารณูปโภคของสหรัฐอเมริกาทำให้ระบบสาธารณูปโภคต้องเป็นอัมพาต ไม่สามารถทำงานได้ ที่มีการเขย่าขวัญประชาชน และสภาคองเกรสของสหรัฐอเมริกาจนสภาคองเกรสต้องเรียกผู้สร้างหนังไปคุยเพื่อเป็นการป้องกันการเจาระบบ
3. ไวรัสคอมพิวเตอร์
-Yahoo “Logic Bomb/ Warm”
Ex. Worm : Stone, Undicd, Michealangallo, ลาวดวงเดือน
4. การโจรกรรมข้อมูล
-ทางทหาร, การค้า, ความลับ
5. การหลอกเครื่องคอมฯ
-วายร้าย A.T.M.
6. การค้าขายหลอกลวงโฆษณาเกินจริง
7. การละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ลามก, อนาจาร
-ภาพถ่ายผู้หญิงเข้าห้องน้ำ
-ละเมิดเด็ก
-เชื่อมเวบไซด์ sex + สันตะปาปา
8. การค้าประเวณี
-นัดหมายทาง E – mail
9. การเล่นการพนัน
10. การฟอกเงินผ่านอินเตอร์เน็ต
11. การบงการประกอบอาชญากรรม
12. การปลุกระดมผ่านอินเตอร์เน็ต
-การล้มล้างรัฐบาล
13. การหมิ่นประมาท
*14. การฆ่าคนผ่านอินเตอร์เน็ต*
15. ปัญหาการทำงานของคอมพิวเตอร์ซึ่งเป็นเทคนิคเฉพาะ อาจทำให้มีผู้อ้างความชำนาญทางคอมพิวเตอร์เพื่อหลอกลวงประชาชน
ตัวอย่าง กรณี ปัญหาY2K ในปี คศ.2000 ซึ่งอาจทำให้คอมพิวเตอร์ทำงานในเรื่องต่อไปนี้ผิดพลาด
-ธนาคาร, สถาบันการเงิน
-โรงพยาบาล เครื่องช่วยหายใจ, ฉีดยาอัตโนมัติ
-ภาษี, บัตรประชาชน
-โทรศัพท์
-หอบังคับการบิน
-การป้องกันประเทศ
ปัญหาที่ประสบ คือ มีโปรแกรมมั่วจำนวนมากที่หลอกลวงประชาชน
16. การรบกวนการทำงานคอมฯ ทั้งระบบ
-ส่ง E-mail 8,000 ฉบับ
*โรงพยาบาลกรุง Stock home

สรุปรูปแบบของอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์

ปัจุบันทั่วโลก ได้จำแนกประเภทอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ได้ 9 ประเภท (ตามข้อมูลคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจร่างกฎหมายอาชญากรรมทาคอมพิวเตอร์)
1. การขโมยข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต
รวมถึงการขโมยประโยชน์ในการลักลอบใช้บริการ
2. การปกปิดความผิดของตัวเอง โดยใช้ระบบการสื่อสาร
3. การละเมิดลิขสิทธิ์ ปลอมแปลงรูปแบบเลียนแบระบบซอฟแวร์โดยมิชอบ
4. การเผยแพร่ภาพ เสียง ลามก อนาจาร และข้อมูลที่ไม่เหมาะสม
5. การฟอกเงิน
6. การก่อกวน ระบบคอมพิวเตอร์ เช่น ทำลายระบบสาธารณูปโภค เช่น ระบบจ่ายน้ำ จ่ายไฟ จราจร
7. การหลอกลวงให้ร่วมค้าขาย หรือ ลงทุนปลอม (การทำธุรกิจที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย)
8. การลักลอบใช้ข้อมูลเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ในทางมิชอบ
เช่น การขโมยรหัสบัตรเครดิต
9. การใช้คอมพิวเตอร์ในการโอนบัญชีผู้อื่นเป็นของตัวเอง


ตัวอย่างอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์

Morris Case
การเผยแพร่หนอนคอมพิวเตอร์ (Worm)โดยนายโรเบิร์ต ที มอริส นักศึกษา สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ จากมหาวิทยาลัยคอร์แนล
หนอน (worm) สามารถระบาดติดเชื้อจากคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งไปสู่อีกเครื่องหนึ่ง ทำให้คอมพิวเตอร์ไม่สามารถทำงานได้ โดยมีการแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว
; ศาลตัดสินจำคุก 3 ปี แต่ให้รอลงอาญา โดยให้บริการสังคมเป็นเวลา 400 ชั่วโมง และปรับเป็นเงิน 10,050 ดอลลาร์สหรัฐ

. Digital Equipment case
เดือนธันวาคม ค.ศ.1980 เครือข่ายของบริษัท Digital EquipmentCorporation ประสบปัญหาการทำงาน โดยเริ่มจากบริษัท U.S Leasing
- คนร้ายโทร. ปลอมเป็นพนักงานคอมของ บริษัท Digital Equipment
- ขอเข้าไปในระบบ(Access)โดยขอหมายเลขบัญชีผู้ใช้ (Account Number)และรหัสผ่าน (password)
- ต่อมามีการตรวจสอบ
- มีการก่อวินาศกรรมทางคอมพิวเตอร์
* คอมพิวเตอร์พิมพ์ข้อความหยาบคาย เครื่องพิมพ์พิมพ์กระดาษเต็มห้อง
*ลบข้อมูลในไฟล์บริษัททิ้งหมด เช่น ข้อมูลลูกค้า สินค้าคงคลังใบเรียกเก็บเงิน

“141 Hackers” และ “War Game”
ภาพยนตร์ที่เกิดขึ้นในปี ค.ศ.1983
• “141 Hackers” การเจาะระบบสาธารณูปโภคของสหรัฐอเมริกา
• “War Game” การเจาะระบบจนกระทั่งเกือบเกิดสงครามปรมาณู ระหว่าง
• สหรัฐอเมริกา และโซเวียต
• ทั้งสองเรื่อง ถูกนำเข้าสู่ที่ประชุมของสภาคองเกรส (Congress)

ไวรัส Logic bomb/Worm ใน Yahoo
• ทำลายระบบคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้บริการของ Yahoo ในปี 1997
• ทำลายระบบคอมพิวเตอร์นับล้านเครื่อง

การเจาะระบบข้อมูลของ Kevin Mitnick
• โดยเจาะระบบของนักฟิสิกส์ Shimomura ของ San Diego
• Supercomputer center
• เจาะระบบการบริการออนไลน์ The Well
• เจาะระบบโทรศัพท์มือถือ
• ไม่แสวงหาผลประโยชน์
• Mitnick เจาะระบบข้อมูลเหมือนคนติดยาเสพติด ไม่สามารถเลิกได้

การปล้นเงินธนาคารพาณิชย์ 5.5 ล้านบาท
• คนร้ายเป็นอดีตพนักงานธนาคาร โดยมีคนในร่วมทำผิด เป็นทีม
• วิธีการ
• *โดยการปลอมแปลงเอกสารหลักฐาน เพื่อขอใช้บริการ ฝาก-ถอน
• โอนเงินผ่านอินเตอร์เน็ต “อินเตอร์เน็ตแบงค์กิ้ง” ซึ่งเป็นบัญชี
• ของลูกค้าที่มีการฝากเงินไว้เป็นล้าน
• เมื่อได้รหัสผ่าน(Password)แล้ว ทำการโอนเงินจากบัญชีของเหยื่อ
• ทางอินเตอร์เน็ต และทางโทรศัพท์ (เทโฟนแบงค์กิ้ง) ไปเข้าอีกบัญชีหนึ่ง
• ซึ่งได้เปิดไว้โดยใช้หลักฐานปลอม
* ใช้บริการคอมฯ จากร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่หลายแห่ง
* ใช้ A.T.M. กดเงินได้สะดวก
(ปัจจุบัน ร.ร.คอมฯเปิดสอนเกี่ยวกับการแฮคเกอร์ข้อมูล, การใช้อินเตอร์เน็ตคาเฟโดยเสรี ไม่กำหนดอายุ เงื่อนไข การแสดงบัตรประชาชน)

การทุจริตในโรงพยาบาล และบางบริษัท
โดยการทำใบส่งของปลอมจากคอมพิวเตอร์ เช่น
เจ้าหน้าที่ควบคุมคอมพิวเตอร์ ยักยอกเงินโรงพยาบาล 40,000 เหรียญ
โดยการทำใบส่งของปลอมที่กำหนดจากเครื่องคอมพิวเตอร์โรงพยาบาล
เจ้าหน้าที่ ควบคุมสินเชื่อ จัดทำใบส่งของปลอม จากบริษัทที่ตั้งขึ้นปลอม
โดยให้เช็คสั่งจ่ายบริษัทปลอมของตัวเองที่ตั้งขึ้น สูงถึง 155,000 เหรียญ

การทุจริตในบริษัทค้าน้ำมัน
พนักงานควบคุมบัญชี สั่งให้คอมพิวเตอร์นำเช็คจ่ายภรรยา แทนการจ่ายให้แก่เจ้าของที่ดิน โดยการแก้ไขรหัสผู้รับเงิน

การทุจริตในธนาคารของเนเธอร์แลนด์
ผู้จัดการฝ่ายต่างประเทศ และผู้ช่วยถูกจับในข้อหายักยอกเงินธนาคารถึง
65 ล้านเหรียญ ภายใน 2 ปี โดยการแก้ไขรหัสโอนเงินที่สามารถโอนเงินผ่านคอมพิวเตอร์

การทุจริตในบริษัทประกัน
เจ้าหน้าที่วิเคราะห์สินไหมทดแทนของบริษัท ทำการทุจริตเงินของ
บริษัทจำนวน 206,000 เหรียญ ในรอบ 2 ปี
ใช้ความรู้เรื่องสินไหมทดแทน โดยใช้ชื่อผู้เสียหายปลอมแต่ใช้ที่อยู่ของ ตัวเองและแฟน

ระบบคอมพิวเตอร์ในมหาวิทยาลัยมิชิแกน
ระบบข้อมูลซึ่งประมวลโดยคอมพิวเตอร์ ที่มีผู้สามารถจัดการข้อมูลได้
มากกว่า 1 คน ทำให้ระบบข้อมูลนักศึกษา 43,000 คนได้รับความเสียหาย
คะแนนเฉลี่ยถูกเปลี่ยน ข้อมูลบางอย่างถูกลบ

การทุจริตในบริษัทแฟรนไชส์
เจ้าหน้าที่คอมพิวเตอร์ของบริษัทผู้ผลิตอาหารรายใหญ่ ทำการทุจริต
ลบข้อมูลสินค้าคงคลัง และค่าแรงของแฟรนไชส์ 400 แห่ง

การทุจริตในกรมสวัสดิการสังคมของแคลิฟอร์เนีย
หัวหน้าและเสมียน ยักยอกเงินไปกว่า 300,000 เหรียญ ภายในหนึ่งปีโดยการร่วมกันจัดทำใบเบิกปลอม และไม่ผ่านกระบวนการอนุมัติที่ถุกต้อง

การทุจริตสนามม้าแข่งในออสเตรเลีย
เสมียนที่ควบคุมในระบบม้าแข่งแห่งหนึ่งของรัฐบาลได้ทุจริต
การแก้ไขเวลาในเครื่องให้ช้าลง 3 นาที
ทราบผลการแข่งขันจะโทรแจ้งแฟน
ความเสียหายที่เกิดขึ้น ไม่มีใครพิสูจน์ทราบ ไม่รู้ว่าทำมานานเท่าใด
จับได้เพราะแฟนสาวโกรธที่ได้เงินมาแล้วแบ่งให้หญิงอื่น

การทุจริตโกงเงินในบริษัท เช่น
โปรแกรมเมอร์นำเอาโปรแกรมบัญชีฝากเผื่อเรียก มายักยอกเบิกเกินบัญชี
ในบัญชีตนเอง เป็นเวลา 6 เดือน รวม 1,357 เหรียญ
พนักงานที่ถูกนายจ้างไล่ออก ได้ทำลายข้อมูลที่จัดเก็บไว้ในระบบon-line
เจ้าหน้าที่ควบคุมการปฏิบัติงานแผนกคอมพิวเตอร์ ขโมยที่อยู่ของลูกค้า
จำนวน 3 ล้านราย เพื่อเรียกค่าไถ่จากบริษัท
รองประธานระบบคอมพิวเตอร์ หัวหน้าปฏิบัติการของธนาคารร่วมกับ
บุคคลภายนอกอีก 3 คน โอนเงินจากบัญชีของลูกค้าที่ไม่ค่อยเคลื่อนไหว
ไปเข้าบัญชีที่จัดทำขึ้นมา
ผู้ปฏิบัติการคอมพิวเตอร์กดปุ่ม “Repeat” เพื่อจัดทำเช็คให้ตนเองถึง200 ใบ แต่ถูกจับขณะนำเช็คใบที่ 37 ไปแลกเงินสดจากธนาคาร
การบันทึกรายการปลอม
พนักงานคอมพิวเตอร์ต่อรองให้ทางบริษัทขึ้นเงินเดือนให้ทั้งแผนก ไม่เช่นนั้น ใบส่งของจำนวน 28,000 ใบ ที่กำลังจะส่ง จะถูกลดราคาลงไป 5%
ผู้วิเคราะห์ของระบบห้างสรรพสินค้าใหญ่ สั่งซื้อสินค้าจากห้างราคาแพงแต่ให้คอมพิวเตอร์พิมพ์ราคาต่ำ


ปัญหาอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์

1. การป้องกันเสียค่าใช้จ่ายสูง
-ร่วมมือแจ้ง E-mail
2. พิสูจน์กระทำผิด (Internet)
-อเมริกา ไทย
ผิด ผล
3. รับฟังพยานหลักฐาน
4. การบังคับใช้กฎหมาย : ข้ามชาติ
5. การขาดกฎหมายที่เหมาะสม
-อะไรคือทรัพย์ ?
-ใครคือผู้ปกป้อง
-ดำเนินการกับใคร
6. ความไม่รู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ของเจ้าหน้าที่
7. การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีสมัยใหม่




ไซเบอร์เทอเรอร์ริสม์
(การก่อการร้ายบนโลกไซเบอร์)

ไม่เพียงต่อโจมตีหรือมีผลคุกคามต่อคอมพิวเตอร์เน็ตเวิร์ก
• ให้ผลทางการเมือง หรือเชิงสังคมต่อผู้กระทำ
• ส่งผลต่อบุคคล และทรัพย์สิน
• ก่อให้เกิดความกลัวในสังคม

วิธีการของแฮกติวิสต์
1. การเจาะเข้าไปในเว็บไซต์แล้วปิดล้อมเว็บไซต์
2. ถล่มเป้าหมายด้วยอีเมล์-บอมบ์ *
3. การเจาะระบบผ่านเว็บเพื่อเข้าถึงข้อมูลภายใน
4. การปล่อยไวรัส หรือหนอนคอมพิวเตอร์*

ตัวอย่าง1

• เดือนกรกฎาคม 1997 สถาบันเพื่อการสื่อสารโลก (ไอจีซี)
ไอเอสพีของสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นโฮสต์ของเว็บไซต์ วารสาร
แห่งชาติบาสก์ เป็นของขบวนการแบ่งแยกดินแดนของบาสก์
ออกจากสเปน
• ถูกโจมตีด้วยอีเมล์บอมบ์ ข่มขู่ให้ถอดเว็บ ไอจีซี ยอมปิดเว็บ

ตัวอย่าง2
• เมื่อเดือนกรกฎาคม 2001 “หนอนโค้ดเรด”
• สร้างความเสียหาย2,600 ล้านดอลลาร์
• เซฟเวอร์เสียหายประมาณล้านเครื่อง

ตัวอย่าง3
22 ตุลาคม 2002 หัวใจเครือข่ายของอินเตอร์เน็ตทั่วโลก
ถูกโจมตีด้วยผู้ไม่ประสงค์ดีจำนวนมาก
• เว็บสำคัญที่ถูกโจมตี คือ เว็บไซต์เชิงพาณิชย์สำคัญ
• อาทิ ไมโครซอฟท์ ยาฮู

• แนวโน้มในอนาคต
การก่อการร้ายในโลกไซเบอร์สเปซ
• ความง่าย ลงทุนน้อย ผลเสียหายมหาศาล
• กำหนดเป้าหมายไร้ขีดจำกัด โจมตีในระยะไกลได้
• มีเวลาเหลือสำหรับหนี

*************************

กราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงกับที่มาของ Creadit Link: http://www.polsci.chula.ac.th/sumonthip/crime-comp.doc

การเปลี่ยนผ่านทางการศึกษาที่ยิ่งใหญ่ จึงควรเป็นการศึกษาที่มุ่งสร้างให้เกิดสังคมคุณภาพ : กลุ่มจิตวิวัฒน์

สร้างการเปลี่ยนผ่านที่ยิงใหญ่ด้วยการสร้างจิตสำนึกใหม่ทางการศึกษา
Tuesday, 13 November 2007
สร้างการเปลี่ยนผ่านที่ยิ่งใหญ่ ด้วยการสร้างจิตสำนึกใหม่ทางการศึกษา
เขียนโดย จุมพล พูลภัทรชีวิน
วันอังคารที่ ๑๘ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๐

"…การศึกษาที่มีคุณค่าที่แท้จริง ไม่น่าจะเป็นเพียงการวิ่งไล่ตามการเปลี่ยนแปลง เพียงเพื่อให้รู้สึกเสมือนว่าได้ทันสมัย ไม่ตกยุค ..."
หากพิจารณานวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่มนุษย์คิดค้น/พัฒนาขึ้น และมีผลกระทบต่อวิถีการดำเนินชีวิตของมนุษย์โดยทั่วไปอย่างทั่วถึง ที่ถือเป็นการเปลี่ยนผ่านครั้งยิ่งใหญ่ของโลกมนุษย์ จะมีการปฏิวัติทางเทคโนโลยีที่สำคัญสามครั้งคือ การปฏิวัติเทคโนโลยีทางเกษตรกรรม (ยุคเกษตรกรรม) การปฏิวัติเทคโนโลยีทางอุตสาหกรรม (ยุคอุตสาหกรรม) และการปฏิวัติเทคโนโลยีไซเบอร์เนติก (ยุคไซเบอร์) ช่วงระยะเวลาของการเปลี่ยนผ่านจะแตกต่างกันออกไป โดยระยะเวลาจะสั้นลง แต่รวดเร็วและรุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

การปฏิวัติเทคโนโลยีด้านการเกษตร เริ่มเมื่อ 11,000 ปีก่อน ส่งผลให้สังคมมนุษย์เปลี่ยนจากการล่าสัตว์และเร่ร่อนมาเป็นการทำเกษตรกรรม ลงหลักปักฐานทำมาหากินทางเกษตรกรรม จำนวนประชากรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เกิดชุมชนเมือง มีเมืองใหญ่เป็นศูนย์ตลาดการค้าและบริการต่างๆ เกิดอาชีพและการค้าเฉพาะทางเพิ่มขึ้น วิถีการดำเนินชีวิตและวัฒนธรรมของมนุษย์เปลี่ยนแปลงไปมากมาย

การปฏิวัติเทคโนโลยีด้านอุตสาหกรรม เริ่มเมื่อประมาณ ปี ค.ศ.1700 เมื่อมีการผลิตเครื่องจักรไอน้ำมาใช้แทนแรงม้า มีการพัฒนาเครื่องจักรเหล่านั้นไปใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมและการขนส่ง มีรถไฟพลังไอน้ำ มีการผลิตไฟฟ้า หลอดไฟฟ้า กล้องถ่ายรูป ภาพยนตร์ และอีกหลายๆ อย่าง การปฏิวัติอุตสาหกรรมนี้แผ่ขยายไปทั่วโลก ส่งผลต่อสังคม วัฒนธรรม สภาพแวดล้อม และวิถีการดำเนินชีวิตที่หลากหลายของมนุษย์เพิ่มมากขึ้น

การปฏิวัติเทคโนโลยีไซเบอร์เนติก (Cybernetic Technology) เริ่มในปี ค.ศ.1937 เป็นการเปลี่ยนผ่านที่รวดเร็วต่อเนื่อง ในช่วงนี้มีการสร้างคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่โดยบริษัท IBM จากนั้นมาวิวัฒนาการของคอมพิวเตอร์ก็ไม่เคยหยุดนิ่ง โทรศัพท์มือถือ และการพัฒนาระบบอินเตอร์เน็ต ทำให้มนุษย์สามารถติดต่อสื่อสารกันได้ทั่วโลก พัฒนาการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยเฉพาะ ไบโอเทคโนโลยี (Biotechnology) และ นาโนเทคโนโลยี (Nanotechnology) เจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว

ส่งผลกระทบต่อวิถีการดำเนินชีวิต ความคิดความเชื่อ และค่านิยมของมนุษยชาติเป็นอย่างมาก

การเปลี่ยนผ่านที่ยิ่งใหญ่ทั้งสามช่วง ดูเหมือนจะทำให้ความเป็นอยู่ของมนุษย์ดีขึ้น มีความสะดวกสบายมากขึ้น และดูเหมือนมนุษย์จะมีการ "พัฒนา" แบบก้าวกระโดดมากขึ้น

แต่ทำไมโลกจึงเต็มไปด้วยการแข่งขัน ชิงดีชิงเด่น เต็มไปด้วยสงครามและความขัดแย้ง เรามีสงครามโลกสองครั้ง เรามีสงครามในรูปแบบและลักษณะต่างๆ นับครั้งไม่ถ้วน เช่น สงครามระหว่างประเทศ สงครามภายในประเทศ สงครามระหว่างเผ่าพันธุ์ สงครามระหว่างศาสนา สงครามเศรษฐกิจ สงครามการเมือง สงครามเย็น ...

ทำไมยิ่งพัฒนา ยิ่งมีความทุกข์ ยิ่งมีความขัดแย้ง ยิ่งต้องมีการแข่งขันช่วงชิง

ทำไมยิ่งมีความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มนุษย์ยิ่งมีความเครียด อยู่ร้อน นอนทุกข์

ทำไมการพัฒนาและความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การเติบโตทางเศรษฐกิจ

การพัฒนาสังคม และการเมืองที่ดำเนินอยู่ จึงไม่สามารถทำให้คนมีความสุข มีความรัก ความเมตตา ไม่สามารถทำให้สังคมเข้มแข็ง อยู่เย็นเป็นสุข ไม่สามารถทำให้สภาพแวดล้อม และธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ขึ้น และที่สำคัญ ไม่สามารถทำให้โลกมีสันติภาพได้

หรือเราต้องหยุดคิด พินิจพิจารณาอย่างจริงจัง อย่างมีสติและปัญญา เกี่ยวกับทิศทางและเป้าหมายของการพัฒนาที่ไหลไปตามกระแสอย่างขาดสติกันใหม่

โดยเฉพาะระบบการศึกษา แทนที่จะช่วยเตือนสติ สร้างสติ และสร้างปัญญา กลับออกแบบและพัฒนาไปเพื่อรับใช้ทิศทางและเป้าหมายของการพัฒนาตามกระแสหลักดังกล่าวอย่างขาดสติ ขาดจิตสำนึกที่ดีงาม การศึกษาจึงมีแนวโน้มเป็นธุรกิจการศึกษาเพิ่มมากขึ้น

คงถึงเวลาที่ต้องมาสังคายนาระบบการศึกษากันใหม่ทั้งหมด เพื่อสร้างและพัฒนาจิตสำนึกใหม่ทางการศึกษา เพื่อเปลี่ยนทิศทางหรือรหัสการพัฒนา จากที่เน้นตัวเลขทางเศรษฐกิจ เน้นผลผลิตมวลรวม เน้นความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ มาเป็นการเน้นความสุขมวลรวม เน้นสุขภาวะและความมั่นคงองค์รวม (Holistic/integral Well-Being and Stability) ของคน ชุมชน และสิ่งแวดล้อม

จากทุกขภาวะในลักษณะที่รีบเร่ง เร่าร้อน แข่งขันเพื่อโค่นล้มเอาชนะ ตามแนวคิดเศรษฐกิจเสรีทุนนิยม สู่สุขภาวะแบบองค์รวม ที่สงบเย็นเป็นสุข มีความพอประมาณ พอเหมาะพอดี มีเหตุผล มีคุณธรรม คุณงามความดี และปัญญา เป็นฐานของการพัฒนาตามแนวปรัชญาพอเพียงของพ่อหลวงของปวงชนชาวไทย

การศึกษาที่พึงประสงค์ควรจะเป็นเช่นไร จึงจะสร้างจิตสำนึกใหม่ทางการศึกษา นำไปสู่การเปลี่ยนผ่านที่ยิ่งใหญ่ที่พึงประสงค์ดังกล่าว

ก่อนที่จะช่วยกันคิดเพื่อสร้างจิตสำนึกใหม่ทางการศึกษา ลองมาช่วยกันพิจารณาการศึกษาที่เป็นอยู่ว่าเป็นไปในลักษณะใด

อาจกล่าวได้ว่า การศึกษากระแสหลักโดยรวมที่ดำเนินอยู่ มีลักษณะที่สอดรับ สนับสนุนแนวทางการพัฒนาแบบเศรษฐกิจเสรีทุนนิยม ที่ "ทุ่มถมความฟุ่มเฟือยฟุ้งเฟ้อ เพ้อหาความสามารถในการแข่งขัน แย่งชิงกันเป็นหนึ่ง พึ่งพิงอิงติดเทคโนโลยี มีความคับแคบทางความคิด เสพติดความเป็นเลิศ เชิดหน้าใส่ผู้ด้อยผู้น้อยนิด จิตเล็กและมืดมัว เห็นแก่ตัว ไม่กลัวผิด ... ไขว่คว้าไล่ล่าสุดชีวิต ไม่เคยคิดจะเพียงพอ"

การศึกษาที่เป็นอยู่เน้นเพียงให้เห็นความสำคัญของการเปลี่ยนแปลง แต่ไม่เข้าใจ และไม่รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง จึงมีวิชาการบริหารการเปลี่ยนแปลง (Change Management) ในลักษณะของวิธีและขั้นตอน (How To) ที่เป็นระบบในการบริหาร หรือควบคุมการเปลี่ยนแปลง หาวิธีลดหรือป้องกันผลกระทบในทางลบด้วยวิชา การบริหารความเสี่ยง (Risk Management) สอนให้คนเป็นคนดีด้วยวิชาศีลธรรม ...

ดูเหมือนการศึกษาในปัจจุบันถูกลดคุณค่าเหลือเพียงการเรียนวิชา แล้วเพิ่มมูลค่า และสร้างมูลค่าเพิ่มตามระดับวิชา หรือปริญญาที่สูงขึ้น

การศึกษาที่เป็นอยู่ในกระแสหลัก เน้นให้เห็นความสำคัญของการติดตามความก้าวหน้าและการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ยิ่งตามทันมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งทันสมัยมากเท่านั้น

ดูเหมือนการศึกษาถูกลดค่าให้เหลือเพียงการติดตาม แล้วเพิ่มค่าได้ตามความรวดเร็วในการติดตามและปริมาณของสิ่งที่ตามทัน จึงต้องลงทุนด้านเทคโนโลยี มีการสร้างเครือข่ายที่ทันสมัย เพียงเพื่อตามไล่การเปลี่ยนแปลง ...

การศึกษาที่มีคุณค่าที่แท้จริง ไม่น่าจะเป็นเพียงการวิ่งไล่ตามการเปลี่ยนแปลง เพียงเพื่อให้รู้สึกเสมือนว่าได้ทันสมัย ไม่ตกยุค

ครู อาจารย์ ไม่น่าจะเป็นเพียงเครื่องมือหรือกลไกในการช่วยป้อนหรือชี้ช่องทางแสวงหาข้อมูล ข่าวสารที่ช่วยให้ผู้เรียนดูเหมือนจะทันสมัย หรือเรียกใหม่ว่า "ทันสมัยเสมือน" (Virtual Modernization) ด้วยการให้ข้อมูล ข่าวสารสำเร็จรูปที่หยาบและฉาบฉวยให้ลูกศิษย์

นักเรียน นิสิต นักศึกษา จึงไม่ใช่เป็นเพียงเครื่องรับข้อมูล ข่าวสารที่ "ทันสมัยเสมือน" ปราศจากการกลั่นกรอง สะท้อนคิด (Reflective Thinking) ทั้งจากผู้สอน และตัวผู้เรียนเอง

การศึกษาที่แท้ จึงมิใช่จำกัดแคบแค่เฉพาะการสอน การบรรยายในห้องเรียน การค้นและคว้าจากห้องสมุดหรือแหล่งข้อมูลที่ทันสมัยรูปแบบต่างๆ แล้วนำมาทำเป็นรายงาน หรือนำมาเสนอและอภิปรายในห้องเรียน

การศึกษาที่แท้ ไม่ใช่การโคลนนิ่ง (Cloning) ข้อมูล ข่าวสาร ความรู้ กรอบความคิด ทฤษฎี หรือระเบียบวิธี และโดยเฉพาะไม่ใช่การโคลนนิ่งความคิดความเชื่อของผู้สอนให้กับผู้เรียน

การให้การศึกษาในลักษณะวิ่งไล่ให้ทันการเปลี่ยนแปลง หรือเรียนลัดด้วยการลอก/ถอดแบบหรือโคลนนิ่ง อย่างเก่งก็ได้แค่รู้เท่า แล้วก็ต้องคอยตามการเปลี่ยนแปลง เพื่อจะได้วิ่งไล่ต่อไป

จริงๆ แล้วการคิดและการให้การศึกษาแบบนี้ ยังไงๆ ก็ไม่มีทางทันการเปลี่ยนแปลง เพราะคอยแต่จะไล่ให้ทัน ไม่เคยคิดที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลง ไม่เคยมีสติที่จะหยุดคิดและถามตัวเองว่าจะวิ่งไล่การเปลี่ยนแปลงไปทำไม ไล่ให้ทันไปเพื่ออะไร

การจะทันการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน ไม่ใช่การพยายามที่จะไล่ให้ทันการเปลี่ยนแปลง โดยการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย หรือเรียนลัดด้วยการลอกเลียนแบบ เพราะการเปลี่ยนแปลงไม่เคยหยุด จึงลอกเลียนไม่ได้ การจะทันการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง จึงต้อง "รู้เท่าทัน" การเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่ แค่พยายามจะ "เท่า" หรือ "ไล่ทัน" การเปลี่ยนแปลง

การเปลี่ยนผ่านทางการศึกษาที่ยิ่งใหญ่ จึงต้องสร้างจิตสำนึกใหม่ทางการศึกษา พัฒนาการศึกษาที่เอื้อต่อการพัฒนาผู้เรียน (และผู้สอน) ให้เรียนรู้เพื่อที่จะ "รู้เท่าทัน" การเปลี่ยนแปลงที่เป็นธรรมชาติของสรรพสิ่ง นำไปสู่การเข้าใจ การยอมรับ และเคารพในตนเอง ผู้อื่น วัฒนธรรมที่แตกต่างและหลากหลาย สิ่งแวดล้อมและธรรมชาติ เพื่อทำให้

ไม่เป็นคน ยึดติด คิดแคบสั้น

แต่เป็นคน สติมั่น และเข้มแข็ง

มีจิตใหญ่ ใฝ่ดีงาม และแข็งแรง

เพื่อเป็นแหล่ง สร้างเมตตา ปัญญาธรรม

การเปลี่ยนผ่านทางการศึกษาที่ยิ่งใหญ่ จึงควรเป็นการศึกษาที่มุ่งสร้างให้เกิดสังคมคุณภาพ ที่เปี่ยมไปด้วยความรัก ความเมตตา ที่ความดี ความงาม และความจริงเป็นสิ่งเดียวกัน นำให้เกิดสังคมอยู่เย็นเป็นสุข เกิดสันติภาพในโลกได้

เพราะคนมี สันติ ในจิตใจ

มีความรัก เมตตาให้ ไม่หมดสิ้น

สันติภาพ จึงเติบใหญ่ ในแผ่นดิน

สุขสัมพันธ์ ทั่วถิ่น แผ่นดินทอง

มาช่วยกันสร้างการเปลี่ยนผ่านที่ยิ่งใหญ่ ด้วยการช่วยกันสร้างจิตสำนึกใหม่ทางการศึกษา อาจจะเริ่มจากจุดเล็กๆ แต่ยิ่งใหญ่ ด้วยการศึกษาเพื่อสร้างและพัฒนาจิตสำนึกใหม่ในตนเอง


กลุ่มจิตวิวัฒน์
http://www.jitwiwat.org/
แผนพัฒนาจิตเพื่อสุขภาพ มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์
สนับสนุนโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
NewConsciousness@thainhf.org

ตีพิมพ์ในมติชนรายวัน วันที่ ๘ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๐ ปีที่ ๓๐ ฉบับที่ ๑๐๗๗๓

Credit LINK: http://eportfolio.hu.ac.th/ekm/index.php?option=com_content&task=view&id=123&Itemid=45

สงครามไซเบอร์ปะทุ แฮ็กเกอร์จีนลุยถล่มเว็บมะกัน

หัวข้อ : สงครามไซเบอร์ปะทุ แฮ็กเกอร์จีนลุยถล่มเว็บมะกัน
ข้อความ : สงครามไซเบอร์ปะทุ แฮ็กเกอร์จีนลุยถล่มเว็บมะกัน

สองมหาอำนาจประกาศสงครามไซเบอร์ กลุ่มแฮ็กเกอร์จีนประกาศรวมพลถล่มเว็บไซต์สหรัฐครั้งใหญ่ ใช้ชื่อปฏิบัติการ 'เรดเกสต์' แก้แค้นให้กับ 'หวังเว่ย' นักบินเอฟ-8 ของจีนที่ชนกับเครื่องบินสอดแนมของสหรัฐจนเสียชีวิต เอฟบีไอเต้นส่งสัญญาณเตือนภัยแล้ว ให้เฝ้าระวังตลอดสัปดาห์แรกของเดือนพฤษภาคม แฉก่อนหน้านี้สหรัฐเจาะข้อมูลจีนก่อน

เมื่อวันที่ 30 เมษายนที่ผ่านมา สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ว่า สืบเนื่องจากความโกรธแค้นที่คนจีนมีต่อสหรัฐ อันเนื่องจากการเฉี่ยวชนกันระหว่างเครื่องบินต่อสู้เอฟ-8 ของจีน กับเครื่องบินสอดแนมอีพี-ของสหรัฐ เมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เป็นเหตุให้นายหวัง เว่ย นักบินของจีนเสียชีวิต แต่สหรัฐไม่ยอมรับว่าเป็นฝ่ายผิดนั้น ทำให้ในขณะนี้กลุ่มนักประดิษฐ์และพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ของจีน ได้เปิดประชุมทางไกล ผ่านทางระบบอินเตอร์เน็ต เพื่อสรุปแผนการก่อการร้ายทางอินเตอร์เน็ตเพื่อทำลายเว็บไซต์ต่างๆ ของสหรัฐ ทั้งในภาครัฐบาลและภาคเอกชน ในขณะที่หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์ของสหรัฐรายงานว่า การจู่โจมก่อกวนเว็บไซต์ของสหรัฐ ด้วยวิธีการต่างๆ ได้เกิดขึ้นแล้วกับเว็บไซต์ของกระทรวงแรงงานและกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งปรากฏภาพหน้าตา "นายหวัง เว่ย" แทนที่จะเป็นภาพหน้าจอตามปกติ และระบบบริการของเว็บไซต์ดังกล่าว ได้ล่มตามมาเป็นเวลาหลายชั่วโมง ก่อนกลับคืนสู่สภาพปกติ
เอเอฟพีรายงานว่า กลุ่มนักเจาะข้อมูลคอมพิวเตอร์ดังกล่าว เกิดจากการรวมตัวของกลุ่ม "ฮองเกอร์ ยูเนี่ยน" กับกลุ่ม "ไชน่า เรด เกสต์ เน็ตเวิร์ก ซีเคียวริตี้ เทคโนโลยี อัลลายแอนซ์" และใช้ชื่อปฏิบัติการแฮ็กข้อมูลคอมพิวเตอร์ของสหรัฐครั้งนี้ว่า ปฏิบัติการ "เรด เกสต์" หรือ "อาคันตุกะจากแผ่นดินแดง"
การประชุมครั้งหลังสุดของกลุ่มก่อการร้าย "เรด เกสต์" มีขึ้นทางห้องสนทนา (แช็ตรูม) ของเครือข่าย ที่บรรดาสมาชิกได้นัดหมายกันไว้ พร้อมกับนำเสนอข้อความชักชวนบรรดาโปรแกรมเมอร์ของจีน ให้เข้าร่วมขบวนการ ซึ่งจากการเปิดเผยของสมาชิกคนหนึ่ง ทำให้ผู้สื่อข่าวเอเอฟพีได้รับอนุญาตเข้าสังเกตการณ์การประชุม แบบเครือข่ายเคลื่อนที่นี้ ซึ่งได้มีการแลกเปลี่ยนทรรศนะแนวทาง ตลอดจนรูปแบบการก่อกวนเว็บไซต์ต่างๆ อาทิ ส่งภาพกราฟฟิก ตลอดจนข้อความต่างๆ ไปแปะไว้บนหน้าต่างเว็บไซต์ที่เป็นเป้าหมายโจมตี ส่งไวรัสไปให้พร้อมกับอีเมล์ หรือส่งข้อมูลคำสั่งแทรกเข้าปิดระบบคอมพิวเตอร์เป้าหมายโจมตี เป็นต้น และบ้างก็เสนอให้ส่งข้อมูลขยะเข้าไปก่อกวนให้เกิดความรำคาญ กระทั่งเกิดความเสียหายแก่ระบบฐานข้อมูลร่วมตามมา

แฮ็กเกอร์ "เรด เกสต์" รายหนึ่ง ส่งข้อความประกาศตัวว่า การโจมตีระบบสื่อสารทางอินเตอร์เน็ตของชาวสหรัฐนี้ มีขึ้นเพื่อที่จะป่าวประกาศให้รับรู้ว่า พวกเราชาวจีนนั้น ได้รวมตัวกันเป็นหนึ่งเดียว และต้องการให้ชาวสหรัฐช่วยกันหยุดยั้งรัฐบาลกลางของตัวเอง ไม่ให้ดำเนินการทำลายโลก ลงชื่อ "มิสเตอร์ ฟิช"
ขณะเดียวกัน แฮ็กเกอร์กลุ่มฮองเกอร์ ยูเนี่ยน ซึ่งใช้นามแฝงว่า "ไลอ้อน" ประกาศตัวว่า ได้ส่ง "หัวเจาะ" หรือข้อมูลไวรัสคอมพิวเตอร์ ไปยังเว็บไซต์ของสหรัฐถึง 5 แห่งในวันเดียวกัน ได้แก่ เว็บไซต์เอ็มซีไอ เซ็นเตอร์ ของบริษัทเอ็มซีไอ ผู้ให้บริการโทรศัพท์ของสหรัฐ และเว็บไซต์ฐานทัพอากาศสหรัฐอีก 4 เว็บไซต์
นาย "ทาลทอส" นามแฝงของนักติดตามการทำสงครามไซเบอร์ ระหว่างแฮ็กเกอร์กลุ่มต่างๆ ทั่วโลกเปิดเผยว่า การก่อการร้ายในโลกไซเบอร์ของกลุ่มแฮ็กเกอร์ชาวจีนครั้งนี้ ได้มีการนำเครื่องมือที่ทันสมัยมากมาใช้ด้วย และยังเป็นเครื่องมือง่ายๆ ที่นักเล่นโปรแกรมคอมพิวเตอร์สมัครเล่นก็สามารถใช้ได้

ทางด้านสำนักงานป้องกันระบบโครงข่ายโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือเอ็นไอพีซี อันเป็นหน่วยงานหนึ่งของเอฟบีไอสหรัฐ ประกาศเตือนตั้งแต่วันศุกร์ที่ 27 เมษายนแล้ว ให้บรรดาเจ้าของเว็บไซต์ต่างๆ ของเอกชนและหน่วยงานรัฐในสหรัฐ ระวังการจู่โจมจากกลุ่มก่อการร้ายในโลกไซเบอร์ฝ่ายจีน โดยให้ดำเนินมาตรการป้องกันตนเอง ทั้งจากข้อมูลไวรัสและข้อมูลเจาะเกราะป้องกันของระบบ ซึ่งฝ่ายจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศจะต้องรับผิดชอบดูแลอย่างใกล้ชิดมากขึ้น

หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์ เปิดเผยด้วยว่า ในการบุกยึดภาพหน้าจอคอมพิวเตอร์ ที่เว็บไซต์ของกระทรวงแรงงานสหรัฐนั้น กลุ่ม "เรด เกสต์" ได้ตีพิมพ์ประกาศตัวว่า เป็นการจู่โจมจากแฮ็กเกอร์ชาวจีนที่ "กำลังเสียใจกันทั้งประเทศ ที่ต้องมาสูญเสียบุตรชายอันเป็นที่รัก อย่างนักบินหวังเว่ย ไปตลอดกาลนาน และจะคิดถึง ไปจนกว่าจะหามีแสงตะวันไม่" และทางสำนักงานเอ็นไอพีซีของสหรัฐ ก็ได้ประกาศเตือนแล้วว่า ให้เจ้าของระบบข้อมูลคอมพิวเตอร์และเว็บไซต์ต่างๆ ในสหรัฐ ระวังการก่อการร้ายกับข้อมูลคอมพิวเตอร์ ตลอดจนเว็บไซต์ต่างๆ จากนักก่อการร้ายไซเบอร์ของจีน โดยเฉพาะในช่วงตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน ถึงวันที่ 7 พฤษภาคม โดยที่วันที่ 1 พฤษภาคมนั้น นอกจากจะเป็นวันแรงงานสากลแล้ว ยังเป็นวันครบรอบเดือน การเกิดเหตุเฉี่ยวชนกันระหว่างเครื่องอีพี-3 ของสหรัฐ กับเครื่องเอฟ-8 ของจีนที่ทะเลจีนใต้ วันที่ 4 พฤษภาคม เป็นวันเยาวชนโลก และวันที่ 7 พฤษภาคม เป็นวันครบรอบสองปี ที่เครื่องบินรบของสหรัฐ บังเอิญถล่มสถานทูตจีนที่กรุงเบลเกรด ประเทศยูโกสลาเวีย ในระหว่างการปฏิบัติการโจมตีทางอากาศของนาโต้

เอเอฟพีรายงานว่า ทางด้านแฮ็กเกอร์ฝ่ายสหรัฐ ก็ได้ก่อกวนและก่อการร้ายกับเว็บไซต์ของจีนเช่นกัน โดยได้มีการแทรกข้อความผ่านเข้าหน้าจอเว็บไซต์ของจีนมาแล้ว ถึงประมาณ 300 ครั้ง


จาก : idt - 12/06/2001 23:12


ข้อความ : UPDATE..

แฮคเกอร์ถล่มเว็บไซต์ "ทำเนียบขาว"


วอชิงตัน ๕ พ.ค.- โฆษกทำเนียบขาวในกรุงวอชิงตันยืนยันว่า เว็บไซต์ของทำเนียบขาวถูกแฮคเกอร์หรือนักเจาะระบบคอมพิวเตอร์เล่นงาน จนไม่สามารถให้บริการได้เป็นเวลา ๖ ชั่วโมงตั้งแต่เวลา ๙.๐๐ น.จนถึง ๑๑.๑๕ น.ของเมื่อวันศุกร์ตามเวลาในกรุงวอชิงตันซึ่งตรงกับเวลา ๒๐.๐๐ น.- ๒๒.๑๕ น.ในไทย เนื่องจากมีการอัดข้อมูลจำนวนมหาศาลพยายามส่งเข้าไปยังเว็บไซต์ แต่ไม่สามารถฝ่าด่านรักษาความปลอดภัยเข้าไปได้และข้อมูลสำคัญ ๆ ยังไม่ได้ถูกทำลาย

โฆษกทำเนียบขาวไม่ได้สันนิษฐานว่าเป็นฝีมือของใคร และกำลังสอบสวนเรื่องนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่กลุ่มแฮ็คเกอร์ชาวจีนพร้อมใจกันเล่นงานเว็บไซต์ดัง ๆ ในสหรัฐ เพื่อประท้วงต่อต้านมหาอำนาจชาตินี้ในจังหวะที่ตรงกับเทศกาลฉลองวันหยุดของชาวจีนพอดี

บริษัทไอดีเฟนซ์ ซึ่งดูแลเรื่องการรักษาความปลอดภัยทางเวบไซต์เปิดเผยว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากกลุ่มแฮคเกอร์ชาวจีนเผยแพร่ข้อความแนะวิธีที่จะดาวน์โหลดและใช้เครื่องมือในการอัดข้อมูลมหาศาล พร้อมทั้งเชิญชวนให้ใช้เครื่องมือดังกล่าวเล่นงานเว็บไซต์ของทำเนียบขาวและสำนักข่าวกรองกลางของสหรัฐหรือซีไอเอ

การเปิดศึกไซเบอร์สเปซเกิดขึ้นในขณะที่นักวิเคราะห์เตือนให้ระวังนักเจาะระบบชาวจีนอาจจะสร้างความเสียหายอย่างคาดไม่ถึง และเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว สำนักงานสอบสวนกลางของสหรัฐหรือเอฟบีไอก็ได้เตือนผู้ดูแลระบบให้ระวังเว็บไซท์ทั้งของรัฐบาลและบริษัทเอกชนที่ให้บริการอินเทอร์เน็ทในสหรัฐ อาจจะถูกโจมตี.


จาก : idt - 12/06/2001 23:13

Credit Link : http://board.dserver.org/s/stjohnchoir/00000091.html

บทบาทสงครามโฟตอน กับสงครามในอนาคต : น.ท.ศิลป์ พันธุรังษี

บทบาทสงครามโฟตอน กับสงครามในอนาคต ( ตอนที่ ๑ )
น.ท.ศิลป์ พันธุรังษี
1 2 3 4 5

หน้าที่ 4
สงครามข้อมูลข่าวสารเศรษฐกิจ (EIW : Economic Information Warfare)
ความเป็นอยู่ดีของสังคมต้องอาศัยข้อมูลข่าวสาร ขึ้นอยู่กับ e-commerce จึงจำเป็นต้อง ควบคุมเศรษฐกิจฝ่ายตรงข้ามมิให้ขยาย หรือใช้ประโยชน์ข้อมูล ในขณะเดียวก็ทำให้ฝ่ายเราได้ ประโยชน์ทางเศรษฐกิจโดยการข้อมูล ดังนั้นสงครามข้อมูลเศรษฐกิจจึงมีลักษณะเช่นเดียวกับการ ควบคุมทะเลและเส้นทางคมนาคม ตามหลักของมาฮาน เพียงแต่แตกต่างกันที่ควบคุมเส้นทาง อินเตอร์เน็ต หรือแม้กระทั่งอินทราเน็ตของหน่วย ซึ่งปัจจุบัน และในอนาคตประเทศต่างๆ จำเป็น ต้องพึ่งพา e-commerce
การปิดกั้นข้อมูลข่าวสาร (Information Blockade) จะทำให้สังคมที่ต้องพึ่งข้อมูลข่าวสาร เพื่อการเศรษฐกิจ อันได้แก่ การขายข้อมูลเพลง หนัง หรือเผยแพร่ข้อมูลเพื่อการโฆษณาสินค้า เปิดโฮมเพ็จ ขายสินค้าอุตสาหกรรมต่างๆ การไหลของข่าวสารจะกลายเป็นความจำเป็นในการ ดำรงชีวิต ดังนั้น การปิดกั้นข่าวสารก็จะนำมาซึ่งความพิการทางเศรษฐกิจ และอาจถึงการล่มสลาย ของชาติสำหรับการปิดกั้นข้อมูลข่าวสารนั้นมีความเป็นไปได้หลายทาง อาทิเช่นปิดเฉพาะข้อมูล ข่าวสารหรือปิดทางกายภาพเช่นปิดการเชื่อมโยง แม้ฝ่ายตรงข้ามจะแก้ปัญหาด้วยการส่งข้อมูล ในรูปของ CD-ROM ก็จะไม่สามารถกระทำได้โดยสะดวก อย่างน้อยก็ใช้เวลานาน ในทางปฏิบัติ วิธีปิดกั้นจะมุ่งเป้าไปที่แหล่งข้อมูลข่าวสารปริมาณมาก ๆ เช่น การสื่อสารผ่านดาวเทียม ซึ่งให้ บริการหลายรูปแบบ ตั้งแต่ขายข้อมูลภาพถ่ายจากดาวเทียม ภาพยนตร์ เพลง เป็นต้น ในอดีตก็เคย มีการปิดกันมาแล้ว ตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ ๑ เช่น การตัดสายโทรศัพท์ทางไกล การตัดสายเคเบิล ข้ามทวีป การรบกวนการสื่อสาร HF ในอนาคตจะมีการปิดกั้นดาวเทียมสื่อสาร ด้วยการยิงเลเซอร์ หรือทำลายด้วยรังสีเอกซ์ การรบกวนคลื่นวิทยุ เพื่อปิดกั้นการติดต่อระหว่างบุคคลผ่านดาวเทียม สื่อสารโทรศัพท์มือถือ เช่น INMARSAT
จักรวรรดินิยมข้อมูลข่าวสาร (Information Imperialism) เป็นความเชื่อสมัยใหม่ที่เน้น ความสำคัญของการเป็นจักรวรรดินิยมทางเศรษฐกิจ ด้วยการค้าขายทางข้อมูล หรืออาศัยข้อมูล เพื่อการค้าขาย เช่น โฆษณาในลักษณะโฮมเพ็จทางอินเตอร์เน็ต ประเทศใดที่มีศักยภาพด้านนี้ จะครองเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมระดับมหายุทธศาสตร์ การมีอาณานิคมจะต่างกับมุมมองของ มาฮานในการมีฐานทัพหน้าอยู่บ้าง สำหรับทางข้อมูลข่าวสารหากการสื่อสารเป็นแบบไร้พรมแดน แล้วไม่จำเป็นต้องมีฐานทัพหน้า เพียงให้แต่ละประเทศเข้ามาซื้อบริการใช้ประโยชน์ข้อมูลข่าวสาร ในประเทศ เช่น แผนที่ทางทะเล อิมเมจ หรือโฆษณาขายสินค้าอุตสาหกรรม จะสามารถบริหาร ได้ง่ายแต่อย่างไรก็ตามหากการสื่อสารเป็นอุปสรรค อาจจำเป็นต้องลงทุนในต่างประเทศในลักษณะ ฐานทัพหน้าอยู่
สงครามไซเบอร์ (Cyber Warfare) คำว่า "ไซเบอร์" มาจากคำเต็มว่า CYBERNATICS หมายถึง ศาสตร์ที่ว่าด้วยความสัมพันธ์ระหว่างสมองกลกับสมองมนุษย์ สงครามไซเบอร์ เป็นรูปแบบที่กว้างและฝันไกลที่สุดประกอบด้วย การก่อการร้ายทางข่าวสาร Information Terrorism) การโจมตีซีแมนติค (Semantic Attack) สงครามจำลองสถานการณ์ (Simula Warfare) และ สงครามกิ๊บสัน (Gibson Warfare) สงครามไซเบอร์ ค่อนข้างยากที่จะ ย้อนอดีต โครงสร้างพื้นฐานการข่าวสารระดับโลกได้พัฒนาจนมาถึงระดับที่สามารถ นำไปใช้ใน การรบได้แล้ว
การก่อการร้ายทางข่าวสาร (Information Terrorism) การก่อการร้าย จะหมายถึง การใช้ ความรุนแรงแบบสุ่มต่อเป้าหมายที่ปรากฏตามอำเภอใจ แต่เมื่อจะทำจริง ๆ กลับเป็นเป้าหมาย เฉพาะเจาะจง แต่การก่อการร้ายทางข่าวสาร ในที่นี้จะหมายถึง แขนงสาขาของการก่อกวนทาง คอมพิวเตอร์ (Computer Hacking) ที่เจตนาไม่ได้ต้องการถึงกับล้มล้างระบบ เพียงใช้ประโยชน์ จากการนี้โจมตีปัจเจกบุคคลเป็นราย ๆ ไป เป้าหมายของการก่อการร้ายนั้น คือ ไฟล์ข้อมูล ที่ผู้ ก่อกวนทราบสภาพล่วงหน้ามาแล้วบ้าง เป้าหมายที่ตกเป็นเหยื่อ ส่วนมากจะเชื่อมข่ายกับสาธารณะ หรือ กึ่งสาธารณะ เพื่อใช้ประโยชน์ อย่างไม่ผิดกฎหมายหรือในทางที่ดีของกลุ่มชน


Credit Link: http://www.navy.mi.th/newwww/document/navic/860902d.html

ประกาศกระโดดเข้ามาร่วมทำศึกในสนามรบหนังสือออนไลน์ทางอินเตอร์เน็ตเช่นกัน

หลังจาก "ไมโครซอฟท์" ยักษ์ใหญ่ธุรกิจซอฟต์แวร์ระดับโลก ปล่อยให้ "กูเกิ้ล" เว็บไซต์หมายเลข 1 ของโลกก้าวล้ำหน้าไปหลายช่วงตัวในเรื่องของธุรกิจการให้บริการค้นหา "หนังสือดิจิตอลออนไลน์"

ในที่สุด ไมโครซอฟท์ก็เริ่มขยับตัวอย่างเป็นทางการ ประกาศกระโดดเข้ามาร่วมทำศึกในสนามรบหนังสือออนไลน์ทางอินเตอร์เน็ตเช่นกัน

โดยขั้นแรก ไมโครซอฟท์จ่ายเงินให้ห้องสมุดอังกฤษ (บริติชไลบรารี่) ก้อนแรกไปแล้ว 100 ล้านบาท เพื่อนำ "หนังสือ" 100,000 เล่มในห้องสมุดแห่งนี้มา "สแกน" หน้าของหนังสือแต่ละเล่มเพื่อเก็บไว้ในรูปแบบไฟล์ "ดิจิตอล" และเปิดเว็บไซต์ให้ผู้สนใจเข้าไปดาวน์โหลดอ่านเนื้อหาในหนังสือผ่านอินเตอร์เน็ต


"แดเนียล ไทด์" หัวหน้าฝ่ายโปรแกรมเพื่อการค้นหาของไมโครซอฟท์ บอกว่า ไมโครซอฟท์รู้ซึ้งรสชาติดีจากการที่ซอฟต์แวร์ต่างๆ ของบริษัทถูกละเมิดลิขสิทธิ์ ดังนั้น โครงการแปรรูปหนังสือเป็นไฟล์ดิจิตอลครั้งนี้จะพยายามติดต่อขออนุญาตจาก "เจ้าของลิขสิทธิ์หนังสือ" ให้เรียบร้อยเสียก่อนจะนำมาเผยแพร่ทางอินเตอร์เน็ต เพื่อจะได้ไม่ต้องเจอกับปัญหาถูกฟ้องร้องเหมือนกับ "กูเกิ้ล"

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของหนังสือที่พิมพ์ก่อนปี พ.ศ.2466 นั้นตามกฎหมายสหรัฐถือว่าไม่ต้องขออนุญาต เพราะกลายเป็น "สมบัติของสาธารณะ" ไปแล้ว



แดเนียลประเมินว่า ลูกค้าผู้เข้ามาใช้บริการหนังสือดิจิตอลไม่น่าจะเป็นนักอ่านประเภทเอาเรื่องหรืออ่านวรรณกรรมอย่างจริงจัง แต่น่าจะเป็นกลุ่มที่ต้องการข้อมูลเฉพาะเรื่อง เช่น คู่มือการทำอาหาร คู่มือท่องเที่ยว หรือตำราอ้างอิงข้อมูลต่างๆ

นอกเหนือจากไมโครซอฟท์กับกูเกิ้ล, เว็บไซต์ขายสินค้าออนไลน์เบอร์ 1 ของโลกที่ชื่อ "อะเมซอน ดอท คอม" ก็เตรียมพร้อมลงสนามธุรกิจหนังสือดิจิตอลเหมือนกัน



โดยลูกเล่นใหม่ๆ ที่ทางอะเมซอนจะเปิดตัวก็คือ การขายหนังสือผ่านเว็บไซต์ ซึ่งลูกค้าสามารถเลือกพิมพ์เฉพาะหน้าและบทที่ต้องการ หรือจะพิมพ์ทั้งเล่มเลยก็ได้ ถ้าไม่ต้องการเสียเวลารอรับหนังสือภายหลังจากสั่งซื้อไปแล้ว

นับเป็นความเคลื่อนไหวในโลกธุรกิจหนังสือที่ต้องจับตาดูกันต่อไปว่าจะประสบความสำเร็จมากน้อยเพียงใด และ "ผู้เล่น" คนอื่นๆ จะปรับตัวสู้กับการรุกคืบครั้งนี้ของยักษ์ใหญ่อินเตอร์เน็ตเหล่านี้ด้วยวิธีไหน

กราบขอบพระคุณมากเป็นอย่างสูง สำหรับ Link ที่มา : http://lib.edu.chula.ac.th/cuappl/libedu2007/lib_tech/aspboard_Question.asp?GID=11

กองทัพสหรัฐตั้ง กองบัญชาการไซเบอร์ สู้ศึกทางอินเตอร์เน็ต

10:18 น. กองทัพสหรัฐตั้ง กองบัญชาการไซเบอร์ สู้ศึกทางอินเตอร์เน็ต
Published on September 20 2007, 07:53:34 by Kom Chad Lued
รัฐมนตรีทบวงทหารอากาศของสหรัฐฯแถลงเมื่อวันอังคาร(18) ว่า กองทัพอากาศได้จัดตั้ง'กองบัญชาการภาคไซเบอร์' ขึ้นที่ฐานทัพอากาศบาร์กสเดล ในมลรัฐลุยเซียนา เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสงครามในโลกไซเบอร์สเปซที่ผ่านมา หลายฝ่ายวิตกกังวลว่าการติดต่อสื่อสารและเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของสหรัฐฯอาจถูกโจมตีผ่านทางอินเตอร์เน็ตได้ ขณะที่ทางกองทัพเองก็ต้องการใช้เครื่องมือใหม่ๆสร้างความมั่นคงContinue reading

Credit Link : ที่มา

whistle What would prompt the CEO of CyberNET to want to kill himself?

Edited on Wed Nov-24-04 05:03 PM by seemslikeadream

Thread from LBNseemslikeadream CyberNET Group CEO killed during standoff (Ada Township, November 24, 2004, 10:50 a.m.) Barton Watson was found dead in his home after being involved in a standoff with police.The incident follows a federal investigation of The CyberNET Group in Grand Rapids that began last week involving a massive fraud probe.The incident began when police say Barton Watson called them around midnight saying he wanted to hurt himself. Authorities came to Watson's house in the hopes of stopping him from harming himself. They talked with Watson for sometime and knew he was alone in his house with a gun. "Within an hour of us coming out here, around 1:00 or 1:30 a.m., officers did hear gun shots within the house. They didn't feel that those were shot towards the officers, but that did concern the officers on the scene," Sergeant Roger Parent of the Kent County Sheriff's Department told 24 Hour News 8.

morehttp://www.woodtv.com/Global/story.asp?S=2610146&nav=0R...

whistle What would prompt the CEO of CyberNET to want to kill himself? seemslikeadream Lawsuit filed against The CyberNET Group in Grand Rapids (Grand Rapids, November 19, 2004, 6:01 p.m.) A lawsuit has now been filed against a Grand Rapids Internet company after federal agents raided the building.On Wednesday, federal investigators shut down The CyberNET Group on South Division Avenue and locked employees out. Sources tell 24 Hour News 8 that investigators were looking for evidence of wire, mail, and bank fraud. They hauled away computers and financial records linked to the company. Employees returned to work Friday for the time since the raid. They entered through a backdoor of the world headquarters facility on South Division Avenue.Now 24 Hour News 8 has obtained copies of a lawsuit filed Thursday against CyberCo, the parent company of The CyberNet Group. Fraud is one of the allegations outlined in the lawsuit.In the lawsuit, Charter One Vendor Finance of Illinois says it loaned The CyberNET Group $3 million so the company could buy 66 computer servers. But in the lawsuit, Charter One said it could only find evidence of 25 servers at the company's Grand Rapids' headquarters, and The CyberNET Group could not provide an explanation. Charter One believes The CyberNET Group misused the loaned money and used false information to secure the loan.
more
http://www.woodtv.com/Global/story.asp?S=2591580&nav=0R...

READ MORE....

Lovely Thank For Link: http://www.democraticunderground.com/discuss/duboard.php?az=view_all&address=203x76758

Between Human and Machine: Feedback, Control, and Computing Before Cybernetics

Article Information
Between Human and Machine: Feedback, Control, and Computing Before Cybernetics
[Book Review]Gerovitch, S.Annals of the History of Computing, IEEEVolume 26, Issue 1, Jan-Mar 2004 Page(s): 71 - 73Digital Object Identifier 10.1109/MAHC.2004.1278856Summary: Not Available» View citation and abstract
IEEE Members
Log in by entering your IEEE Web Account Username and Password.
IEEE Communications Society members: If you subscribe to the IEEE Electronic Periodicals Package or IEEE Electronic Periodicals Package Plus, you must access your subscription at http://www.comsoc.org/.
Users at Subscribing Institutions
Check with your librarian, information professional, or system manager to determine if you need to log in. Please complete the online Technical Support Form if you need assistance.
Already Purchased This Article?
Select the Purchase History link to access the document. You will have 5 Days after purchase to access the Full Text PDF. Please complete the online Technical Support Form if you need assistance.
Guests
• Search and access Abstract records free of charge• Register for table of contents alerts• Purchase Full Text PDF documents
» Learn more about subscription options or how to become an IEEE Member.

Thank For Link: http://ieeexplore.ieee.org/Xplore/login.jsp?url=/iel5/85/28382/01278856.pdf?arnumber=1278856