Showing posts with label Working Content. Show all posts
Showing posts with label Working Content. Show all posts
Tuesday, 3 June 2008
มุมมองต่างชาติกับการทำงานแบบไทย
มุมมองต่างชาติกับการทำงานแบบไทย
บ้านเราเดี๋ยวนี้มีคนต่างชาติเข้ามาทำงานหลายพันชีวิต พอฝรั่งกับไทยมาเจอกัน ความอลเวงก็เลยเกิดขึ้น เพราะนอกจากภาษาและความเคยชินจะต่างกันชนิดฟ้ากับเหวแล้ว นิสัยการทำงานก็ยังไม่เหมือนกันอีกด้วย ฝรั่งนินทาคนไทยว่ายังไรบ้าง มาแอบฟังกันดีกว่า....
ฝรั่งทั้งหมด 12 คน ซึ่งแต่ละคนโชกโชนกับการทำงานในแวดวงคนไทยไม่ต่ำกว่า 10 ปี เมื่อถามว่าพวกเค้ามีความเห็นอย่างไรกับการทำงานแบบไทยๆ เราก็ได้คำตอบว่า:
1. ทัศนคติต่อการเปลี่ยนแปลง คนไทยมักจะยึดติดกับความเคยชินแบบเดิมๆ เคยทำมาอย่างไรก็จะทำอยู่อย่างนั้น ไม่ค่อยมีความคิดที่จะเปลี่ยนแปลง และถ้าฝรั่งเอาวิธีใหม่ๆ เข้ามาทำให้พวกเขาต้องทำอะไรที่ต่างไปจากเดิม ก็จะถูกมองว่าเป็นการสร้างความรำคาญให้พวกเขา มักจะไม่ค่อยได้รับความร่วมมืออย่างเต็มที่ หรือไม่ก็ถึงกับถูกต่อต้ านก็มี
- เจฟฟรีย์ บาร์น
2. การโต้แย้ง
เมื่อมีการเจรจา คนไทยจะไม่กล้าโต้แย้งทั้งๆ ที่ตัวเองกำลังเสียเปรียบ ส่วนใหญ่มักจะปล่อยให้อีกฝ่ายเป็นคนคุมเกม บางคนบอกว่ามีนิสัยอย่างนี้เรียกว่า "ขี้เกรงใจ" แต่สำหรับฝรั่งแล้ว นิสัยนี้จะทำให้คนไทยไม่ก้าวหน้าเท่าที่ควร
- ทานากะ โรบิน (จูเนียร์) ฟูจฮาระ
3. ไม่พูดสิ่งที่ควรพูด
เอกลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของคนไทยคือ มักจะไม่ค่อยกล้าบอกความคิดของตัวเองออกมาทั้งๆ ที่คนไทยก็มีความคิดดีไม่ไม่แพ้ฝรั่งเลย แต่มักจะเก็บความสามารถไว้ ไม่บอกออกมาให้เจ้านายได้รู้ และจะไม่กล้าตั้งคำถาม บางทีฝรั่งก็คิดว่าคนไทยรู้แล้วเลยไม่บอกเพราะเห็นว่าไม่ถามอะไร ทำให้ทำงานกันไปคนละเป้าหมาย หรือทำงานไม่สำเร็จ เพราะคนที่รับคำสั่งไม่รู้ว่าถูกสั่งให้ทำอะไร
- ไมเคิล วิดฟิล์ค
4. ความรับผิดชอบ
1. ฝรั่งมองว่าคนไทยเรามักทำไม่ค่อยกำหนดระยะเวลาในการทำงานไว้ล่วงหน้า ทั้งๆทีงานบางชิ้นต้องทำให้เสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด ยิ่งงานไหนให้เวลาในการทำงานนาน ก็จะยิ่งทิ้งไว้ทำตอนใกล้ๆ จะถึงกำหนดส่ง เลยทำงานออกมาแบบรีบๆ ไม่ได้ผลงานดีเท่าที่ควร
2. ไม่ค่อยยอมผูกพันและรับผิดชอบเป็นลายลักษณ์อักษร ถ้าให้เซ็นชื่อรับผิดชอบงานที่ทำคนไทยจะกลัวขึ้นมาทันที เหมือนกับกลัวจะทำไม่ได้ หรือกลัวจะถูกหลอก
- สเตฟานี จอห์นสัน
5. วิธีแก้ไขปัญหา
คนไทยไม่ค่อยมีแผนการรองรับเวลาเกิดปัญหา แต่จะรอให้เกิดก่อนแล้วค่อยหาทางแก้ไปแบบเฉพาะหน้า หลายคั้งที่ฝรั่งพบว่าคนไทยไม่รู้จะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างไรต้องรอให้เจ้านายสั่งลงมาก่อนแล้วค่อยทำตาม ถ้านายเจ้านายไม่อยู่ทุกคนก็จะประสาทเสียไปหมด
- ดร.มาเรีย โรเซนเบิร์ก
6. บอกแต่ข่าวดี
คนไทยมีความเคยชินในการแจ้งข่าวที่แปลกมาก คือ
1. จะไม่กล้าบอกผู้บังคับบัญชาชาวต่างชาติเมื่อเกิดปัญหาขึ้น จนกระทั่งบานปลายไปเกินแก้ไขได้จึงค่อยเข้ามาปรึกษา
2. จะเลือกบอกแต่สิ่งที่คิดว่าเจ้านายจะชอบ เช่น บอกแต่ข่าวดีๆ แทนที่จะเล่าไปตามความจริงหรือถ้าหากเจ้านายถามว่า จะทำงานเสร็จทันเวลาไหม ก็จะบอกว่าทัน (เพราะรู้ว่านายอยากได้ยินแบบนี้) แต่ก็ไม่เคยทำทันตามเวลาที่รับปากเลย
- โจนาธาน ธอมพ์สัน
7. คำว่า "ไม่เป็นไร"
เป็นคำพูดที่ติดปากคนไทยทุกคน ทำให้เวลามีปัญหา ก็จะไม่มีใครรับผิดชอบ และจะไม่ค่อยหาตัวคนทำผิดด้วยเพราะเกรงใจกัน แต่จะใช้คำว่า "ไม่เป็นไร" มาแก้ปัญหาแทน
- เจนิส อิกนาโรห์
8. ทักษะในการทำงาน
1. ไม่สามารถทำงานร่วมกันเป็นทีมได้ ถ้าทำงานเป็นทีมมักมีปัญหาเรื่องการกินแรงกัน บางคนขยันแต่บางคนไม่ทำอะไรเลย บางทีก็มีการขัดแย้งกันเองในทีม หรือเกี่ยงงานกันจนผลงานไม่คืบหน้า
2. ไม่ค่อยมีทักษะในการทำงาน แม้จะผ่านการศึกษาในระดับสูงมาแล้ว และไม่ค่อยใช้ความพยายามอย่างเต็มทีเพื่อให้ได้ผลงานที่ดีที่สุด
3. พนักงานชาวไทยที่รู้จัก ส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้สึกกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้เรื่องราวความเคลื่อนไหวของโลกเท่าไรนัก แล้วไม่ค่อยชอบหาความรู้เพิ่มเติมแม้จะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับงานก็ตาม
- เดวิด กิลเบิร์ก
9. ความซื่อสัตย์
พนักงานคนไทยควรจะมีความซื่อสัตย์และตรงไปตรงมามากกว่านี้ หลายครั้งที่ชอบโกหกในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เช่น มาสาย ขาดงานโดยอ้างว่าป่วย ออกไปข้างนอกในเวลางาน
- เฮเบิร์ก โอ ลิสส์
10. ระบบพวกพ้อง
คนไทยมักจะนำเพื่อนฝูงมาเกี่ยวข้องกับธุรกิจเสมอ ผมไม่เคยชอบวิธีนี้เลย ตัวอย่างเช่น การจัดซื้อข้าวของภายในสำนักงาน พวกเขามักจะแนะนำเพื่อนๆ มาก่อนโดยไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ที่บริษัทควรจะได้รับ นี่เป็นประสบการณ์จริงที่ประสบมา การให้ความช่วยเหลือเพื่อนไม่ใช่เรื่องแปลก แต่การที่ไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของบริษัทเลยเป็นอะไรที่แย่มาก และเมื่อพบว่าเพื่อนพนักงานด้วยกันทุจริต คนไทยก็จะช่วยกันปกป้อง และทำให้ไม่รู้ไม่เห็นจนกว่าผู้บริหารจะตรวจสอบได้เอง
- มาร์ค โอเนล ฮิวจ์
11. แยกไม่ออกระหว่างเรื่องงาน และเรื่องส่วนตัว
คนไทยมักจะไม่รู้ว่าอะไรว่าอะไรคือเรื่องงาน และอะไรที่เรียกว่าเรื่องส่วนตัว พวกเขาชอบเอาทั้งสองอย่างนี้มาปนกันจนทำให้ระบบการทำงานเสียไปหมด ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่อย่างหนึ่งขององค์กร
1. ชอบสอดรู้สอดเห็น โดยเฉพาะเรื่องส่วนตัวของเพื่อนร่วมงาน
2. มักจะคุยกันเรื่องส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวกับงานมากเกินไป บางครั้งทำให้บานปลายและนำไปสู่ข่าวลือ และการนินทากันภายในสำนักงาน
3. มักจะลาออกจากบริษัทโดยไม่ยอมแจ้งล่วงหน้าตามข้อตกลง
บ้านเราเดี๋ยวนี้มีคนต่างชาติเข้ามาทำงานหลายพันชีวิต พอฝรั่งกับไทยมาเจอกัน ความอลเวงก็เลยเกิดขึ้น เพราะนอกจากภาษาและความเคยชินจะต่างกันชนิดฟ้ากับเหวแล้ว นิสัยการทำงานก็ยังไม่เหมือนกันอีกด้วย ฝรั่งนินทาคนไทยว่ายังไรบ้าง มาแอบฟังกันดีกว่า....
ฝรั่งทั้งหมด 12 คน ซึ่งแต่ละคนโชกโชนกับการทำงานในแวดวงคนไทยไม่ต่ำกว่า 10 ปี เมื่อถามว่าพวกเค้ามีความเห็นอย่างไรกับการทำงานแบบไทยๆ เราก็ได้คำตอบว่า:
1. ทัศนคติต่อการเปลี่ยนแปลง คนไทยมักจะยึดติดกับความเคยชินแบบเดิมๆ เคยทำมาอย่างไรก็จะทำอยู่อย่างนั้น ไม่ค่อยมีความคิดที่จะเปลี่ยนแปลง และถ้าฝรั่งเอาวิธีใหม่ๆ เข้ามาทำให้พวกเขาต้องทำอะไรที่ต่างไปจากเดิม ก็จะถูกมองว่าเป็นการสร้างความรำคาญให้พวกเขา มักจะไม่ค่อยได้รับความร่วมมืออย่างเต็มที่ หรือไม่ก็ถึงกับถูกต่อต้ านก็มี
- เจฟฟรีย์ บาร์น
2. การโต้แย้ง
เมื่อมีการเจรจา คนไทยจะไม่กล้าโต้แย้งทั้งๆ ที่ตัวเองกำลังเสียเปรียบ ส่วนใหญ่มักจะปล่อยให้อีกฝ่ายเป็นคนคุมเกม บางคนบอกว่ามีนิสัยอย่างนี้เรียกว่า "ขี้เกรงใจ" แต่สำหรับฝรั่งแล้ว นิสัยนี้จะทำให้คนไทยไม่ก้าวหน้าเท่าที่ควร
- ทานากะ โรบิน (จูเนียร์) ฟูจฮาระ
3. ไม่พูดสิ่งที่ควรพูด
เอกลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของคนไทยคือ มักจะไม่ค่อยกล้าบอกความคิดของตัวเองออกมาทั้งๆ ที่คนไทยก็มีความคิดดีไม่ไม่แพ้ฝรั่งเลย แต่มักจะเก็บความสามารถไว้ ไม่บอกออกมาให้เจ้านายได้รู้ และจะไม่กล้าตั้งคำถาม บางทีฝรั่งก็คิดว่าคนไทยรู้แล้วเลยไม่บอกเพราะเห็นว่าไม่ถามอะไร ทำให้ทำงานกันไปคนละเป้าหมาย หรือทำงานไม่สำเร็จ เพราะคนที่รับคำสั่งไม่รู้ว่าถูกสั่งให้ทำอะไร
- ไมเคิล วิดฟิล์ค
4. ความรับผิดชอบ
1. ฝรั่งมองว่าคนไทยเรามักทำไม่ค่อยกำหนดระยะเวลาในการทำงานไว้ล่วงหน้า ทั้งๆทีงานบางชิ้นต้องทำให้เสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด ยิ่งงานไหนให้เวลาในการทำงานนาน ก็จะยิ่งทิ้งไว้ทำตอนใกล้ๆ จะถึงกำหนดส่ง เลยทำงานออกมาแบบรีบๆ ไม่ได้ผลงานดีเท่าที่ควร
2. ไม่ค่อยยอมผูกพันและรับผิดชอบเป็นลายลักษณ์อักษร ถ้าให้เซ็นชื่อรับผิดชอบงานที่ทำคนไทยจะกลัวขึ้นมาทันที เหมือนกับกลัวจะทำไม่ได้ หรือกลัวจะถูกหลอก
- สเตฟานี จอห์นสัน
5. วิธีแก้ไขปัญหา
คนไทยไม่ค่อยมีแผนการรองรับเวลาเกิดปัญหา แต่จะรอให้เกิดก่อนแล้วค่อยหาทางแก้ไปแบบเฉพาะหน้า หลายคั้งที่ฝรั่งพบว่าคนไทยไม่รู้จะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างไรต้องรอให้เจ้านายสั่งลงมาก่อนแล้วค่อยทำตาม ถ้านายเจ้านายไม่อยู่ทุกคนก็จะประสาทเสียไปหมด
- ดร.มาเรีย โรเซนเบิร์ก
6. บอกแต่ข่าวดี
คนไทยมีความเคยชินในการแจ้งข่าวที่แปลกมาก คือ
1. จะไม่กล้าบอกผู้บังคับบัญชาชาวต่างชาติเมื่อเกิดปัญหาขึ้น จนกระทั่งบานปลายไปเกินแก้ไขได้จึงค่อยเข้ามาปรึกษา
2. จะเลือกบอกแต่สิ่งที่คิดว่าเจ้านายจะชอบ เช่น บอกแต่ข่าวดีๆ แทนที่จะเล่าไปตามความจริงหรือถ้าหากเจ้านายถามว่า จะทำงานเสร็จทันเวลาไหม ก็จะบอกว่าทัน (เพราะรู้ว่านายอยากได้ยินแบบนี้) แต่ก็ไม่เคยทำทันตามเวลาที่รับปากเลย
- โจนาธาน ธอมพ์สัน
7. คำว่า "ไม่เป็นไร"
เป็นคำพูดที่ติดปากคนไทยทุกคน ทำให้เวลามีปัญหา ก็จะไม่มีใครรับผิดชอบ และจะไม่ค่อยหาตัวคนทำผิดด้วยเพราะเกรงใจกัน แต่จะใช้คำว่า "ไม่เป็นไร" มาแก้ปัญหาแทน
- เจนิส อิกนาโรห์
8. ทักษะในการทำงาน
1. ไม่สามารถทำงานร่วมกันเป็นทีมได้ ถ้าทำงานเป็นทีมมักมีปัญหาเรื่องการกินแรงกัน บางคนขยันแต่บางคนไม่ทำอะไรเลย บางทีก็มีการขัดแย้งกันเองในทีม หรือเกี่ยงงานกันจนผลงานไม่คืบหน้า
2. ไม่ค่อยมีทักษะในการทำงาน แม้จะผ่านการศึกษาในระดับสูงมาแล้ว และไม่ค่อยใช้ความพยายามอย่างเต็มทีเพื่อให้ได้ผลงานที่ดีที่สุด
3. พนักงานชาวไทยที่รู้จัก ส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้สึกกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้เรื่องราวความเคลื่อนไหวของโลกเท่าไรนัก แล้วไม่ค่อยชอบหาความรู้เพิ่มเติมแม้จะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับงานก็ตาม
- เดวิด กิลเบิร์ก
9. ความซื่อสัตย์
พนักงานคนไทยควรจะมีความซื่อสัตย์และตรงไปตรงมามากกว่านี้ หลายครั้งที่ชอบโกหกในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เช่น มาสาย ขาดงานโดยอ้างว่าป่วย ออกไปข้างนอกในเวลางาน
- เฮเบิร์ก โอ ลิสส์
10. ระบบพวกพ้อง
คนไทยมักจะนำเพื่อนฝูงมาเกี่ยวข้องกับธุรกิจเสมอ ผมไม่เคยชอบวิธีนี้เลย ตัวอย่างเช่น การจัดซื้อข้าวของภายในสำนักงาน พวกเขามักจะแนะนำเพื่อนๆ มาก่อนโดยไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ที่บริษัทควรจะได้รับ นี่เป็นประสบการณ์จริงที่ประสบมา การให้ความช่วยเหลือเพื่อนไม่ใช่เรื่องแปลก แต่การที่ไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของบริษัทเลยเป็นอะไรที่แย่มาก และเมื่อพบว่าเพื่อนพนักงานด้วยกันทุจริต คนไทยก็จะช่วยกันปกป้อง และทำให้ไม่รู้ไม่เห็นจนกว่าผู้บริหารจะตรวจสอบได้เอง
- มาร์ค โอเนล ฮิวจ์
11. แยกไม่ออกระหว่างเรื่องงาน และเรื่องส่วนตัว
คนไทยมักจะไม่รู้ว่าอะไรว่าอะไรคือเรื่องงาน และอะไรที่เรียกว่าเรื่องส่วนตัว พวกเขาชอบเอาทั้งสองอย่างนี้มาปนกันจนทำให้ระบบการทำงานเสียไปหมด ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่อย่างหนึ่งขององค์กร
1. ชอบสอดรู้สอดเห็น โดยเฉพาะเรื่องส่วนตัวของเพื่อนร่วมงาน
2. มักจะคุยกันเรื่องส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวกับงานมากเกินไป บางครั้งทำให้บานปลายและนำไปสู่ข่าวลือ และการนินทากันภายในสำนักงาน
3. มักจะลาออกจากบริษัทโดยไม่ยอมแจ้งล่วงหน้าตามข้อตกลง
Tuesday, 6 May 2008
Dreams : ถ้าคิดอยากจะเป็นผู้กำกับหนัง........

เวลาที่ผมไปกำกับหนัง
เจอขี้โคลน ผมลงก่อน
เจอน้ำผมลงก่อน
แต่ถ้าผมได้ลูกน้องที่ดี ผมไม่ต้อง
บางครั้งคนเรา ต้องถอดรองเท้า ใช้ตีนเปล่า
ย้ำมันลงไปบนดิน.....
แล้วคนเราจะรู้ว่า ดินติดเท้า หรือเท้าติดดิน....
ความรู้สึกมันเป็นเช่นไร.....
ยังหนุ่ม ยังสาว มีโอกาสทำก็ทำมัน.....
ชีวิตแห่งความเป็นจริงในการถ่ายทำ
อาจจะไม่ใช่สิ่งที่คิดและสิ่งที่ฝันไว้....
หรืออาจจะไม่ตรงกับตำราที่คุณเรียนมา.....
เจอขี้โคลน ผมลงก่อน
เจอน้ำผมลงก่อน
แต่ถ้าผมได้ลูกน้องที่ดี ผมไม่ต้อง
บางครั้งคนเรา ต้องถอดรองเท้า ใช้ตีนเปล่า
ย้ำมันลงไปบนดิน.....
แล้วคนเราจะรู้ว่า ดินติดเท้า หรือเท้าติดดิน....
ความรู้สึกมันเป็นเช่นไร.....
ยังหนุ่ม ยังสาว มีโอกาสทำก็ทำมัน.....
ชีวิตแห่งความเป็นจริงในการถ่ายทำ
อาจจะไม่ใช่สิ่งที่คิดและสิ่งที่ฝันไว้....
หรืออาจจะไม่ตรงกับตำราที่คุณเรียนมา.....
อ่ำ
Tuesday, 29 April 2008
Things make people laugh first and make them thing later : siremorn
siremorn :
Things make people laugh first and make them thing later
Sep 21, '07 6:56 AM for everyone
Lovely Credit Link : siremorn
หลังจากได้อ่านหัวข้อข่าวที่น่าสนใจเรื่องหนึ่ง...เกี่ยวกับรางวัลทั่วโลกที่มอบให้โดยองค์กรต่างๆ...ทั้งรางวัลที่เกี่ยวกับการกีฬา...รางวัลด้านการบันเทิงจาก Cannes ทั้งรางวัลของคนโฆษณา...หรือรางวัลโนเบล...ซึ่งเป็นผู้รับส่วนใหญ่มักจะมาจากสาขาทางสายวิทยาศาสตร์....รางวัลต่างๆเหล่านั้นไม่ได้ทำให้ฉันประหลาดใจนัก...คนยิ่งใหญ่ทั่วโลกได้รับรางวัลจากความพยายามก็ถูกต้องแล้ว....คนส่วนใหญ่ในวงการนั้นๆให้ความสำคัญ ทุกสายตาจับจ้อง...บางคนแม้หมดลมหายใจ...ชื่อของเขายังคงถูกพูดถึง ผ่านยุคสมัย...ไม่ได้สูญสลายตามร่างกายคนๆนั้นไปด้วย
ที่น่าสังเกตคือ...กว่ารางวัลเหล่านั้นจะตกถึงมือผู้ที่ทุ่มเท...คณะกรรมการส่วนใหญ่กลับมองอะไรให้ซับซ้อน..ตัดสินเชือดเฉือนแบบไม่ยุติธรรมบ้าง...และบ่อยครั้งพบข้อผิดพลาดจากการตัดสินในเวลาต่อมา...อะไรล่ะเป็นมาตรชี้วัด...และรางวัลสู่ความยิ่งใหญ่นั้นต้องแลกมาด้วยความซับซ้อนของกระบวนการคิดเท่านั้นหรือ....คนธรรมดาๆกับความบ้าบิ่นต่อเรื่องเล็กๆน้อยๆรอบตัวล่ะจะมีสิทธิ์ไหม?
แล้วสิ่งที่ฉันสงสัยก็ปรากฏชัดในหัวข้อข่าวที่อ่านด้วย...รางวัล IG NOBEL เป็นรางวัลที่ยอกย้อนรางวัล NOBEL มิใช่น้อย...รางวัลที่สนใจคนธรรมดากับเรื่องเล็กๆน้อยๆรอบตัว รางวัลที่จากคนไม่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก...และมอบให้กับคนธรรมดาที่บ้าทางความคิด
รางวัลที่บอกทุกๆคนว่าจะเคร่งเครียดกับชีวิตไปทำไม...ไม่ต้องยิ่งใหญ่นักหรอก...ถ้ายิ่งใหญ่แล้วมีแต่ขัดแย้ง...รางวัลที่บอกว่า The winners have all done things that first make people LAUGH, then make them THINK......IG NOBEL จัดขึ้นเมื่อปี 1991 โดยดร. มาร์ค อับราฮัม อับราฮัมจบทางคณิตศาสตร์ประยุกต์จากฮาร์วาร์ด เคยตั้งบริษัทรับเขียนโปรแกรมในปี 1990 แล้วไม่ประสบความสำเร็จ ในระหว่างนั้นก็ได้เป็นบรรณาธิการให้กับนิตยสารวิทยาศาสตร์ขำขัน ชื่อว่า The Journal of Irreproducible ต่อมาก็ทำนิตยสาร Annals of Improbable Research : AIR และอุทิศชีวิตให้กับความพิลึกต่างๆ ในวงการวิจัยมาเรื่อยๆ จะเปรียบเทียบให้เห็นภาพได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้นกับการประกวดนางงาม นางงามจักรวาล คือรางวัลโนเบล ส่วนนางงามมิตรภาพคือรางวัลอิกโนเบล เพราะนางงามมิตรภาพจะสร้างรอยยิ้มให้เกิดกับคนทั่วไป ส่วนอิกโนเบลก็เช่นกัน ใครได้รับรู้ก็จะต้องยิ้ม หัวเราะ และงงงวย ว่านักวิทยาศาสตร์ทั้งหลายคิดได้อย่างไรกับงานวิจัยเหล่านี้ ผู้ที่ได้รับรางวัลอิกโนเบลจึงต้องมีงานที่ทำให้คนขำเมื่อแรกเห็นแล้วกลับมาคิด หรือพูดให้เข้าใจง่ายคือ ขำแล้วกลับมาคิด รางวัล IG NOBEL เคยตกเป็นของเด็กสาวนักวิทยาศาสตร์คนหนึ่งที่เก็บสถิติเรื่อง อาหารตกบนพื้นหากเราหยิบมันขึ้นมาภายใน 5 วินาทีเราสามารถทานได้โดยไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ...แน่นอนแม่สาวคนนี้ได้รางวัลในสาขาสาธารณสุข
ณ โรงละครแซนเดอร์ส มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (Harvard University's Sanders Theater ) ในวันงานจะมีผู้เข้าร่วมโห่ฮาประมาณ 1,200 คน โดยผู้ชมต้องซื้อบัตรราคาตั้งแต่ $16-$25 ผู้อัญเชิญรางวัลหลายคนเป็นผู้ที่เคยได้รางวัลโนเบลมาแล้ว แต่ต่างกันที่รางวัลอิกโนเบลจะให้รางวัลที่ทำจากวัสดุราคาถูก ออกแบบมาให้พังภายในหนึ่งเดือน ตัวอย่างผู้ที่ได้รางวัลแต่ละสาขา....
สาขาวิศวกรรม ได้แก่จอห์น พอล สเตปป์ เอ็ดเวิร์ด เอ เมอร์ฟี จูเนียร์ ผู้ล่วงลับ และจอร์จ นิโคลส์ ( The late John Paul Stapp, the late Edward A. Murphy, Jr., and George Nichols) ซึ่งคิดค้นหลักการสุดเก๋าขึ้นมาเมื่อปี 1949 ว่า "ถ้ามีวิธีทำอะไรมากกว่าสองทางขึ้นไป และหนึ่งในนั้นเป็นหนทางไปสู่หายนะ ก็จะต้องมีใครสักคนที่เลือกทางนั้นเสมอ" หรือพูดเป็นภาษาชาวบ้านง่าย ๆ ก็คือ ถ้ามีอะไรผิดพลาดได้ มันก็จะผิดพลาด นายเมอร์ฟีเป็นนักวิทยาศาสตร์ขนส่งยานอวกาศ ความล้มเหลวหลายครั้งในการทดสอบตัวเซนเซอร์ ทำให้เขาตั้งข้อสังเกตและเพิ่มเติมข้อความในกฎของเมอร์ฟีภายหลังว่า "Anything that can go wrong will.สาขาฟิสิกส์ ได้แก่ทีมนักวิจัยออสเตรเลีย ทำงานวิจัยเรื่อง "การวิเคราะห์แรงที่ต้องใช้ในการลากแกะไปบนพื้นผิวต่าง ๆ กัน"จอห์น เอฟ คูลวีนอร์ วิศวกร แสดงให้เห็นว่าผู้ตัดขนแกะจะไม่ทำให้แกะเจ็บหลังเมื่อต้องลากแกะเข้าไปที่แท่นตัดขนที่พื้นเป็นไม้และลาดเอียงพอเหมาะ
สาขาการแพทย์ ได้แก่เอเลนอร์ แมกไกวร์ (Eleanor Maguire) และนักศึกษา 6 คนจากมหาวิทยาลัยลอนดอน ที่แสดงให้เห็นว่า "สมองส่วนฮิปโปแคมปัส (hippocampus) ซึ่งเป็นส่วนที่เกี่ยวพันกับการนำทาง ของคนขับรถแท็กซี่ในลอนดอน มีขนาดใหญ่กว่าสมองส่วนดังกล่าวของคนปกติ" โดยใช้เครื่องสแกนเอ็มอาร์ไอซึ่งชี้ให้เห็นว่าสมองของคนขับแท็กซี่ในลอนดอนมีสีเทาในส่วนฮิปโปแคมปัสมากกว่าคนทั่วไป
สาขาจิตวิทยา ได้แก่สองนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยโรม และนักวิทยาศาสตร์จากสแตนฟอร์ดยูนิเวอร์ซิตี ซึ่งตีพิมพ์งานวิจัยเรื่อง "บุคลิกพื้น ๆ อันเป็นเอกลักษณ์ของนักการเมือง"สาขาเคมี ได้แก่ ยูคิโอะ ฮิโรเสะ (Yukio Hirose) อายุ 62 ปี ศาสตราจารย์ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล จากมหาวิทยาลัยคานาซาวะ (Kanazawa University) ในญี่ปุ่น จากการศึกษาว่า ทำไมรูปหล่อสัมฤทธิ์บางชิ้นในเมืองที่เขาอยู่ ถึงไม่มีนกพิราบมาเกาะเหมือนรูปหล่ออื่น ๆ บ้าง รูปหล่อสัมฤทธิ์ที่ไม่ปกตินี้มีอายุ 123 ปี มีส่วนผสมของทองแดง และสารหนู เขาทำแผ่นโลหะจำลองขึ้นมาจากส่วนผสมดังกล่าว ปรากฎว่านกทั้งหลายแหล่ต่างหลบหลีก แม้ว่าจะมีอาหารกระจายอยู่บนแผ่นโลหะก็ตาม ศาสตราจารย์ฮิโรเสะกล่าวกับ เอเอฟพี ในวันอังคารที่ 30 กันยายนที่ผ่านมาว่า "เมื่อผมพูดถึงงานวิจัยผม ผู้ฟังก็จะขำกลิ้ง เขาก็ไม่เข้าใจว่ามันตลกอะไรนักหนากับการสำรวจนี้ ทั้งๆ ที่ผมก็จริงจังกับมันมากเลยนะ" สาขาชีววิทยา เจ้าของรางวัลคือ ดร.คีร์ ดับเบิลยู โมไลเกอร์ (Kees.W. Moeliker) หัวหน้าดูแลพิพิธภัณฑ์ จากพิพิธภัณฑ์ในร็อตเตอร์ดัม เนเธอร์แลนด์ เป็นผู้ทำการบันทึกทางวิทยาศาสตร์ที่ค้นพบเป็นครั้งแรก ของการร่วมเพศกับซากศพของเพศเดียวกันในเป็ดป่า บทคัดย่อของการศึกษาระบุว่า เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน ปี 1995 เป็นป่าเพศผู้ตัวหนึ่ง บินชนกระจกพิพิธภัณฑ์และเสียชีวิต แต่หลังจากที่เป็ดป่าอีกตัวมาพบ มันก็ทำการขืนใจศพเป็ดตัวแรกอยู่นานต่อเนื่องถึง 75 นาที และเมื่อผู้ทำงานวิจัยเดินไปดูใกล้ ๆ ด้วยความสงสัย เมื่อนำมาผ่าดูจึงพบว่าเหยื่อการกระทำชำเรานั้นเป็นเป็ดเพศผู้เหมือนกัน ดร.โมไลเกอร์กล่าวในตอนให้สัมภาษณ์ว่า "การข่มขืนในเป็ดเป็นเรื่องธรรมดา....เป็นที่รู้โดยทั่วกันถึงวิธีการสืบพันธุ์ว่าการรักร่วมเพศในเป็ดนั้นเป็นเรื่องปกติ ซึ่งไม่มีความแตกต่างใหญ่โตอะไรระหว่างมนุษย์และเป็ด แต่การข่มขืนศพนี่สิเป็นเรื่องใหม่ ผมพูดถึงเรื่องนี้กับนักปักษาวิทยาหลายคนแล้ว "
สาขาสันติภาพ ได้แก่ ลัล พิหารี (Lal Bihari) จากเมืองอามิลอน (Amilon) ประเทศอินเดีย ซึ่งมารูว่าลุงของตนซึ่งได้รับมรดกที่ดินต่อจากเขา ติดสินบนเจ้าหน้าที่เป็นจำนวนเงิน 25 ดอลลาร์ เพื่อประกาศว่าเขาตายแล้ว เขากลับมาเมื่อ 18 ปี ให้หลังจากความเห็นใจจากศาล สำหรับความสำเร็จ 3 ประการคือ ประการแรก เขายังดำเนินชีวิตต่อไป หลังจากถูกทางการประกาศว่าตายแล้วตามกฎหมาย ข้อสอง เขาทำการรณรงค์หลังการตายอย่างแข็งขัน ด้วยการต่อต้านความเฉื่อยชาของระบบราชการ และฟาดฟันกับบรรดาญาติ ๆ งกสมบัติ ข้อสุดท้ายก็คือเขาเป็นผู้ก่อตั้ง "สมาคมคนตาย" สำหรับคนที่ถูกรัฐประกาศว่าตายไปแล้วทั้งที่ยังมีลมหายใจขึ้นมา นายพิหารี ไม่สามารถขอวีซ่าได้ทันเวลาเพื่อมาร่วมงานในปีนี้ เขาส่งเพียงคำพูดมาเขากล่าวว่า "ร้อยละ 75 ของผู้คนทั้งหมดเป็นพวกที่ไร้จิตวิญญาณ" (นายพิหารีไม่มีโทรศัพท์และพูดได้เพียงภาษาฮินดู ดังนั้นการแปลข้อความจึงค่อนข้างมีปัญหา)
บางรางวัลในสาขาสันติภาพ มอบให้ชาวญี่ปุ่นที่คิดคาราโอเกะ....ด้วยเกียรติคุณที่ว่าทำให้เรารู้จักเรียนรู้วิธีมีน้ำอดน้ำทนกับคนอื่น
ถึงตอนนี้..อาจจะยังนั่งขำ..ขำที่โลกหมุนไปไว..ใครบางคนคิดเรื่องไร้สาระได้เป็นสาระ...ในขณะที่ใครต่อใครยังเดินตามกันอยู่..และเราเองก็เป็นหนึ่งในคนเหล่านั้น
Prev: แนะนำเพื่อนๆจาก tag น้องณฐ
Next: เยี่ยม เยี่ยม มอง มอง
Special Thank For Lovely Credit Link : siremorn
http://siremorn.multiply.com/journal/item/63/Things_make_people_laugh_first_and_make_them_thing_later
เก๋มากครับ......
Things make people laugh first and make them thing later
Sep 21, '07 6:56 AM for everyone
Lovely Credit Link : siremorn
หลังจากได้อ่านหัวข้อข่าวที่น่าสนใจเรื่องหนึ่ง...เกี่ยวกับรางวัลทั่วโลกที่มอบให้โดยองค์กรต่างๆ...ทั้งรางวัลที่เกี่ยวกับการกีฬา...รางวัลด้านการบันเทิงจาก Cannes ทั้งรางวัลของคนโฆษณา...หรือรางวัลโนเบล...ซึ่งเป็นผู้รับส่วนใหญ่มักจะมาจากสาขาทางสายวิทยาศาสตร์....รางวัลต่างๆเหล่านั้นไม่ได้ทำให้ฉันประหลาดใจนัก...คนยิ่งใหญ่ทั่วโลกได้รับรางวัลจากความพยายามก็ถูกต้องแล้ว....คนส่วนใหญ่ในวงการนั้นๆให้ความสำคัญ ทุกสายตาจับจ้อง...บางคนแม้หมดลมหายใจ...ชื่อของเขายังคงถูกพูดถึง ผ่านยุคสมัย...ไม่ได้สูญสลายตามร่างกายคนๆนั้นไปด้วย
ที่น่าสังเกตคือ...กว่ารางวัลเหล่านั้นจะตกถึงมือผู้ที่ทุ่มเท...คณะกรรมการส่วนใหญ่กลับมองอะไรให้ซับซ้อน..ตัดสินเชือดเฉือนแบบไม่ยุติธรรมบ้าง...และบ่อยครั้งพบข้อผิดพลาดจากการตัดสินในเวลาต่อมา...อะไรล่ะเป็นมาตรชี้วัด...และรางวัลสู่ความยิ่งใหญ่นั้นต้องแลกมาด้วยความซับซ้อนของกระบวนการคิดเท่านั้นหรือ....คนธรรมดาๆกับความบ้าบิ่นต่อเรื่องเล็กๆน้อยๆรอบตัวล่ะจะมีสิทธิ์ไหม?
แล้วสิ่งที่ฉันสงสัยก็ปรากฏชัดในหัวข้อข่าวที่อ่านด้วย...รางวัล IG NOBEL เป็นรางวัลที่ยอกย้อนรางวัล NOBEL มิใช่น้อย...รางวัลที่สนใจคนธรรมดากับเรื่องเล็กๆน้อยๆรอบตัว รางวัลที่จากคนไม่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก...และมอบให้กับคนธรรมดาที่บ้าทางความคิด
รางวัลที่บอกทุกๆคนว่าจะเคร่งเครียดกับชีวิตไปทำไม...ไม่ต้องยิ่งใหญ่นักหรอก...ถ้ายิ่งใหญ่แล้วมีแต่ขัดแย้ง...รางวัลที่บอกว่า The winners have all done things that first make people LAUGH, then make them THINK......IG NOBEL จัดขึ้นเมื่อปี 1991 โดยดร. มาร์ค อับราฮัม อับราฮัมจบทางคณิตศาสตร์ประยุกต์จากฮาร์วาร์ด เคยตั้งบริษัทรับเขียนโปรแกรมในปี 1990 แล้วไม่ประสบความสำเร็จ ในระหว่างนั้นก็ได้เป็นบรรณาธิการให้กับนิตยสารวิทยาศาสตร์ขำขัน ชื่อว่า The Journal of Irreproducible ต่อมาก็ทำนิตยสาร Annals of Improbable Research : AIR และอุทิศชีวิตให้กับความพิลึกต่างๆ ในวงการวิจัยมาเรื่อยๆ จะเปรียบเทียบให้เห็นภาพได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้นกับการประกวดนางงาม นางงามจักรวาล คือรางวัลโนเบล ส่วนนางงามมิตรภาพคือรางวัลอิกโนเบล เพราะนางงามมิตรภาพจะสร้างรอยยิ้มให้เกิดกับคนทั่วไป ส่วนอิกโนเบลก็เช่นกัน ใครได้รับรู้ก็จะต้องยิ้ม หัวเราะ และงงงวย ว่านักวิทยาศาสตร์ทั้งหลายคิดได้อย่างไรกับงานวิจัยเหล่านี้ ผู้ที่ได้รับรางวัลอิกโนเบลจึงต้องมีงานที่ทำให้คนขำเมื่อแรกเห็นแล้วกลับมาคิด หรือพูดให้เข้าใจง่ายคือ ขำแล้วกลับมาคิด รางวัล IG NOBEL เคยตกเป็นของเด็กสาวนักวิทยาศาสตร์คนหนึ่งที่เก็บสถิติเรื่อง อาหารตกบนพื้นหากเราหยิบมันขึ้นมาภายใน 5 วินาทีเราสามารถทานได้โดยไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ...แน่นอนแม่สาวคนนี้ได้รางวัลในสาขาสาธารณสุข
ณ โรงละครแซนเดอร์ส มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (Harvard University's Sanders Theater ) ในวันงานจะมีผู้เข้าร่วมโห่ฮาประมาณ 1,200 คน โดยผู้ชมต้องซื้อบัตรราคาตั้งแต่ $16-$25 ผู้อัญเชิญรางวัลหลายคนเป็นผู้ที่เคยได้รางวัลโนเบลมาแล้ว แต่ต่างกันที่รางวัลอิกโนเบลจะให้รางวัลที่ทำจากวัสดุราคาถูก ออกแบบมาให้พังภายในหนึ่งเดือน ตัวอย่างผู้ที่ได้รางวัลแต่ละสาขา....
สาขาวิศวกรรม ได้แก่จอห์น พอล สเตปป์ เอ็ดเวิร์ด เอ เมอร์ฟี จูเนียร์ ผู้ล่วงลับ และจอร์จ นิโคลส์ ( The late John Paul Stapp, the late Edward A. Murphy, Jr., and George Nichols) ซึ่งคิดค้นหลักการสุดเก๋าขึ้นมาเมื่อปี 1949 ว่า "ถ้ามีวิธีทำอะไรมากกว่าสองทางขึ้นไป และหนึ่งในนั้นเป็นหนทางไปสู่หายนะ ก็จะต้องมีใครสักคนที่เลือกทางนั้นเสมอ" หรือพูดเป็นภาษาชาวบ้านง่าย ๆ ก็คือ ถ้ามีอะไรผิดพลาดได้ มันก็จะผิดพลาด นายเมอร์ฟีเป็นนักวิทยาศาสตร์ขนส่งยานอวกาศ ความล้มเหลวหลายครั้งในการทดสอบตัวเซนเซอร์ ทำให้เขาตั้งข้อสังเกตและเพิ่มเติมข้อความในกฎของเมอร์ฟีภายหลังว่า "Anything that can go wrong will.สาขาฟิสิกส์ ได้แก่ทีมนักวิจัยออสเตรเลีย ทำงานวิจัยเรื่อง "การวิเคราะห์แรงที่ต้องใช้ในการลากแกะไปบนพื้นผิวต่าง ๆ กัน"จอห์น เอฟ คูลวีนอร์ วิศวกร แสดงให้เห็นว่าผู้ตัดขนแกะจะไม่ทำให้แกะเจ็บหลังเมื่อต้องลากแกะเข้าไปที่แท่นตัดขนที่พื้นเป็นไม้และลาดเอียงพอเหมาะ
สาขาการแพทย์ ได้แก่เอเลนอร์ แมกไกวร์ (Eleanor Maguire) และนักศึกษา 6 คนจากมหาวิทยาลัยลอนดอน ที่แสดงให้เห็นว่า "สมองส่วนฮิปโปแคมปัส (hippocampus) ซึ่งเป็นส่วนที่เกี่ยวพันกับการนำทาง ของคนขับรถแท็กซี่ในลอนดอน มีขนาดใหญ่กว่าสมองส่วนดังกล่าวของคนปกติ" โดยใช้เครื่องสแกนเอ็มอาร์ไอซึ่งชี้ให้เห็นว่าสมองของคนขับแท็กซี่ในลอนดอนมีสีเทาในส่วนฮิปโปแคมปัสมากกว่าคนทั่วไป
สาขาจิตวิทยา ได้แก่สองนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยโรม และนักวิทยาศาสตร์จากสแตนฟอร์ดยูนิเวอร์ซิตี ซึ่งตีพิมพ์งานวิจัยเรื่อง "บุคลิกพื้น ๆ อันเป็นเอกลักษณ์ของนักการเมือง"สาขาเคมี ได้แก่ ยูคิโอะ ฮิโรเสะ (Yukio Hirose) อายุ 62 ปี ศาสตราจารย์ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล จากมหาวิทยาลัยคานาซาวะ (Kanazawa University) ในญี่ปุ่น จากการศึกษาว่า ทำไมรูปหล่อสัมฤทธิ์บางชิ้นในเมืองที่เขาอยู่ ถึงไม่มีนกพิราบมาเกาะเหมือนรูปหล่ออื่น ๆ บ้าง รูปหล่อสัมฤทธิ์ที่ไม่ปกตินี้มีอายุ 123 ปี มีส่วนผสมของทองแดง และสารหนู เขาทำแผ่นโลหะจำลองขึ้นมาจากส่วนผสมดังกล่าว ปรากฎว่านกทั้งหลายแหล่ต่างหลบหลีก แม้ว่าจะมีอาหารกระจายอยู่บนแผ่นโลหะก็ตาม ศาสตราจารย์ฮิโรเสะกล่าวกับ เอเอฟพี ในวันอังคารที่ 30 กันยายนที่ผ่านมาว่า "เมื่อผมพูดถึงงานวิจัยผม ผู้ฟังก็จะขำกลิ้ง เขาก็ไม่เข้าใจว่ามันตลกอะไรนักหนากับการสำรวจนี้ ทั้งๆ ที่ผมก็จริงจังกับมันมากเลยนะ" สาขาชีววิทยา เจ้าของรางวัลคือ ดร.คีร์ ดับเบิลยู โมไลเกอร์ (Kees.W. Moeliker) หัวหน้าดูแลพิพิธภัณฑ์ จากพิพิธภัณฑ์ในร็อตเตอร์ดัม เนเธอร์แลนด์ เป็นผู้ทำการบันทึกทางวิทยาศาสตร์ที่ค้นพบเป็นครั้งแรก ของการร่วมเพศกับซากศพของเพศเดียวกันในเป็ดป่า บทคัดย่อของการศึกษาระบุว่า เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน ปี 1995 เป็นป่าเพศผู้ตัวหนึ่ง บินชนกระจกพิพิธภัณฑ์และเสียชีวิต แต่หลังจากที่เป็ดป่าอีกตัวมาพบ มันก็ทำการขืนใจศพเป็ดตัวแรกอยู่นานต่อเนื่องถึง 75 นาที และเมื่อผู้ทำงานวิจัยเดินไปดูใกล้ ๆ ด้วยความสงสัย เมื่อนำมาผ่าดูจึงพบว่าเหยื่อการกระทำชำเรานั้นเป็นเป็ดเพศผู้เหมือนกัน ดร.โมไลเกอร์กล่าวในตอนให้สัมภาษณ์ว่า "การข่มขืนในเป็ดเป็นเรื่องธรรมดา....เป็นที่รู้โดยทั่วกันถึงวิธีการสืบพันธุ์ว่าการรักร่วมเพศในเป็ดนั้นเป็นเรื่องปกติ ซึ่งไม่มีความแตกต่างใหญ่โตอะไรระหว่างมนุษย์และเป็ด แต่การข่มขืนศพนี่สิเป็นเรื่องใหม่ ผมพูดถึงเรื่องนี้กับนักปักษาวิทยาหลายคนแล้ว "
สาขาสันติภาพ ได้แก่ ลัล พิหารี (Lal Bihari) จากเมืองอามิลอน (Amilon) ประเทศอินเดีย ซึ่งมารูว่าลุงของตนซึ่งได้รับมรดกที่ดินต่อจากเขา ติดสินบนเจ้าหน้าที่เป็นจำนวนเงิน 25 ดอลลาร์ เพื่อประกาศว่าเขาตายแล้ว เขากลับมาเมื่อ 18 ปี ให้หลังจากความเห็นใจจากศาล สำหรับความสำเร็จ 3 ประการคือ ประการแรก เขายังดำเนินชีวิตต่อไป หลังจากถูกทางการประกาศว่าตายแล้วตามกฎหมาย ข้อสอง เขาทำการรณรงค์หลังการตายอย่างแข็งขัน ด้วยการต่อต้านความเฉื่อยชาของระบบราชการ และฟาดฟันกับบรรดาญาติ ๆ งกสมบัติ ข้อสุดท้ายก็คือเขาเป็นผู้ก่อตั้ง "สมาคมคนตาย" สำหรับคนที่ถูกรัฐประกาศว่าตายไปแล้วทั้งที่ยังมีลมหายใจขึ้นมา นายพิหารี ไม่สามารถขอวีซ่าได้ทันเวลาเพื่อมาร่วมงานในปีนี้ เขาส่งเพียงคำพูดมาเขากล่าวว่า "ร้อยละ 75 ของผู้คนทั้งหมดเป็นพวกที่ไร้จิตวิญญาณ" (นายพิหารีไม่มีโทรศัพท์และพูดได้เพียงภาษาฮินดู ดังนั้นการแปลข้อความจึงค่อนข้างมีปัญหา)
บางรางวัลในสาขาสันติภาพ มอบให้ชาวญี่ปุ่นที่คิดคาราโอเกะ....ด้วยเกียรติคุณที่ว่าทำให้เรารู้จักเรียนรู้วิธีมีน้ำอดน้ำทนกับคนอื่น
ถึงตอนนี้..อาจจะยังนั่งขำ..ขำที่โลกหมุนไปไว..ใครบางคนคิดเรื่องไร้สาระได้เป็นสาระ...ในขณะที่ใครต่อใครยังเดินตามกันอยู่..และเราเองก็เป็นหนึ่งในคนเหล่านั้น
Prev: แนะนำเพื่อนๆจาก tag น้องณฐ
Next: เยี่ยม เยี่ยม มอง มอง
Special Thank For Lovely Credit Link : siremorn
http://siremorn.multiply.com/journal/item/63/Things_make_people_laugh_first_and_make_them_thing_later
เก๋มากครับ......
Saturday, 26 April 2008
ปฎิเสธไม่ได้ว่า อาชีพผู้กำกับนั่น รายได้มันสูง ใครๆก็อยากเป็นผู้กำกับ คนส่วนใหญ่ถึงฝัน
Dreams : ปฎิเสธไม่ได้ว่า อาชีพผู้กำกับนั่น รายได้มันสูง ใครๆก็อยากเป็นผู้กำกับ คนส่วนใหญ่ถึงไฝ่ฝัน
ตังเก - พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ
ฉันเกิดอยู่แดนอีสาน
ถิ่นกันดารที่เขาดูหมิ่นดูแคลน
จากไกลไปหากินต่างแดน ก็อาลัยแสนเมื่อจำต้องพรากบ้านมา
ร่อนเร่พเนจรไป เหมือนนกไพรไร้พงพนา
ไม่ได้จับไถเลยไปจับปลา ไม่ได้ทำนาเลยมากับเรือตังเก
แรกแรกก็กลัวหลายหลาย ต้องเมามายคลื่นโอละเห่
คิดถึงแม่ที่เคยไกวเปล โอ้เปลน้อยคือเรือตังเก
มีแม่ทะเลกล่อมนอนแรงแรง
แม่โมโหใครมา
หรือเป็นตำราให้ลูกแข็งแกร่ง
ลูกขอปูขอปลา มากมากเถิดหนาพอเป็นค่าแรง
ทะเลมันถมไม่เต็ม
เหมือนคนใจเค็มที่คอยยื้อแย่ง
คนจนก็ถมไม่เต็ม แต่ใจไม่เค็มทำงานเข้มแข็ง
อยากมีเรือสักลำจะพาคนงามที่คิดจะแต่ง
ลอยล่องลำนาวา ให้ปลาอิจฉาเวลาคลื่นแรง
แม่โมโหใครมา
หรือเป็นตำราให้ลูกแข็งแกร่ง
ลูกขอปูขอปลา มากมากเถิดหนาพอเป็นค่าแรง
ทะเลมันถมไม่เต็ม
เหมือนคนใจเค็มที่คอยยื้อแย่ง
คนจนก็ถมไม่เต็ม แต่ใจไม่เค็มทำงานเข้มแข็ง
อยากมีเรือสักลำจะพาคนงามที่คิดจะแต่ง
ลอยล่องลำนาวา ให้ปลาอิจฉาเวลาคลื่นแรง
มาเดือนกันยา 2008
ได้ยนโฉม....
ความรวยไม่ใช่สิ่งที่ผิดนะครับ พี่พงษ์เทพ
ด้วยจิตคาระวะ........
The handsome Leopard 46 has high freeboard, as you'd expect on a cruising cat, but it's nicely broken up by a chine above the waterline. Above the chine, the hull flares to increase interior volume; below it, the hulls are narrower, which means better speed.
We sailed the Leopard in light air, and the slippery hulls gave us boat speed nearly equal to the wind speed. Steering a few steps above the cockpit from a comfy chair for two, we had a good view of the sails and easy access to the main and jib winches on the coachroof. This boat had a three-cabin layout: Two cabins in the port hull have double berths separated by two midship heads with showers, and a single cabin to starboard has a large double berth aft and a settee and storage amidships with a luxurious head forward.
The saloon is bright and airy, as with most cats, but this one has three small opening ports forward to provide through ventilation. A nav station with a chair is to starboard, next to a large dinette with wraparound seating. The galley is to starboard along the aft bulkhead with a fold-out countertop that extends into the spacious, covered cockpit. A table with wraparound seating is to port, with seating aft in the open air for those who want more sun but still participate in the cockpit conversation. Yes, the Leopard 46 is one comfortable cat, but that comfort comes at a price: $520,000. Still, for the owner who can afford it, this cat is a fast one that can go anywhere Related Resources
2007 CW Sailboat Show: Boat Reviews and Photo Gallery Directory
Leopard 46 Specs
LOA: 46' 4"
LWL: 44' 7"
Beam: 24' 10"
Draft: 4' 5"
Sail Area: 1,011 sq. ft.
Displacement: 24,206 lb.
Water: 206 gal.
Fuel: 185 gal.
Engine: 40-hp. Volvo
Designer: Morrelli & Melvin
Price: $520,000
Leopard Catamarans, (727) 530-5424, http://www.leopardcatamarans.com/
ตังเก - พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ
ฉันเกิดอยู่แดนอีสาน
ถิ่นกันดารที่เขาดูหมิ่นดูแคลน
จากไกลไปหากินต่างแดน ก็อาลัยแสนเมื่อจำต้องพรากบ้านมา
ร่อนเร่พเนจรไป เหมือนนกไพรไร้พงพนา
ไม่ได้จับไถเลยไปจับปลา ไม่ได้ทำนาเลยมากับเรือตังเก
แรกแรกก็กลัวหลายหลาย ต้องเมามายคลื่นโอละเห่
คิดถึงแม่ที่เคยไกวเปล โอ้เปลน้อยคือเรือตังเก
มีแม่ทะเลกล่อมนอนแรงแรง
แม่โมโหใครมา
หรือเป็นตำราให้ลูกแข็งแกร่ง
ลูกขอปูขอปลา มากมากเถิดหนาพอเป็นค่าแรง
ทะเลมันถมไม่เต็ม
เหมือนคนใจเค็มที่คอยยื้อแย่ง
คนจนก็ถมไม่เต็ม แต่ใจไม่เค็มทำงานเข้มแข็ง
อยากมีเรือสักลำจะพาคนงามที่คิดจะแต่ง
ลอยล่องลำนาวา ให้ปลาอิจฉาเวลาคลื่นแรง
แม่โมโหใครมา
หรือเป็นตำราให้ลูกแข็งแกร่ง
ลูกขอปูขอปลา มากมากเถิดหนาพอเป็นค่าแรง
ทะเลมันถมไม่เต็ม
เหมือนคนใจเค็มที่คอยยื้อแย่ง
คนจนก็ถมไม่เต็ม แต่ใจไม่เค็มทำงานเข้มแข็ง
อยากมีเรือสักลำจะพาคนงามที่คิดจะแต่ง
ลอยล่องลำนาวา ให้ปลาอิจฉาเวลาคลื่นแรง
มาเดือนกันยา 2008
ได้ยนโฉม....
ความรวยไม่ใช่สิ่งที่ผิดนะครับ พี่พงษ์เทพ
ด้วยจิตคาระวะ........
The handsome Leopard 46 has high freeboard, as you'd expect on a cruising cat, but it's nicely broken up by a chine above the waterline. Above the chine, the hull flares to increase interior volume; below it, the hulls are narrower, which means better speed.We sailed the Leopard in light air, and the slippery hulls gave us boat speed nearly equal to the wind speed. Steering a few steps above the cockpit from a comfy chair for two, we had a good view of the sails and easy access to the main and jib winches on the coachroof. This boat had a three-cabin layout: Two cabins in the port hull have double berths separated by two midship heads with showers, and a single cabin to starboard has a large double berth aft and a settee and storage amidships with a luxurious head forward.
The saloon is bright and airy, as with most cats, but this one has three small opening ports forward to provide through ventilation. A nav station with a chair is to starboard, next to a large dinette with wraparound seating. The galley is to starboard along the aft bulkhead with a fold-out countertop that extends into the spacious, covered cockpit. A table with wraparound seating is to port, with seating aft in the open air for those who want more sun but still participate in the cockpit conversation. Yes, the Leopard 46 is one comfortable cat, but that comfort comes at a price: $520,000. Still, for the owner who can afford it, this cat is a fast one that can go anywhere Related Resources
2007 CW Sailboat Show: Boat Reviews and Photo Gallery Directory
Leopard 46 Specs
LOA: 46' 4"
LWL: 44' 7"
Beam: 24' 10"
Draft: 4' 5"
Sail Area: 1,011 sq. ft.
Displacement: 24,206 lb.
Water: 206 gal.
Fuel: 185 gal.
Engine: 40-hp. Volvo
Designer: Morrelli & Melvin
Price: $520,000
Leopard Catamarans, (727) 530-5424, http://www.leopardcatamarans.com/
Wednesday, 23 April 2008
บางคนอยากเป็นผู้กำกับหนัง แต่กลัวกินแกลบเลยไปเรียนวิดวะ เรียนหมอก็มี บางทีก็ออกมาแย่งงานคนที่เรียนทำ เบื่อพวกไม่รู้จักตัวเองเหมือนกัน
Blog มีไว้ให้ความคิด
เป็นบล็อกที่เขียนเรื่องราวม แนวคิด ประสบการณ์
เลือกที่ชอบ มันก็จะใช่
หลายคนต้องฝืนทำในสิ่งที่ตนเองไม่ชอบ เช่น เป็นคนชอบวาดรูป ออกแบบ แต่กลัวตกงาน เลยเลือกเรียนบริหารหรืออย่างอื่น ที่ไม่ใช่ที่ชอบ คุณอาจจะเรียนได้ แต่คุณก็รู้สึกไม่มีความสุขกับมัน แต่หากเราได้ทำในสิ่งที่เราชอบ ที่เราถนัด เราก็จะมีความสุขกับมัน รู้สึกว่าไม่ทรมาน นั่นล่ะ สิ่งที่ใช่ตัวคุณ
ลองคิดให้ดีนะ ว่าตัวเองชอบอะไร หาตัวเองให้เจอ แล้วคุณจะมีความสุขกับการใช้ชีวิต
LINK: http://sweetsea.exteen.com/20041130/entry
เก๋มากๆ
เป็นบล็อกที่เขียนเรื่องราวม แนวคิด ประสบการณ์
เลือกที่ชอบ มันก็จะใช่
หลายคนต้องฝืนทำในสิ่งที่ตนเองไม่ชอบ เช่น เป็นคนชอบวาดรูป ออกแบบ แต่กลัวตกงาน เลยเลือกเรียนบริหารหรืออย่างอื่น ที่ไม่ใช่ที่ชอบ คุณอาจจะเรียนได้ แต่คุณก็รู้สึกไม่มีความสุขกับมัน แต่หากเราได้ทำในสิ่งที่เราชอบ ที่เราถนัด เราก็จะมีความสุขกับมัน รู้สึกว่าไม่ทรมาน นั่นล่ะ สิ่งที่ใช่ตัวคุณ
ลองคิดให้ดีนะ ว่าตัวเองชอบอะไร หาตัวเองให้เจอ แล้วคุณจะมีความสุขกับการใช้ชีวิต
LINK: http://sweetsea.exteen.com/20041130/entry
เก๋มากๆ
Thursday, 3 April 2008
ทัศนคติบอด
ทัศนคติบอด
ชนะโทรไปบริษัทนี้เป็นหนที่สองในรอบสัปดาห์นี้
บริษัทนี้เป็นลูกค้ารายใหม่ที่เขากำลังติดตามเรื่องอยู่
เสียงของโอเปอร์เรเตอร์ซึ่งรับสายด้วยเสียงที่เป็นมิตร
และอ่อนโยนกล่าวว่า
" สวัสดีคะบริษัทเอบีซีอิงค์ ยินดีต้อนรับคะ "
คุณชนะกล่าวว่า " ผมขอเรียนสายกับคุณสมจิต
ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรมนุษย์หน่อยครับ "
โอเปอร์เรเตอร์กล่าวทักขึ้นมาว่า " นั่นคุณชนะใช่ไหมคะ"
ชนะรู้สึกแปลกใจความสามารถในการจดจำเสียงของพนักงานคนนี้ได้
เขากล่าวตอบด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความประทับใจ
" ใช่แล้วครับ ขอบคุณที่จำได้ครับ " เธอกล่าวว่า
" ยินดีคะ ดิฉันจะโอนสายให้นะคะ "
หลังจากที่ชนะสนทนาเรื่องงานกับสมจิตจบ
ชนะจึงถามสมจิตขึ้นมาว่า " คุณสมจิต ผมขอชม
พนักงานรับโทรศัพท์ของคุณหน่อยครับ เธอเก่งจริงๆเลยที่จำเสียงผมได้
เป็นการให้บริการที่เกินความคาดหวังของผมจริงๆเลยครับ
ผมเองไม่ได้เป็นลูกค้าประจำ และก็ไม่ได้โทรมาบ่อยๆ
ขนาดที่เธอจะจำเสียงผมได้ด้วย เธอมีเคล็ดลับอะไรครับ "
สมจิตพูดว่า " เธอชื่อเรณูคะ เธอได้รับคำชมอย่างนี้บ่อยๆ
หากคุณฟังเรื่องของเธอมากขึ้นกว่านี้คุณจะยิ่งประทับใจ
สนใจฟังไหมละคะ" ชนะรีบกล่าวตอบด้วยความกระตือรือร้นว่า
" สนใจสิครับ ช่วยกรุณาเล่าให้ฟังหน่อยครับ "
สมจิตเริ่มต้นเล่าอย่างอารมณ์ดี " คุณเรณูเธอตาบอดคะ
เธอจึงต้องอาศัยการฟังเพียงอย่างเดียว
ทำให้เธอสามารถจดจำชื่อคนได้ดี
เธออาศัยอยู่ที่สมุทรปราการและมาทำงานที่ออฟฟิศนี่
ซึ่งอยู่แถวดอนเมือง ซึ่งถือว่าไกลมากโดยเฉพาะสำหรับเธอ
ซึ่งต้องเดินทางโดยรถเมล์เหมือนคนปกติ
ส่วนใหญ่ก็จะมีคนตาดีอย่างพวกเราที่คอยช่วยดูสายรถเมล์
และส่งเธอขึ้นรถให้ เธอไม่เคยมาสายเลย
และก็ไม่เคยเรียกร้องขอรถรับส่งแต่อย่างใด
ไม่เหมือนพนักงานปกติของพวกเราหลายคน
ตอนที่เราย้ายสำนักงานจากในเมือง ต้องขอรถรับส่งให้ด้วย
แถมหลายๆคนที่มีรถส่วนตัวก็ยังมาทำงานสาย
พร้อมกับเหตุผลสารพัด คิดแล้วอายแทนคนตาดีเลยคะ "
เธอหยุดเว้นจังหวะสักครู่ก่อนจะเล่าต่อว่า
"คุณเรณูมีทัศนคติที่ดีมากๆกับงานของเธอ
เธอเคยเล่าให้ดิฉันฟังว่าสำหรับเธอแล้ว
การรับโทรศัพท์ไม่ใช่งานแต่มันคือชีวิต
เงินเดือนที่บริษัทให้กับเธอ ทำให้เธอสามารถเลี้ยงตัวเอง
และครอบครัวได้อย่างดี นอกจากนี้เธอยังมีเงินเหลือกว่าครึ่งสะสมไว้อีก
ที่จริงแล้วเพื่อนคนตาดีหลายคนเคยหยิบยืมจากเธอในยามฉุกเฉิน
คุณเรณูกล่าวว่าบริษัทเรา เพื่อนร่วมงาน ลูกค้า และสังคมมอบโอกาส
ให้เธอได้พิสูจน์ว่าเธอมีคุณค่าและสามารถมีส่วนร่ม สร้างสรรค์ประโยชน์
ให้กับสังคมได้ เธอบอกว่าเธอพยายามทำงานของเธออย่างสุดความสามารถ
ซึ่งรวมทั้งพยายามจำชื่อของผู้ที่โทรเข้ามาด้วย
เธอบอกว่าทุกคืนก่อนเข้านอน เธออยากรีบนอนไวๆ
เพื่อจะได้รีบตื่นขึ้นมาทำงาน เธออดใจรอจะมาทำงานไม่ไหว
แหมอย่าหาว่าดิฉันบ่นเลยคะ แต่พวกตาดีๆอย่างพวกเรากลับภาวนา
ให้ถึงวันหยุดเร็วๆเสียนี่กระไร" สมจิตจบเรื่องด้วยเสียงหัวเราะเบาๆ
อย่างคนอารมณ์ดี
เมื่อชนะมาเล่าเรื่องนี้ให้กับผมฟังในรถระหว่างที่เราเดินทางไปพบลูกค้าที่นวนคร
ผมจึงเสริมความเห็นของผมไปว่า " เราน่าจะเล่าเรื่องนี้ให้คี่มาเข้าอบรม
กับเราฟังบ้างนะ บ่อยครั้งเรามักจะได้ยินคนบ่นว่างานหนัก
หรือไม่ก็ปัญหาเรื่องงานมีมาก สิ่งที่คุณเรณูมีแตกต่างกับเรา
ไม่ใช่ว่าเธอตาบอดหรอกครับ ความจริงพวกเราต่างหากที่บอด
เราทัศนคติบอดไงละ เราได้รับสิทธประโยชน์ต่างๆมากมาย
จากนายจ้างจนเคยชินกระทั่งมองไม่เห็นคุณค่าของสิ่งเหล่านั้น
ยิ่งนานวันเรายิ่งเรียกร้องมากขึ้นโดยเฉพาะช่วงปลายปีแบบนี้
ในขณะที่คุณเรณูกลับมองแตกต่างกับเราอย่างสิ้นเชิง
บางคนเบื่องานจนอยากลาออกไปอยู่กับบ้านเฉยๆ
มัน ทำให้ผมนึกถึงคำพูดของ Dr. Denis Waitley
ผู้แต่งหนังสือขายดีชื่อ 'The psychology of winning'
เขายกรายงานวิจัยในอเมริกาที่บอกว่าผู้เกษียณอายุออกจากงานไป
โดยไม่มีภาระกิจอะไรทำมีอายุเฉลี่ยเพียงแค่เจ็ดปีเท่านั้น
พวกเขาตายเพราะความรู้สึกด้อยคุณค่า
หรือภาษาชาวบ้านเรียกว่าเฉาตายนั่นเองครับ
เราบางคนมีโอกาสได้งานในสิ่งที่ตนเองรัก
ในขณะที่คนจำนวนมากไม่มีโอกาสอย่างนั้น
อย่างไรก็ตามเรามีสิทธิที่จะเปลี่ยนมุมมองโดยหันมารัก
และหลงไหลในสิ่งที่เราทำได้ โดยไม่ต้องรอให้ตาบอดแบบคุณเรณูก็ได้ "
ชนะโทรไปบริษัทนี้เป็นหนที่สองในรอบสัปดาห์นี้
บริษัทนี้เป็นลูกค้ารายใหม่ที่เขากำลังติดตามเรื่องอยู่
เสียงของโอเปอร์เรเตอร์ซึ่งรับสายด้วยเสียงที่เป็นมิตร
และอ่อนโยนกล่าวว่า
" สวัสดีคะบริษัทเอบีซีอิงค์ ยินดีต้อนรับคะ "
คุณชนะกล่าวว่า " ผมขอเรียนสายกับคุณสมจิต
ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรมนุษย์หน่อยครับ "
โอเปอร์เรเตอร์กล่าวทักขึ้นมาว่า " นั่นคุณชนะใช่ไหมคะ"
ชนะรู้สึกแปลกใจความสามารถในการจดจำเสียงของพนักงานคนนี้ได้
เขากล่าวตอบด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความประทับใจ
" ใช่แล้วครับ ขอบคุณที่จำได้ครับ " เธอกล่าวว่า
" ยินดีคะ ดิฉันจะโอนสายให้นะคะ "
หลังจากที่ชนะสนทนาเรื่องงานกับสมจิตจบ
ชนะจึงถามสมจิตขึ้นมาว่า " คุณสมจิต ผมขอชม
พนักงานรับโทรศัพท์ของคุณหน่อยครับ เธอเก่งจริงๆเลยที่จำเสียงผมได้
เป็นการให้บริการที่เกินความคาดหวังของผมจริงๆเลยครับ
ผมเองไม่ได้เป็นลูกค้าประจำ และก็ไม่ได้โทรมาบ่อยๆ
ขนาดที่เธอจะจำเสียงผมได้ด้วย เธอมีเคล็ดลับอะไรครับ "
สมจิตพูดว่า " เธอชื่อเรณูคะ เธอได้รับคำชมอย่างนี้บ่อยๆ
หากคุณฟังเรื่องของเธอมากขึ้นกว่านี้คุณจะยิ่งประทับใจ
สนใจฟังไหมละคะ" ชนะรีบกล่าวตอบด้วยความกระตือรือร้นว่า
" สนใจสิครับ ช่วยกรุณาเล่าให้ฟังหน่อยครับ "
สมจิตเริ่มต้นเล่าอย่างอารมณ์ดี " คุณเรณูเธอตาบอดคะ
เธอจึงต้องอาศัยการฟังเพียงอย่างเดียว
ทำให้เธอสามารถจดจำชื่อคนได้ดี
เธออาศัยอยู่ที่สมุทรปราการและมาทำงานที่ออฟฟิศนี่
ซึ่งอยู่แถวดอนเมือง ซึ่งถือว่าไกลมากโดยเฉพาะสำหรับเธอ
ซึ่งต้องเดินทางโดยรถเมล์เหมือนคนปกติ
ส่วนใหญ่ก็จะมีคนตาดีอย่างพวกเราที่คอยช่วยดูสายรถเมล์
และส่งเธอขึ้นรถให้ เธอไม่เคยมาสายเลย
และก็ไม่เคยเรียกร้องขอรถรับส่งแต่อย่างใด
ไม่เหมือนพนักงานปกติของพวกเราหลายคน
ตอนที่เราย้ายสำนักงานจากในเมือง ต้องขอรถรับส่งให้ด้วย
แถมหลายๆคนที่มีรถส่วนตัวก็ยังมาทำงานสาย
พร้อมกับเหตุผลสารพัด คิดแล้วอายแทนคนตาดีเลยคะ "
เธอหยุดเว้นจังหวะสักครู่ก่อนจะเล่าต่อว่า
"คุณเรณูมีทัศนคติที่ดีมากๆกับงานของเธอ
เธอเคยเล่าให้ดิฉันฟังว่าสำหรับเธอแล้ว
การรับโทรศัพท์ไม่ใช่งานแต่มันคือชีวิต
เงินเดือนที่บริษัทให้กับเธอ ทำให้เธอสามารถเลี้ยงตัวเอง
และครอบครัวได้อย่างดี นอกจากนี้เธอยังมีเงินเหลือกว่าครึ่งสะสมไว้อีก
ที่จริงแล้วเพื่อนคนตาดีหลายคนเคยหยิบยืมจากเธอในยามฉุกเฉิน
คุณเรณูกล่าวว่าบริษัทเรา เพื่อนร่วมงาน ลูกค้า และสังคมมอบโอกาส
ให้เธอได้พิสูจน์ว่าเธอมีคุณค่าและสามารถมีส่วนร่ม สร้างสรรค์ประโยชน์
ให้กับสังคมได้ เธอบอกว่าเธอพยายามทำงานของเธออย่างสุดความสามารถ
ซึ่งรวมทั้งพยายามจำชื่อของผู้ที่โทรเข้ามาด้วย
เธอบอกว่าทุกคืนก่อนเข้านอน เธออยากรีบนอนไวๆ
เพื่อจะได้รีบตื่นขึ้นมาทำงาน เธออดใจรอจะมาทำงานไม่ไหว
แหมอย่าหาว่าดิฉันบ่นเลยคะ แต่พวกตาดีๆอย่างพวกเรากลับภาวนา
ให้ถึงวันหยุดเร็วๆเสียนี่กระไร" สมจิตจบเรื่องด้วยเสียงหัวเราะเบาๆ
อย่างคนอารมณ์ดี
เมื่อชนะมาเล่าเรื่องนี้ให้กับผมฟังในรถระหว่างที่เราเดินทางไปพบลูกค้าที่นวนคร
ผมจึงเสริมความเห็นของผมไปว่า " เราน่าจะเล่าเรื่องนี้ให้คี่มาเข้าอบรม
กับเราฟังบ้างนะ บ่อยครั้งเรามักจะได้ยินคนบ่นว่างานหนัก
หรือไม่ก็ปัญหาเรื่องงานมีมาก สิ่งที่คุณเรณูมีแตกต่างกับเรา
ไม่ใช่ว่าเธอตาบอดหรอกครับ ความจริงพวกเราต่างหากที่บอด
เราทัศนคติบอดไงละ เราได้รับสิทธประโยชน์ต่างๆมากมาย
จากนายจ้างจนเคยชินกระทั่งมองไม่เห็นคุณค่าของสิ่งเหล่านั้น
ยิ่งนานวันเรายิ่งเรียกร้องมากขึ้นโดยเฉพาะช่วงปลายปีแบบนี้
ในขณะที่คุณเรณูกลับมองแตกต่างกับเราอย่างสิ้นเชิง
บางคนเบื่องานจนอยากลาออกไปอยู่กับบ้านเฉยๆ
มัน ทำให้ผมนึกถึงคำพูดของ Dr. Denis Waitley
ผู้แต่งหนังสือขายดีชื่อ 'The psychology of winning'
เขายกรายงานวิจัยในอเมริกาที่บอกว่าผู้เกษียณอายุออกจากงานไป
โดยไม่มีภาระกิจอะไรทำมีอายุเฉลี่ยเพียงแค่เจ็ดปีเท่านั้น
พวกเขาตายเพราะความรู้สึกด้อยคุณค่า
หรือภาษาชาวบ้านเรียกว่าเฉาตายนั่นเองครับ
เราบางคนมีโอกาสได้งานในสิ่งที่ตนเองรัก
ในขณะที่คนจำนวนมากไม่มีโอกาสอย่างนั้น
อย่างไรก็ตามเรามีสิทธิที่จะเปลี่ยนมุมมองโดยหันมารัก
และหลงไหลในสิ่งที่เราทำได้ โดยไม่ต้องรอให้ตาบอดแบบคุณเรณูก็ได้ "
Tuesday, 25 March 2008
เกิดความรู้สึกว่า ถ้าไม่ทำอะไรในสิ่งที่ถนัดให้เกิดประโยชน์ ชีวิตที่เหลือก็คงไม่มีความหมาย
ด้านล่างครับ...
ปรมาจารย์ท่านนี้ เป็น นักคิด นักริเริ่ม นักดนตรี และเป็นรอยต่อ ระหว่าง อารยะธรรมดิจิตัล ที่ร่วมสมัย...และนับอายุ เป็น พ่อ พวกเรา ได้หลายคน….
จบที่เดียวกับผม... แต่จบก่อน นับสิบปี ......
แถบเหลือง แถบนี้ เป็นพลังลมปราณชี่ ... กระแทกถึงผม แบบรับรู้ได้ บนแผ่นอก..
จึงขอ forward ให้ทีมฯ รู้ว่า อาชีพที่เรา กำลังทำมันนี้...มัน เร่งเร้า เย้ายวน หอมหวล และมีบางคน ที่ไม่เคยรู้จัก เอ่ยปากขอเข้ามาสัมผัสและ เปรียบเปรย เหมือนจะขอตายขณะที่กำลังทำมัน จริงๆ ……....
Application Blog ของ Sky
ทำให้ วงการนี้ พลิกผัน และ จำแนกความเป็นรูปธรรม ของกระบวนการ ออกมาให้เห็น เด่นชัดกับ สาธารณะ
ยกระดับอาชีพพวกเรา... ปฏิวัติความเข้าใจ แบบปิด ให้เข้าใจ และเสพง่าย....
สร้างความสัมพันธ์ ได้ทุกระดับ ไม่แยกแยะ ว่า อายุ /หลากหลายเพศ / องค์ความรู้ / แม้กระทั่ง เพิ่งมี Denish ชาวเดนมาร์ก จะมาเป็น trainee เร็วๆนี้
มิต่างจาก ....มาลัยเสี่ยงรักของ ลุงหนวด แห่ง ไทยรัฐ ... columnist ที่เก่าที่สุดในวงการ journalist จริงๆ
มี โอกาสกันแล้ว สู้ เพื่อพ่อ บ้าง.....
วันนี้ มีคนต่อแถว เยอะมาก.....
TY
เรียน ฝ่ายบุคคลและผู้เกี่ยวข้อง SKY EXITS FILM PRODUCTION ที่นับถือ
กระผมมีความสนใจกิจกรรมที่บริษัทของท่านดำเนินการอยู่ ตามที่ได้พบเห็นใน internet และภาพยนตร์โฆษณาใน TV
ด้วยเหตุที่กระผมยื่นความจำนงค์ ขอสมัครงานครั้งนี้ กระผมไม่ได้หวังหรือคำนึงถึงเรื่องอัตรารายได้ แต่เป็นเพราะ
ต้องการใช้ความสามารถและประสบการณ์ทั้งหลายที่มีอยู่ให้เป็นประโยชน์ ความจริงตัวกระผมเองได้ปลดการทำงานของตัวเอง
แล้วเนื่องด้วยอายุขึ้นหลักเลข 5 แล้ว เกิดความรู้สึกว่า ถ้าไม่ทำอะไรในสิ่งที่ถนัดให้เกิดประโยชน์ ชีวิตที่เหลือก็คงไม่มีความหมาย
สมองก็จะเฉาโดยเปล่าประโยขน์ กระผมจึงเรียนย้ำท่านว่า ไม่ได้หวังหรือคำนึงถึงเรื่องอัตรารายได้เลย ข้อความที่กระผมส่ง
มาถึงท่านนี้ จะถือเป็นการสมัครงานหรือข้อความบอกเล่าอย่างไม่เป็นทางการก็มองได้ทั้งสองแบบ ต่อไปนี้เป็น Resume ส่วนตัว
ของกระผมครับ
จบการศึกษาจากวิทยาลัย พณิชยการพระนคร ปี 2519 แผนกโฆษณา
จบการศึกษาระดับปริญญาตรีที่ประเทศฝรั่งเศส สาขา ดนตรี ที่ กรุง ปารีส ปี 2523
วางแผนการตลาดให้บริษัท วณิขย์ นอร์ดเมนเด็ เครื่องเสียง ซันซุย พร้อมสโลแกนคำว่า " ทุกสิ่งส่วน ล้วนเหนือชั้น ใน ซันซุย"
วางแผนการตลาดให้ บริษัท ออดิโอ แลบ เครื่องเสียง CERWIN VEGA พร้อมสโลแกน "ลำโพงเขย่าโลก"
ริเริ่มนำเครื่องเล่น วิดีโอเทป เข้ามาเมืองไทยเป็นรายแรกในระบบ mono ปี 2525
ริเริ่มนำเครื่องเล่น วิดีโอเทป เข้ามาเมืองไทยเป็นรายแรกในระบบ สเตอริโอ 2527
ริเริ่มนำเครื่องเล่น CD ยี่ห้อ KYOCEIRA เข้ามาเมืองไทยเป็นรายแรก
บันทึกเสียงพากษ์ไทยใน วิดีโอเทป ให้บริษัทวิดีโอ ต่าง ๆ ในประเทศเป็นระบบ SURROUND 5.1
ถ่ายทำภาพยนตร์สอนการติดตั้งเครื่องเสียงเป็นวิดีโอ เทป และเป็นมาตราฐานการติดตั้งของร้านค้าชั้นนำในปัจจุบัน
ถ่ายทำภาพยนตร์โฆษณาย่อยเป็น VCD และ DVD ให้บริษัทและร้านค้าเพื่อนำแจกจ่ายลูกค้าในงานนิทรรศการ
สามารถใช้คอมพิวเตอร์ในโปรแกรมต่าง ๆ เช่น PHOTOSHOP CS , 3D MAX, Adobe Premiere,Special FX, Editor ภาพ
และเสียง โดยสามารถ CREATED คุณภาพเสียงใน CD ให้ดีขึ้นกว่าต้นฉบับ
ถ่ายทำและกำกับการถ่ายทำด้วยตนเองทั้งสิ้น
เขียน-แต่งทำนองเพลงและเล่นเครื่องคนดรีได้ ทั้งเพลง POP,Dance, Percussion
เหล่านี้เป็นประวัติงานย่อ ๆ ที่ได้ทำมา โดยงานต่าง ๆ ที่กระผมได้เรียนมาให้ทราบนั้น กระผมไม่ได้ใช้ทีมงาน แต่เป็นการทำงานเพียงลำพังแต่ผู้เดียว หากสิ่งต่าง ๆ ที่กระผมได้เรียนมาเพื่อทราบนี้ เป็นประโยชน์ต่อองค์กรของท่านได้ กระผมก็ยินดี ไม่ซีเรียสครับ ขอขอบพระคุณ
ขอแสดงความนับถืออย่างสูง
Xxxxxxx xxxxxxxxx
ปรมาจารย์ท่านนี้ เป็น นักคิด นักริเริ่ม นักดนตรี และเป็นรอยต่อ ระหว่าง อารยะธรรมดิจิตัล ที่ร่วมสมัย...และนับอายุ เป็น พ่อ พวกเรา ได้หลายคน….
จบที่เดียวกับผม... แต่จบก่อน นับสิบปี ......
แถบเหลือง แถบนี้ เป็นพลังลมปราณชี่ ... กระแทกถึงผม แบบรับรู้ได้ บนแผ่นอก..
จึงขอ forward ให้ทีมฯ รู้ว่า อาชีพที่เรา กำลังทำมันนี้...มัน เร่งเร้า เย้ายวน หอมหวล และมีบางคน ที่ไม่เคยรู้จัก เอ่ยปากขอเข้ามาสัมผัสและ เปรียบเปรย เหมือนจะขอตายขณะที่กำลังทำมัน จริงๆ ……....
Application Blog ของ Sky
ทำให้ วงการนี้ พลิกผัน และ จำแนกความเป็นรูปธรรม ของกระบวนการ ออกมาให้เห็น เด่นชัดกับ สาธารณะ
ยกระดับอาชีพพวกเรา... ปฏิวัติความเข้าใจ แบบปิด ให้เข้าใจ และเสพง่าย....
สร้างความสัมพันธ์ ได้ทุกระดับ ไม่แยกแยะ ว่า อายุ /หลากหลายเพศ / องค์ความรู้ / แม้กระทั่ง เพิ่งมี Denish ชาวเดนมาร์ก จะมาเป็น trainee เร็วๆนี้
มิต่างจาก ....มาลัยเสี่ยงรักของ ลุงหนวด แห่ง ไทยรัฐ ... columnist ที่เก่าที่สุดในวงการ journalist จริงๆ
มี โอกาสกันแล้ว สู้ เพื่อพ่อ บ้าง.....
วันนี้ มีคนต่อแถว เยอะมาก.....
TY
เรียน ฝ่ายบุคคลและผู้เกี่ยวข้อง SKY EXITS FILM PRODUCTION ที่นับถือ
กระผมมีความสนใจกิจกรรมที่บริษัทของท่านดำเนินการอยู่ ตามที่ได้พบเห็นใน internet และภาพยนตร์โฆษณาใน TV
ด้วยเหตุที่กระผมยื่นความจำนงค์ ขอสมัครงานครั้งนี้ กระผมไม่ได้หวังหรือคำนึงถึงเรื่องอัตรารายได้ แต่เป็นเพราะ
ต้องการใช้ความสามารถและประสบการณ์ทั้งหลายที่มีอยู่ให้เป็นประโยชน์ ความจริงตัวกระผมเองได้ปลดการทำงานของตัวเอง
แล้วเนื่องด้วยอายุขึ้นหลักเลข 5 แล้ว เกิดความรู้สึกว่า ถ้าไม่ทำอะไรในสิ่งที่ถนัดให้เกิดประโยชน์ ชีวิตที่เหลือก็คงไม่มีความหมาย
สมองก็จะเฉาโดยเปล่าประโยขน์ กระผมจึงเรียนย้ำท่านว่า ไม่ได้หวังหรือคำนึงถึงเรื่องอัตรารายได้เลย ข้อความที่กระผมส่ง
มาถึงท่านนี้ จะถือเป็นการสมัครงานหรือข้อความบอกเล่าอย่างไม่เป็นทางการก็มองได้ทั้งสองแบบ ต่อไปนี้เป็น Resume ส่วนตัว
ของกระผมครับ
จบการศึกษาจากวิทยาลัย พณิชยการพระนคร ปี 2519 แผนกโฆษณา
จบการศึกษาระดับปริญญาตรีที่ประเทศฝรั่งเศส สาขา ดนตรี ที่ กรุง ปารีส ปี 2523
วางแผนการตลาดให้บริษัท วณิขย์ นอร์ดเมนเด็ เครื่องเสียง ซันซุย พร้อมสโลแกนคำว่า " ทุกสิ่งส่วน ล้วนเหนือชั้น ใน ซันซุย"
วางแผนการตลาดให้ บริษัท ออดิโอ แลบ เครื่องเสียง CERWIN VEGA พร้อมสโลแกน "ลำโพงเขย่าโลก"
ริเริ่มนำเครื่องเล่น วิดีโอเทป เข้ามาเมืองไทยเป็นรายแรกในระบบ mono ปี 2525
ริเริ่มนำเครื่องเล่น วิดีโอเทป เข้ามาเมืองไทยเป็นรายแรกในระบบ สเตอริโอ 2527
ริเริ่มนำเครื่องเล่น CD ยี่ห้อ KYOCEIRA เข้ามาเมืองไทยเป็นรายแรก
บันทึกเสียงพากษ์ไทยใน วิดีโอเทป ให้บริษัทวิดีโอ ต่าง ๆ ในประเทศเป็นระบบ SURROUND 5.1
ถ่ายทำภาพยนตร์สอนการติดตั้งเครื่องเสียงเป็นวิดีโอ เทป และเป็นมาตราฐานการติดตั้งของร้านค้าชั้นนำในปัจจุบัน
ถ่ายทำภาพยนตร์โฆษณาย่อยเป็น VCD และ DVD ให้บริษัทและร้านค้าเพื่อนำแจกจ่ายลูกค้าในงานนิทรรศการ
สามารถใช้คอมพิวเตอร์ในโปรแกรมต่าง ๆ เช่น PHOTOSHOP CS , 3D MAX, Adobe Premiere,Special FX, Editor ภาพ
และเสียง โดยสามารถ CREATED คุณภาพเสียงใน CD ให้ดีขึ้นกว่าต้นฉบับ
ถ่ายทำและกำกับการถ่ายทำด้วยตนเองทั้งสิ้น
เขียน-แต่งทำนองเพลงและเล่นเครื่องคนดรีได้ ทั้งเพลง POP,Dance, Percussion
เหล่านี้เป็นประวัติงานย่อ ๆ ที่ได้ทำมา โดยงานต่าง ๆ ที่กระผมได้เรียนมาให้ทราบนั้น กระผมไม่ได้ใช้ทีมงาน แต่เป็นการทำงานเพียงลำพังแต่ผู้เดียว หากสิ่งต่าง ๆ ที่กระผมได้เรียนมาเพื่อทราบนี้ เป็นประโยชน์ต่อองค์กรของท่านได้ กระผมก็ยินดี ไม่ซีเรียสครับ ขอขอบพระคุณ
ขอแสดงความนับถืออย่างสูง
Xxxxxxx xxxxxxxxx
Friday, 21 March 2008
คำถาม : ทำไมถึงอยากเป็นผู้ช่วยผู้กำกับ ?
คำถาม : ทำไมถึงอยากเป็นผู้ช่วยผู้กำกับ ?
เนื่องจากได้ทำและมีส่วนเกี่ยวข้องกับทุกฝ่ายที่ถนัด ไม่ต้องทำอย่างใดอย่างหนึ่งเพียงอย่างเดียว ได้เป็นผู้กำกับตัวน้อย
เหมือนการช่วยคุณพ่อทำงาน เท่ห์ สนุก ท้าทาย ได้ใช้ความรู้ทุกศาสตร์ที่มีในดัวเอง
ได้ช่วยผู้กำกับดูภาพรวม –พัฒนาจากความรู้ Director,Art Director,Choreographerและเรื่องมุมกล้อง
ได้ช่วยผู้กำกับบรีฟตัวแสดง –พัฒนาความรู้ด้านการแสดง ให้นักแสดงเป็นธรรมชาติและดูเป็นตัวของตัวเองเท่าที่จะทำได้
ในเวลาที่จำกัดมาก
ได้ช่วยผู้กำกับในเรื่องการจัดการ –พัฒนาจากกระบวนการในการทำงาน,การตามทีมและนักแสดง จากการสร้างงานที่
ผ่านมาทั้งหมด ให้พร้อมและดี ตามเวลาที่กำหนด ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม!
และได้ช่วยจิปาถะ ด้วยหน้าที่แล้ว หากฝ่ายไหนต้องการความช่วยเหลือประการใดก็ได้ลงมือทำเองด้วย
ภูมิใจในการต่อจิ๊กซอว์เหล่านั้นให้สำเร็จราบรื่นลุล่วงไปได้ด้วยดีค่ะ..
XXX
Behind The Scene Making of The Movie:
Sky Exits Films Production:
เนื่องจากได้ทำและมีส่วนเกี่ยวข้องกับทุกฝ่ายที่ถนัด ไม่ต้องทำอย่างใดอย่างหนึ่งเพียงอย่างเดียว ได้เป็นผู้กำกับตัวน้อย
เหมือนการช่วยคุณพ่อทำงาน เท่ห์ สนุก ท้าทาย ได้ใช้ความรู้ทุกศาสตร์ที่มีในดัวเอง
ได้ช่วยผู้กำกับดูภาพรวม –พัฒนาจากความรู้ Director,Art Director,Choreographerและเรื่องมุมกล้อง
ได้ช่วยผู้กำกับบรีฟตัวแสดง –พัฒนาความรู้ด้านการแสดง ให้นักแสดงเป็นธรรมชาติและดูเป็นตัวของตัวเองเท่าที่จะทำได้
ในเวลาที่จำกัดมาก
ได้ช่วยผู้กำกับในเรื่องการจัดการ –พัฒนาจากกระบวนการในการทำงาน,การตามทีมและนักแสดง จากการสร้างงานที่
ผ่านมาทั้งหมด ให้พร้อมและดี ตามเวลาที่กำหนด ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม!
และได้ช่วยจิปาถะ ด้วยหน้าที่แล้ว หากฝ่ายไหนต้องการความช่วยเหลือประการใดก็ได้ลงมือทำเองด้วย
ภูมิใจในการต่อจิ๊กซอว์เหล่านั้นให้สำเร็จราบรื่นลุล่วงไปได้ด้วยดีค่ะ..
XXX
Behind The Scene Making of The Movie:
Sky Exits Films Production:
Tuesday, 29 January 2008
สัมภาษณ์งาน อย่างไรให้คว้าชัย
สัมภาษณ์งาน อย่างไรให้คว้าชัย
เคยไหมที่...คุณค่อนข้างมั่นใจ
ว่างานที่คุณเพิ่งไปสัมภาษณ์นั้นต้องได้ชัวร์ๆ
หรือต้องเป็นตัวเก็งติดโผเข้ารอบแรกแหงๆ
เคยไหมที่เพื่อนที่เกรดเฉลี่ยน้อยกว่าคุณตั้งเยอะ
แต่กลับคว้างานที่คุณอยากทำไปครอง ถ้าคุณเริ่มเป็นอย่างที่ว่ามา
นั่นอาจเป็นสาเหตุมาจากการเตรียมตัวไปสัมภาษณ์งานของคุณบกพร่อง
แม้สิ่งเล็กๆ น้อยๆ ก็มีผลต่อการพิจารณาว่าคุณจะเข้ารอบ
หรือตกรอบกันแน่...ลองสำรวจดูว่า
คุณได้เตรียมตัวเพื่อการสัมภาษณ์งานดีหรือยัง ตามข้อปฏิบัติดังนี้
1. แต่งตัวให้เป็นมืออาชีพ การทำให้ผู้สัมภาษณ์เกิดความประทับใจ
ต้องเริ่มจากการมีบุคลิกภาพที่ดีเสียก่อน ควรแต่งกายให้สุภาพ เป็นทางการ
ใส่รองเท้าหุ้มข้อ จัดแต่งทรงผมให้เรียบร้อย
รวมทั้งดูแลเรื่องความสะอาดตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วย
นอกจากจะเป็นการให้เกียรติผู้สัมภาษณ์แล้ว
ยังทำให้คุณดูเป็นมืออาชีพอีกด้วย และอีกข้อควรระวังคือ
ควรปิดโทรศัพท์มือถือระหว่างการสัมภาษณ์
2. ตรงต่อเวลา คุณควรกะเวลาเดินทางให้ดี เผื่อเวลารถติดไว้ด้วย
ควรศึกษาเส้นทางเสียก่อนถ้าคุณยังไม่ชำนาญ
แนะนำว่าควรไปก่อนเวลานัดสัมภาษณ์อย่างน้อย 30 นาทีขึ้นไป
เพื่อที่จะได้เตรียมตัว และทำความคุ้นเคยกับสถานที่
เพื่อไม่ให้ประหม่าจนเกินไป
3. เตรียมเอกสารสมัครงานให้พร้อม เช่น รูปถ่าย สำเนาบัตรประชาชน
สำเนาทะเบียนบ้าน ถ่ายสำเนาประวัติส่วนตัว (Resume) หลักฐานการศึกษาต่างๆ
รวมทั้งผลงานที่ผ่านมาของคุณ
ในกรณีคุณที่จำเป็นต้องแสดงผลงานให้ผู้สัมภาษณ์พิจารณาด้วย
4. ตอบคำถามด้วยท่าทางที่ดูกระตือรือร้น มีชีวิตชีวา
และอย่าพูดเร็วเกินไป ไม่ควรพูดสอดขึ้นมากลางคัน
หลีกเลี่ยงการตอบคำถามสั้นๆ ด้วยคำว่า "ค่ะ/ครับ"
แต่ควรแสดงความสนใจในคำถาม ด้วยการตอบให้เต็มประโยค
และแสดงความคิดเห็นเท่าที่จำเป็น
5. เตรียมคำถาม ส่วนใหญ่ผู้สัมภาษณ์มักเปิดโอกาสให้ถามในช่วงท้ายๆ
ของการสัมภาษณ์ คุณควรเตรียมคำถามไปด้วย
ซึ่งคำถามนี้อาจจะเกี่ยวกับลักษณะงานที่คุณสมัคร เพื่อช่วยคุณตัดสินใจ
และเข้าใจงานที่คุณกำลังสัมภาษณ์นี้มากขึ้น
6. ห้ามพาดพิง หรือพูดแสดงความคิดเห็นถึงเจ้านายเก่าในแง่ลบ
เพราะจะเป็นการแสดงทัศนคติที่ไม่ดีของคุณต่อบุคคลอื่น
เหมือนว่าเอาผู้อื่นมาวิจารณ์ในทางที่เสียหาย ถ้าคุณไม่ชอบใจเจ้านายเก่า
ควรหลีกเลี่ยงไม่พูดถึงเลยจะดีกว่า
7. ไม่ควรแสดงความคิดเห็นในเรื่องต้องห้าม 3 อย่าง ได้แก่ ความเชื่อ
การเมือง และศาสนา เพราะเป็นเรื่องของความเชื่อ ความชื่นชอบส่วนบุคคล
ซึ่งผู้สัมภาษณ์อาจจะมีความเชื่อต่างจากคุณก็ได้
8. ควบคุมอารมณ์ให้ดี ไม่ควรแสดงความรู้สึกในด้านลบของคุณออกมา เช่น
อารมณ์โกรธ ประหม่า เสียใจ ฯลฯ
ผู้สัมภาษณ์บางคนอาจจะอยากรู้ว่าคุณเป็นควบคุมอารมณ์ได้ดีหรือไม่
ด้วยการลองถามคำถาม หรือพูดเพื่อยั่วยุให้คุณโกรธ
ซึ่งคุณก็ไม่ควรโต้ตอบด้วยอารมณ์
9. อย่าลืมคำว่า "สวัสดี" และ "ขอบคุณ"
เมื่อก้าวผ่านประตูห้องสัมภาษณ์ควรยกมือไหว้ และกล่าว "สวัสดีค่ะ/ครับ"
ต่อผู้สัมภาษณ์ เพื่อแสดงความนอบน้อม และมารยาทที่ดี
ไม่ว่าผู้สัมภาษณ์จะดูอ่อนวัย หรือตำแหน่งด้อยกว่าคุณก็ตาม
และเมื่อสัมภาษณ์เสร็จก็ควรยกมือไหว้ และกล่าวคำว่า "ขอบคุณค่ะ/ครับ"
ด้วย
เคยไหมที่...คุณค่อนข้างมั่นใจ
ว่างานที่คุณเพิ่งไปสัมภาษณ์นั้นต้องได้ชัวร์ๆ
หรือต้องเป็นตัวเก็งติดโผเข้ารอบแรกแหงๆ
เคยไหมที่เพื่อนที่เกรดเฉลี่ยน้อยกว่าคุณตั้งเยอะ
แต่กลับคว้างานที่คุณอยากทำไปครอง ถ้าคุณเริ่มเป็นอย่างที่ว่ามา
นั่นอาจเป็นสาเหตุมาจากการเตรียมตัวไปสัมภาษณ์งานของคุณบกพร่อง
แม้สิ่งเล็กๆ น้อยๆ ก็มีผลต่อการพิจารณาว่าคุณจะเข้ารอบ
หรือตกรอบกันแน่...ลองสำรวจดูว่า
คุณได้เตรียมตัวเพื่อการสัมภาษณ์งานดีหรือยัง ตามข้อปฏิบัติดังนี้
1. แต่งตัวให้เป็นมืออาชีพ การทำให้ผู้สัมภาษณ์เกิดความประทับใจ
ต้องเริ่มจากการมีบุคลิกภาพที่ดีเสียก่อน ควรแต่งกายให้สุภาพ เป็นทางการ
ใส่รองเท้าหุ้มข้อ จัดแต่งทรงผมให้เรียบร้อย
รวมทั้งดูแลเรื่องความสะอาดตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วย
นอกจากจะเป็นการให้เกียรติผู้สัมภาษณ์แล้ว
ยังทำให้คุณดูเป็นมืออาชีพอีกด้วย และอีกข้อควรระวังคือ
ควรปิดโทรศัพท์มือถือระหว่างการสัมภาษณ์
2. ตรงต่อเวลา คุณควรกะเวลาเดินทางให้ดี เผื่อเวลารถติดไว้ด้วย
ควรศึกษาเส้นทางเสียก่อนถ้าคุณยังไม่ชำนาญ
แนะนำว่าควรไปก่อนเวลานัดสัมภาษณ์อย่างน้อย 30 นาทีขึ้นไป
เพื่อที่จะได้เตรียมตัว และทำความคุ้นเคยกับสถานที่
เพื่อไม่ให้ประหม่าจนเกินไป
3. เตรียมเอกสารสมัครงานให้พร้อม เช่น รูปถ่าย สำเนาบัตรประชาชน
สำเนาทะเบียนบ้าน ถ่ายสำเนาประวัติส่วนตัว (Resume) หลักฐานการศึกษาต่างๆ
รวมทั้งผลงานที่ผ่านมาของคุณ
ในกรณีคุณที่จำเป็นต้องแสดงผลงานให้ผู้สัมภาษณ์พิจารณาด้วย
4. ตอบคำถามด้วยท่าทางที่ดูกระตือรือร้น มีชีวิตชีวา
และอย่าพูดเร็วเกินไป ไม่ควรพูดสอดขึ้นมากลางคัน
หลีกเลี่ยงการตอบคำถามสั้นๆ ด้วยคำว่า "ค่ะ/ครับ"
แต่ควรแสดงความสนใจในคำถาม ด้วยการตอบให้เต็มประโยค
และแสดงความคิดเห็นเท่าที่จำเป็น
5. เตรียมคำถาม ส่วนใหญ่ผู้สัมภาษณ์มักเปิดโอกาสให้ถามในช่วงท้ายๆ
ของการสัมภาษณ์ คุณควรเตรียมคำถามไปด้วย
ซึ่งคำถามนี้อาจจะเกี่ยวกับลักษณะงานที่คุณสมัคร เพื่อช่วยคุณตัดสินใจ
และเข้าใจงานที่คุณกำลังสัมภาษณ์นี้มากขึ้น
6. ห้ามพาดพิง หรือพูดแสดงความคิดเห็นถึงเจ้านายเก่าในแง่ลบ
เพราะจะเป็นการแสดงทัศนคติที่ไม่ดีของคุณต่อบุคคลอื่น
เหมือนว่าเอาผู้อื่นมาวิจารณ์ในทางที่เสียหาย ถ้าคุณไม่ชอบใจเจ้านายเก่า
ควรหลีกเลี่ยงไม่พูดถึงเลยจะดีกว่า
7. ไม่ควรแสดงความคิดเห็นในเรื่องต้องห้าม 3 อย่าง ได้แก่ ความเชื่อ
การเมือง และศาสนา เพราะเป็นเรื่องของความเชื่อ ความชื่นชอบส่วนบุคคล
ซึ่งผู้สัมภาษณ์อาจจะมีความเชื่อต่างจากคุณก็ได้
8. ควบคุมอารมณ์ให้ดี ไม่ควรแสดงความรู้สึกในด้านลบของคุณออกมา เช่น
อารมณ์โกรธ ประหม่า เสียใจ ฯลฯ
ผู้สัมภาษณ์บางคนอาจจะอยากรู้ว่าคุณเป็นควบคุมอารมณ์ได้ดีหรือไม่
ด้วยการลองถามคำถาม หรือพูดเพื่อยั่วยุให้คุณโกรธ
ซึ่งคุณก็ไม่ควรโต้ตอบด้วยอารมณ์
9. อย่าลืมคำว่า "สวัสดี" และ "ขอบคุณ"
เมื่อก้าวผ่านประตูห้องสัมภาษณ์ควรยกมือไหว้ และกล่าว "สวัสดีค่ะ/ครับ"
ต่อผู้สัมภาษณ์ เพื่อแสดงความนอบน้อม และมารยาทที่ดี
ไม่ว่าผู้สัมภาษณ์จะดูอ่อนวัย หรือตำแหน่งด้อยกว่าคุณก็ตาม
และเมื่อสัมภาษณ์เสร็จก็ควรยกมือไหว้ และกล่าวคำว่า "ขอบคุณค่ะ/ครับ"
ด้วย
กฏของเมอร์ฟี่ (Murphy's law)
กฏของเมอร์ฟี่ (Murphy's law)
กฏของเมอร์ฟี่
จริงหรือ ? ที่เหตุการณ์รอบตัว ทำให้นึกน้อยใจ ในโชคชะตาบ่อยครั้ง เพราะมักจะเลวร้ายกว่าที่ควร เช่น ขับรถ มาเป็นสิบปี ไม่เคยชนอะไร
แต่เมื่อเพื่อนขอร้องให้ช่วยถอยรถแทนให้ กลับชนเสาไฟฟ้าโครมใหญ่ เมื่อออกจากซอยไม่ถึง 30 ม. เหตุการณ์เลวร้าย ราวสวรรค์แกล้ง เกิดกับทุกคน บ่อยครั้งจนมีผู้ตั้งเป็นกฎไว้เรียกว่า " กฎของเมอร์ฟี่ " ความว่า " ถ้าเคยผิดพลาดแล้ว ก็จะผิดซ้ำอีก " นอกจากกฎของเมอร์ฟี่แล้วยังมีกฎอื่นๆ ที่มีผู้สังเกตพบมากมายสมควรรวบรวมไว้ตาม ความสอดคล้อง ดังนี้..
1.กฎความเป็นไปได้
ขนมปังทาเนย ที่พลัดตกพื้น จะคว่ำด้านหน้า ที่มีเนย ลงเสมอ และโอกาสที่เนยตกเปื้อนพรม จะมีมากขึ้นเป็นสัดส่วนกับราคาของพรม..
2.การดูดวง
หมอดูมักทำนายหลายเรื่อง ทั้งดีและเลว แต่เรื่องที่แม่นที่สุด คือเรื่องที่เลวที่สุด..
3.กฎแห่งความแม่นยำ
หากขว้างก้อนหิน สะเปะสะปะ มันจะพุ่งตรง เข้าหาวัตถุ ที่มีราคาแพงที่สุด..
4.กฎของหาย
ของใช้ที่เราเห็นทุกวัน จะหายในยามที่เราต้องการใช้มัน..
5.กฎของเมธี
เลขเด็ด ที่เราไม่ซื้อ คือเลขที่จะออกงวดนั้นและหวยที่เราซื้อมักใกล้เคียงกับหวยที่ออก หากได้บวก ลบ คูณ หาร ด้วยเลขอะไรสักตัว หรือกลับหน้ากลับหลัง แต่ถ้าเราซื้อ เลขกลับกัน มันจะออก เลขตรง และถ้าเราซื้อ ทั้งสองแบบมันจะไม่ออกเลย..
6.กฎแรงโน้มถ่วง
วัตถุ 2 ชิ้น ที่น้ำหนัก ไม่เท่ากัน จะตกถึงพื้น ด้วยความเร็ว ขนาดที่ทำลายทรัพย์สิน ได้มากที่สุดเท่า ๆ กัน..
7.ข้อพิจารณาในการเลือกซื้อหนังสือ
หนังสือปกสวย เนื้อในมักห่วย และหนังสือ ปกขี้เหร่ เนื้อในห่วยกว่า..
8.กฎห้ามพูด
คนไทย รู้จักกฎนี้ดี จนมีสุภาษิตว่า " เข้าป่าอย่าเรียกหาเสือ " กฎมีว่า..ทันทีที่คุณพูด แสดงความคาดหวัง ถ้าหวังสิ่งเลว สิ่งเลว..จะมาหา และ ถ้าหวังสิ่งดี สิ่งเลว ก็จะมาหา..
9.กฎของโฮว์ ( Howe's Law )
มนุษย์ทุกคน มักจะทำอะไรไม่สำเร็จ..
10.กฎของไซเมอร์กี้
ถ้าคุณรื้อชิ้นส่วน ออกมาประกอบใหม่ จะมีน็อตเหลือเสมอ..
11.ข้อสังเกตของอีตัวร์
รถเลนข้างๆ มักเคลื่อนตัว ดีกว่าเลนของเรา..
12.กฎการแก้ปัญหา
ในปัญหาใหญ่ๆ ที่เป็นอุปสรรค ให้เราแก้ มักมีปัญหาเล็กๆ อยู่ภายใน ซึ่งพร้อมจะขยายตัว แทนที่ ทันทีที่ปัญหาใหญ่ ได้รับการแก้ไขลุล่วง..
13.กฎทอง
คนมีทอง คือคนออกกฎ..
14.ธรรมชาติของมนุษย์
มนุษย์เรามีสองประเภท..
ประเภทแรก คือ คนที่ชอบแยกคนเป็นสองจำพวก
ประเภทที่สอง คือ คนที่รังเกียจพวกแรก
15.กฎยิ่งน้อยยิ่งดีของซีกัล
คนที่มีนาฬิกาเรือนเดียว จะรู้เวลาแน่นอน..
คนที่มีนาฬิกาเพิ่มมาอีกเรือน จะไม่แน่ใจว่าเวลาใดถูกต้อง
16.กฎการใช้เวลาเหลื่อมล้ำ
การเริ่มต้นงาน เป็นสิ่งยาก เพราะงาน 90 % แรก จะกินเวลา ไปถึง 90 %
ของเวลา ในโครงการ ส่วนงาน 10 % ที่เหลือ จะกินเวลา อีก 90 % ของ
เวลาในโครงการ..
17.กฎของโอ' รีลล์
สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ในโลกนี้ คือ การทำโต๊ะทำงาน ให้สะอาด..
18.กฎของลีเบอร์แมน
นักการเมืองทุกคน โกหก แต่ไม่เป็นไร เพราะไม่มีใครฟังใคร..
19.กฎน้ำพริกถ้วยเก่า
เสื้อผ้าตัวเก่ง จะเก่าซอมซ่อทันที ที่เราได้ตัวใหม่..
20.ข้อเท็จจริงขององค์กร่า
ในทุกหน่วยงาน มักมีพนักงาน คนหนึ่ง และคนเดียว ที่มองเห็นปัญหา ที่แท้จริง
ขององค์กร และคนๆ นี้จะถูกไล่ออกเสมอ..
21.กฎการโต้เถียง
คนที่พูดน้อย คือคนที่รู้มาก..
22.กฎการทำงานเป็นทีม
เมื่องานยุ่งยาก ทุกคนผละหนี..
23.กฎการมองโลก
มนุษย์สามสิบในร้อยคน ชอบมองโลกในแง่ร้าย แต่ที่เหลือมองร้ายกว่า
24.เรื่องร้ายที่คาดว่าอาจเกิด มักจะเกิด
25.อาหารที่เพื่อนกินจะน่ากินกว่าจานที่เรากิน
26.หลังแต่งงาน มักจะพบว่าหญิงที่เจอมักสวยกว่าภรรยา ???
กฏของเมอร์ฟี่
จริงหรือ ? ที่เหตุการณ์รอบตัว ทำให้นึกน้อยใจ ในโชคชะตาบ่อยครั้ง เพราะมักจะเลวร้ายกว่าที่ควร เช่น ขับรถ มาเป็นสิบปี ไม่เคยชนอะไร
แต่เมื่อเพื่อนขอร้องให้ช่วยถอยรถแทนให้ กลับชนเสาไฟฟ้าโครมใหญ่ เมื่อออกจากซอยไม่ถึง 30 ม. เหตุการณ์เลวร้าย ราวสวรรค์แกล้ง เกิดกับทุกคน บ่อยครั้งจนมีผู้ตั้งเป็นกฎไว้เรียกว่า " กฎของเมอร์ฟี่ " ความว่า " ถ้าเคยผิดพลาดแล้ว ก็จะผิดซ้ำอีก " นอกจากกฎของเมอร์ฟี่แล้วยังมีกฎอื่นๆ ที่มีผู้สังเกตพบมากมายสมควรรวบรวมไว้ตาม ความสอดคล้อง ดังนี้..
1.กฎความเป็นไปได้
ขนมปังทาเนย ที่พลัดตกพื้น จะคว่ำด้านหน้า ที่มีเนย ลงเสมอ และโอกาสที่เนยตกเปื้อนพรม จะมีมากขึ้นเป็นสัดส่วนกับราคาของพรม..
2.การดูดวง
หมอดูมักทำนายหลายเรื่อง ทั้งดีและเลว แต่เรื่องที่แม่นที่สุด คือเรื่องที่เลวที่สุด..
3.กฎแห่งความแม่นยำ
หากขว้างก้อนหิน สะเปะสะปะ มันจะพุ่งตรง เข้าหาวัตถุ ที่มีราคาแพงที่สุด..
4.กฎของหาย
ของใช้ที่เราเห็นทุกวัน จะหายในยามที่เราต้องการใช้มัน..
5.กฎของเมธี
เลขเด็ด ที่เราไม่ซื้อ คือเลขที่จะออกงวดนั้นและหวยที่เราซื้อมักใกล้เคียงกับหวยที่ออก หากได้บวก ลบ คูณ หาร ด้วยเลขอะไรสักตัว หรือกลับหน้ากลับหลัง แต่ถ้าเราซื้อ เลขกลับกัน มันจะออก เลขตรง และถ้าเราซื้อ ทั้งสองแบบมันจะไม่ออกเลย..
6.กฎแรงโน้มถ่วง
วัตถุ 2 ชิ้น ที่น้ำหนัก ไม่เท่ากัน จะตกถึงพื้น ด้วยความเร็ว ขนาดที่ทำลายทรัพย์สิน ได้มากที่สุดเท่า ๆ กัน..
7.ข้อพิจารณาในการเลือกซื้อหนังสือ
หนังสือปกสวย เนื้อในมักห่วย และหนังสือ ปกขี้เหร่ เนื้อในห่วยกว่า..
8.กฎห้ามพูด
คนไทย รู้จักกฎนี้ดี จนมีสุภาษิตว่า " เข้าป่าอย่าเรียกหาเสือ " กฎมีว่า..ทันทีที่คุณพูด แสดงความคาดหวัง ถ้าหวังสิ่งเลว สิ่งเลว..จะมาหา และ ถ้าหวังสิ่งดี สิ่งเลว ก็จะมาหา..
9.กฎของโฮว์ ( Howe's Law )
มนุษย์ทุกคน มักจะทำอะไรไม่สำเร็จ..
10.กฎของไซเมอร์กี้
ถ้าคุณรื้อชิ้นส่วน ออกมาประกอบใหม่ จะมีน็อตเหลือเสมอ..
11.ข้อสังเกตของอีตัวร์
รถเลนข้างๆ มักเคลื่อนตัว ดีกว่าเลนของเรา..
12.กฎการแก้ปัญหา
ในปัญหาใหญ่ๆ ที่เป็นอุปสรรค ให้เราแก้ มักมีปัญหาเล็กๆ อยู่ภายใน ซึ่งพร้อมจะขยายตัว แทนที่ ทันทีที่ปัญหาใหญ่ ได้รับการแก้ไขลุล่วง..
13.กฎทอง
คนมีทอง คือคนออกกฎ..
14.ธรรมชาติของมนุษย์
มนุษย์เรามีสองประเภท..
ประเภทแรก คือ คนที่ชอบแยกคนเป็นสองจำพวก
ประเภทที่สอง คือ คนที่รังเกียจพวกแรก
15.กฎยิ่งน้อยยิ่งดีของซีกัล
คนที่มีนาฬิกาเรือนเดียว จะรู้เวลาแน่นอน..
คนที่มีนาฬิกาเพิ่มมาอีกเรือน จะไม่แน่ใจว่าเวลาใดถูกต้อง
16.กฎการใช้เวลาเหลื่อมล้ำ
การเริ่มต้นงาน เป็นสิ่งยาก เพราะงาน 90 % แรก จะกินเวลา ไปถึง 90 %
ของเวลา ในโครงการ ส่วนงาน 10 % ที่เหลือ จะกินเวลา อีก 90 % ของ
เวลาในโครงการ..
17.กฎของโอ' รีลล์
สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ในโลกนี้ คือ การทำโต๊ะทำงาน ให้สะอาด..
18.กฎของลีเบอร์แมน
นักการเมืองทุกคน โกหก แต่ไม่เป็นไร เพราะไม่มีใครฟังใคร..
19.กฎน้ำพริกถ้วยเก่า
เสื้อผ้าตัวเก่ง จะเก่าซอมซ่อทันที ที่เราได้ตัวใหม่..
20.ข้อเท็จจริงขององค์กร่า
ในทุกหน่วยงาน มักมีพนักงาน คนหนึ่ง และคนเดียว ที่มองเห็นปัญหา ที่แท้จริง
ขององค์กร และคนๆ นี้จะถูกไล่ออกเสมอ..
21.กฎการโต้เถียง
คนที่พูดน้อย คือคนที่รู้มาก..
22.กฎการทำงานเป็นทีม
เมื่องานยุ่งยาก ทุกคนผละหนี..
23.กฎการมองโลก
มนุษย์สามสิบในร้อยคน ชอบมองโลกในแง่ร้าย แต่ที่เหลือมองร้ายกว่า
24.เรื่องร้ายที่คาดว่าอาจเกิด มักจะเกิด
25.อาหารที่เพื่อนกินจะน่ากินกว่าจานที่เรากิน
26.หลังแต่งงาน มักจะพบว่าหญิงที่เจอมักสวยกว่าภรรยา ???
Monday, 26 November 2007
Famous Slogans
Below you will find a wide assortment of slogans that are (or were) famous.A few of them aren't all that famous, but they're ... well ... interesting.- Jef I. Richards
"That frosty mug sensation."
A & W ROOT BEER
"A-1 makes hamburgers taste like steakburgers."
A-1 STEAK SAUCE
"Ace is the place for the helpful hardware man."
ACE HARDWARE STORES
"Fresh Squeezed Glaciers.Clearly Canadian Sparkling Mineral Water in Wild Fruit Flavours."
ADELMA MINERAL WATERS (1988)
"Skim milk does not come from skinny cows"
ALBA DRY MILK
"I can't believe I ate the whole thing!"
ALKA-SELTZER
"Plop, plop, fizz, fiz, oh what a relief it is!"
ALKA-SELTZER
"You're in good hands with Allstate."
ALLSTATE INSURANCE
"Grapes, like children, need love and affection."
ALMADEN
"Doesn't your dog deserve ALPO?"
ALPO DOG FOOD
"Rest, keep warm and drink liquids"
AMERICAN AIRLINES VACATIONS (1973)
"Tobacco is our middle name."
AMERICAN BRANDS, INC.
"If man were meant to fly, God would have lowered the fares."
AMERICAN COACH LINES
"Don't leave home without it"
AMERICAN EXPRESS CHARGE CARD
"American Home has an edifice complex."
AMERICAN HOME MAGAZINE
"A, B, C, D, E, ...Your public library has arranged these in ways that make youcry, giggle, laugh, love, hate, wonder, ponder and understand."
AMERICAN LIBRARY ASSOCIATION (1961)
"Reach out and touch someone."
AMERICAN TELEPHONE & TELEGRAPH (1982)
"See America at see level."
AMTRAK
"The Power to Be Your Best."
APPLE COMPUTER
"No bottles to break - just hearts."
ARPEGE PERFUME
"Promise her anything, but give her Arpege."
ARPEGE PERFUME (1945)
"Aunt Jemima makes mornings they'll remember."
AUNT JEMIMA PANCAKES AND SYRUP
"You Too Can Have A Body Like Mine."
CHARLES ATLAS
"We're number two. We try harder"
AVIS RENTAL CAR (1960s)
"The ultimate driving machine."
BMW AUTOMOBILES
"Next to myself, I like BVD best."
BVD UNDERWEAR
"The Greatest Show on Earth."
BARNUM & BAILEY CIRCUS
"Bayer works wonders."
BAYER ASPIRIN
"Now your kids don't have to miss Monday Night Footballbecause they're studying for a Tuesday morning exam."
BETAMAX VIDEO RECORDERS BY SONY
"Victory won't wait for the nation that's late."
BIG BEN CLOCKS
"Feel the Velvet"
BLACK VELVET WHISKEY
"Tell someone you love about V.D. The health business, we're not in it for the money."
BLUE CROSS/BLUE SHIELD HEALTH INSURANCE (1970)
"Do you want a shape like a bra? Or do you want a shape like a woman?"
BODY BRA BY WARNER'S
"Making smoking 'safe' for smokers."
BONDED TOBACCO COMPANY
"If it's Borden's, it's got to be good."
BORDEN, INC.
"When you've got it, flaunt it."
BRANIFF AIRWAYS
"When you say Budweiser, you've said it all."
BUDWEISER BEER
"Today the discriminating family finds it absolutely necessaryto own two or more motor cars."
BUICK
"Wouldn't you really rather have a Buick?"
BUICK
"Equal Pay, Equal Time"
BULOVA ACCUTRON WATCHES (1974)
"The mainspring in a Bulova is made to last 256 yearsor 146 leather straps - whichever comes first."
BULOVA WATCHES
"Have it your way"
BURGER KING
"So creamy it's almost fattening."
BURMA SHAVE SHAVING CREAM
"Head for the mountains."
BUSCH BEER
"What this commercial is trying to sell you won't make your breath any sweeter,your clothes any whiter or your acid indigestion any better. It'll just make you more human."
BUSINESS COMMITTEE FOR THE ARTS (1972)
"The Penalty of Leadership."
CADILLAC
"Calgon, take me away."
CALGON TOILETRIES
"Nothing comes between me and my Calvins."
CALVIN KLEIN JEANS
"You are in a Beauty Contest Every Day of your Life."
CAMAY SOAP
"You'll be lovelier each day, with fabulous pink Camay."
CAMAY SOAP
"I'd walk a mile for a Camel."
CAMEL CIGARETTES
"For Digestion's Sake - Smoke Camels."
CAMEL CIGARETTES
"Experience is the best teacher ... in choosing a cigarette.Your T-zone will tell you why.More doctors smoke Camels than any other cigarette."
CAMEL CIGARETTES
"Soup is good food."
CAMPBELL'S CONDENSED SOUPS
"M'm M'm Good."
CAMPBELL'S CONDENSED SOUPS
"If you smoke, please smoke Carlton."
CARLTON CIGARETTES
"Now they whisper to her ... not about her."
CASHMERE BOUQUET SOAP
"Come to the Central Park Zoo Cafeteria. Let the animals watch you eat for a change."
CENTRAL PARK ZOO
"Please don't squeeze the Charmin."
CHARMIN TOILET TISSUE
"Blow some my way."
CHESTERFIELD CIGARETTES
"See the USA in a Chevrolet."
CHEVROLET
"The road isn't built that can make it breathe hard!"
CHEVROLET
"How strong is the Chiquita name? How many banana commercials can you sing?"
CHIQUITA BANANA COMPANY
"Isn't that a lot for a bottle of Scotch? Yes."
CHIVAS REGAL SCOTCH
"Are your friends living beyond your means?"
CHIVAS REGAL SCOTCH
"If enough people would stop smoking and start drinking,we could get out of ashtrays and into vermouth."
CINZANO
"Stop right now and forget everything you ever knew about being a blonde.Up to now you could never be any of these delicate blondes."
CLAIROL HAIR COLORING
"Does she or doesn't she?"
CLAIROL HAIR COLORING
"If I've only one life, let me live it as a blonde!"
CLAIROL HAIR COLORING
"Vacation is a world where there are no locks on the doors or the mind or the body."
CLUB MED RESORTS
"The pause that refreshes."
COCA-COLA
"It's the real thing."
COCA-COLA
"Have a Coke and a smile."
COCA-COLA
"Things go better with Coke."
COCA-COLA
"Don't spread the cold .... Spread the word."
COLDENE COLD TABLETS
"It cleans your breath while it cleans your teeth."
COLGATE TOOTHPASTE (1945)
"Your client is a poor, rejected stepchild, whose best friends are dwarfs.Can you insure her against poisoned apples?"
CONTINENTAL INSURANCE COMPANY
"It's what your right arm's for."
COURAGE BEER
"Cooks who know trust Crisco."
CRISCO VEGETABLE SHORTENING
"Getting there is half the fun."
CUNARD STEAMSHIP COMPANY
"Don't give up the ship."
CUTTY SARK WHISKY (1973)
"America lives in Dacron."
DACRON FABRIC
"One of the Soviet Georgia's senior citizens thought Dannon was an excellent yogurt.She ought to know. She's been eating yogurt for 137 years."
DANNON YOGURT
"Advertising is the power of an idea multiplied."
D'ARCY ADVERTISING
"Diamonds are forever ..."
DE BEER CONSOLIDATED MINES LTD. (about 1950)
"You'll love the way we fly."
DELTA AIRLINES
"Aren't you glad you use Dial? Don't you wish everybody did?"
DIAL SOAP
"How to please a Dictator."
DICTAPHONE DICTATING MACHINES
"If your friendly neighborhood grocer doesn't have a jar -knock something off a shelf on the way out."
DILLY BEANS
"Be a Pepper!"
DR. PEPPER SOFT DRINK
"I'm only here for the beer."
DOUBLE DIAMOND
"Better things for better living through chemistry."
E. I. DUPONT de NEMOURS
"Fly now. Shovel later."
EASTERN AIRLINES
"Einstein's Theory of Relativity: give strangers the same price you give relatives."
EINSTEIN-MOOMJY CARPETS
"167 days of foggy, foggy dew can't claim all the credit for beautiful English complexions."
ELIZABETH ARDEN COSMETICS
"Dick and Jane is dead."
ENCYCLOPEDIA BRITAINICA (1970)
"It keeps going, and going, and going...."
ENERGIZER BATTERIES
"Wishful Thinning"
ENHANCE BY LILY OF FRANCE (1967)
"Put a Tiger in Your Tank."
ESSO GASOLINE (1964)
"Farewell to the ugly cigarette."
EVE CIGARETTES
"The first truly feminine cigarette - almost as pretty as you are.Women have been feminine since Eve, now cigarettes are feminine. Eve, also with menthol."
EVE CIGARETTES (1971)
"When there's no tomorrow."
FEDERAL EXPRESS
"A day without orange juice is like a day without sunshine."
FLORIDA CITRUS COMMISSION
"No hits and misses. No dibs, dabs, and splatters."
5-DAY DEODORANT PADS
"The best part of waking up is Folger's in your cup."
FOLGER'S COFFEE
"Ford has a better idea."
FORD MOTOR COMPANY
"Quality is Job 1."
FORD MOTOR COMPANY
"'Twas the night before Christmas -the children were dreamingOf a Ford in their future -smart, swanky and gleaming."
FORD MOTOR COMPANY
"America's most gifted whiskey."
FOUR ROSES WHISKEY
"Here's spaghetti sauce with meat - the way Italians make it."
FRANCO-AMERICAN CANNED SPAGHETTI (1954)
"Should a Tough Man Make a Tender Turkey?"
FRANK PERDUE POULTRY
"Extinct is forever."
FRIENDS OF ANIMALS
"When Cathy Cole and Peggy Burton saw Joan Emery's new floor,they couldn't believe their feet."
GAF SOFSTEP VINYL FLOORS
"Progress is our most important product."
GENERAL ELECTRIC
"We bring good things to life."
GENERAL ELECTRIC
"THERE ARE NO WHITES WORKING AT G.E.No blacks either. Just people. And we need more."
GENERAL ELECTRIC
"Shall the man work - or shall you? ...Back of every great step in women's progress from a drudge to a free citizenhas been some labor-saving invention."
GENERAL ELECTRIC CLOTHES WASHER (1924)
"Do you arise irked with life? Are you prone to snap at loved ones?Our strong, heart breakfast coffee will change all this!Breakfast becomes a spirited, even hilarious affair."
GENERAL FOODS COMPANY, GOURMET FOODS (1958)
"Celebrate the Moments of Your Life."
GENERAL FOODS COMPANY, INTERNATIONAL COFFEES
"The best a man can get."
GILLETTE
"Riddle: What's college?That's where girls who are above cooking and sewinggo to meet a man they can spend their lives cooking and sewing for."
GIMBEL'S DEPARTMENT STORE, CAMPUS CLOTHES (1952)
"Try walking into Merrill Lynch and asking for Mr. Lynch."
GOLDBERG-POLLEN
"The best tires in the world have Goodyear written all over them."
GOODYEAR TIRES
"No wonder the English have kept cool for 192 years."
GORDON'S GIN
"Know the Bomb's True Dangers. Know the Steps You Can Take to Escape Them!"
GOVERNMENT PAMPHLET
"Roar, Boys, RoarIt tastes like moreWhat a flavorZippity-zow - its grand - and HOW."
GRAPE-NUTS FLAKES CEREAL
"Good, excellent, superior, above par, nice, fine, choice, rare, priceless, unparagoned,unparalleled, superfine, superexcellent, of the first water, crack, prime, tip-top,gilt-edged, first-class, capital, cardinal, couleur de rose, peerless, matchless, inestimable,precious as the apple of the eye, satisfactory, fair, fresh, unspoiled, sound;GKN: over 80 companies making steel and steel products."
GUEST, KEEN & NETTLEFOLDS, LTD. (1962)
"I feel like a GuinnessI wish you were."
GUINNESS BREWERY
"Guinness is Good for You."
GUINNESS BREWERY (1929)
"My Goodness. My Guinness."
GUINNESS BREWERY (1935)
"Don't be an e.s.s.* Wear smart seamless stockings by Hanes. *(eternal seam straightener!)"
HANES HOSIERY
"Can Head & Shoulders stop dandruff? Can Wilt Chamberlain stuff?"
HEAD & SHOULDERS SHAMPOO
"Heineken. Refreshes the parts other beers cannot reach."
HEINEKEN BREWERY (1975)
"Beanz Meanz Heinz."
HEINZ BAKED BEANS
"What food these morsels be!"
HEINZ FRESH CUCUMBERS & PICKLES (1938)
"Bring out the Hellman's and bring out the best."
HELLMAN'S MAYONAISE
"There's a smile in every Hershey Bar."
HERSHEY'S CHOCOLATE CANDYBARS
"Chapped hands are cold company."
HINES HONEY AND ALMOND CREAM (1936)
"Better gas mileage. A Civic responsibility."
HONDA CIVIC
"You meet the nicest people on a Honda."
HONDA MOTORCYCLES
"It beats as it sweeps as it cleans."
HOOVER VACUUM CLEANERS
"Many Happy Returns."
IBM ELECTRIC TYPEWRITERS
"IBM cards: working paper ... not paper work."
IBM TABULATING CARDS (1960)
"Look for the union label."
INTERNATIONAL LADIES' GARMET WORKERS' UNION
"Only the brave deserve the fair and the fair deserve JAEGER."
JAEGER SPORTSWEAR
"Scotch and the Single Girl."
J&B SCOTCH
"It sits as lightly on a heavy meal as it does on your conscience."
JELL-O GELATIN DESSERT (1963)
"The King and Queen Might Eat ThereofAnd Noblemen Besides."
JELL-O GELATIN DESSERT
"If all the world were Jell-OAnd whipped cream filled the sea,Then the only spoon from here to the moonWould have to belong to me."
JELL-O GELATIN DESSERT
"What the well-dressed man is wearing this year."
JOCKEY SHORTS (1971)
"Look your best while you wear hour least."
JOCKEY SHORTS
"The best seat in the house."
JOCKEY UNDERWEAR
"If you want to impress someone, put him on your Black list."
JOHNNY WALKER BLACK WHISKEY
"Honor thy self."
JOHNNY WALKER BLACK WHISKEY
"The best to you each morning."
KELLOGG COMPANY
"Buy a bucket of chicken and have a barrel of fun."
KENTUCKY FRIED CHICKEN
"Finger-lickin' good."
KENTUCKY FRIED CHICKEN
"When your shoes shine, so do you."
KIWI SHOE POLISH
"Well - Shut my Mouth.I shut my mouth on a Kleenex tissue. To give my lipstick that neat, natural look.These days its a crime to stain a towel."
KLEENEX TISSUES
"Don't put a cold in your pocket! - Use Kleenex Tissues."
KLEENEX TISSUES
"America's storyteller."
KODAK CAMERAS AND FILMS
"Just what the doctor ordered."
L&M CIGARETTES
"Take a bath in the dark tonight and let the water make love to your skin."
LAVIN PERFUMES AND SOAPS (1961)
"Betcha can't eat just one."
LAY'S POTATO CHIPS
"Have you ever had a bad time in Levi's?"
LEVI'S JEANS
"You don't have to be Jewish to love Levy's."
LEVY'S RYE BREAD
"Gee, I wish I had a nickel."
LIFE SAVERS CANDY
"Body Odour."
LIFEBOUY SOAP (1930)
"Nice toys don't kill."
LIONEL TRAINS
"Lipton's gets into more hot water than anything."
LIPTON TEA
"Often a bridesmaid - but never a bride. For Halitosis, Use Listerine."
LISTERINE MOUTHWASH
"Even your best friends won't tell you."
LISTERINE MOUTHWASH (1920s)
"Air Power is Peace Power - Lockheed."
LOCKHEED AIRCRAFT
"Taking the 'if' out of 'gift.'"
LORD & TAYLOR DEPARTMENT STORES
"Do you inhale? Of course you do!Lucky Strike has dared to raise this vital question because certain impuritiesconcealed in even the finest, mildest tobacco leaves are removedby Luckies' famous purifying process."
LUCKY STRIKE CIGARETTES (1932)
"Reach for a Lucky instead of a sweet."
LUCKY STRIKE CIGARETTES
"The milk chocolate melts in your mouth - not in your hand."
M&Ms CANDY
"To make that tough job easier - you deserve M&M candy."
M&Ms CANDY
"It looks good, it tastes good, and by golly it does you good."
MACKESON BEER
"I wanna give 'em away but Mrs. Muntz won't let me. She's crazy."
MADMAN MUNTZ, USED-CAR DEALER (1946)
"I dreamed I stopped traffic in my Maidenform bra."
MAIDENFORM
"I dreamed I went shopping in my Maidenform bra."
MAIDENFORM
"At last. A pickle that bites back."
MARCUS VALLEY PICKLES
"Come to Marlboro Country."
MARLBORO CIGARETTES
"Come to where the flavor is."
MARLBORO CIGARETTES
"A Mars a day helps you work, rest and play."
MARS CANDY BARS (1960s)
"We sell more cars than Ford, Chrysler, Chevrolet, and Buick combined."
MATCHBOX TOY CARS
"To bring the wolves out - Riding Hood Red."
MAX FACTOR COSMETICS
"Good to the last drop."
MAXWELL HOUSE COFFEE
"Our repairmen are the loneliest guys in town."
MAYTAG APPLIANCES
"Truth Well Told."
MCCANN ERICKSON ADVERTISING AGENCY
"You deserve a break today."
MCDONALD'S
"Two all-beef patties, special sauce, lettuce, cheese, pickles, onions on a sesame seed bun."
MCDONALD'S
"One in a billion."
MCDONALD'S
"Billions and billions served."
MCDONALD'S
"Where was Moses When the Lights Went Out? - Groping for a pack of Meccas."
MECCA CIGARETTES
"Tastes so good cats ask for it by name."
MEOW MIX CATFOOD
"A child is someone who passes through your life and then disappears into an adult."
METROPOLITAN LIFE INSURANCE
"The beer that made Milwaukee jealous ..."
MEXICAN BREWERY
"No matter what what's-his-name says, I'm the prettiest and Lite's the greatest."
MILLER BEER
"We race for beer"
MILLER BEER RACING TEAMS (1996)
"Only 1 out of 25 men is color blind. The other 24 just dress that way."
MOHARA SUITS
"Any melon worth its salt ..."
MORTON SALT
"Has your girl turned into a refrigerator? If her air is arctic, try ... MUM."
MUM DEODORANT
"Music is art. Muzak is science."
MUZAK CORPORATION
"I'm Margie. Fly me."
NATIONAL AIRLINES
"Our readers knew Henry [Kissinger] was getting married before Henry did."
NATIONAL ENQUIRER
"MILK - Where's your mustasche?"
NATIONAL FLUID MILK PROCESSOR PROMOTION BOARD (1995)
"Drinka pinta milka day."
NATIONAL MILK PUBLICITY COUNCIL (late 1950s)
"Play it again, Sam."
NEW YORK STATE LOTTERY
"All the news that's fit to print."
NEW YORK TIMES
"If it feels good then just do it."
NIKE SHOES
"The cat who doesn't act finicky soon loses control of his owner."
9-LIVES CAT FOOD
"In 1944 you won the war together. Isn't it worth $1.50 to spend five minutes with him again?"
NORTHWESTERN BELL TELEPHONE COMPANY
"Our summer sale began Oct. 4, 1923."
OHRBACH'S
"We're tobacco men ... not medicine men. Old Gold cures just one thing. The World's Best Tobacco."
OLD GOLD CIGARETTES
"Not a cough in a carload."
OLD GOLD CIGARETTES
"The thrill of Roses Spiced with excitement Speaking of love."
OLD SPICE TOILETRIES
"Pass the Ammunition.Oldsmobile workers have been doing it for nearly two years.Backing up our fighting men with volume production of fire-power."
OLDSMOBILE
"The Other Pill."
ONE-A-DAY MULTIPLE VITAMINS PLUS IRON (1967)
"Dancing pleats that won't sit out."
ORLON FABRIC
"All that glitters is not Pabst."
PABST BEER
"Thousands of men are denying their wives Packard Six cars."
PACKARD AUTOMOBILES
"Wherever particular people congregate."
PALL MALL CIGARETTES
"Give your baby something you never had as a baby. A drier bottom."
PAMPERS DIAPERS
"Good coffee is like friendship: rich and warm and strong."
PAN-AMERICAN COFFEE BUREAU (1961)
"Live today. Tomorrow will cost more."
PAN AMERICAN WORLD AIRWAYS
"We will sell no wine before its time."
PAUL MASSON WINES
"Trichinosis, encephalitis, scarlet fever, amoebiasis, jungle rot.We think you'll find them more challenging than the sniffles."
PEACE CORPS
"In 1962, the starving residents of an isolated Indian village received1 plow and 1,700 pounds of seeds. They ate the seeds."
PEACE CORPS
"I seem to be Achilles ... but, my dear, it happens to be your heel that is my vulnerable spot.Such slenderness! Such grace! One look and I am slain."
PEACOCK SHOES
"Sandals being what they are, toes now compete with fingers."
PEGGY SAGE LIQUID NAIL POLISH
"Come alive! You're in the Pepsi generation."
PEPSI-COLA
"When they [the enemy] find the Pepsi-Cola bottles are empty,their morale will go down another 10 points."
PEPSI-COLA
"Pepsi-Cola hits the spot,12 full ounces, that's a lot,Twice as much for a nickel tooPepsi-Cola is the Drink for you!Nickel, nickel, nickel, nickleTrickle, trickle, trickle, trickle..."
PEPSI-COLA
"You'll wonder where the yellow wentWhen you brush your teeth with Pepsodent."
PEPSODENT TOOTHPASTE
"Call for Philip Morris!!"
PHILIP MORRIS CIGARETTES (1940s)
"Where will you be when your laxative starts to work?"
PHOSPHO-SODA BUFFERED LAXATIVE (1969)
"Nothin' says lovin' like somethin' from the oven."
PILLSBURY FOODS
"The world's most pleasant alarm clock!"
PILLSBURY PANCAKE FLOUR
"It is common knowledge today that intestinal putrefaction causes brain fatigue,often reducing efficiency 50 per cent and more."
PILLSBURY HEALTH BRAN
"The Rendez-vous is so romantic ... it's downright dangerous."
PLAZA HOTEL (1960)
"We are driving excitement."
PONTIAC
"What's the ugliest part of your body?"
PRETTY FEET DEODORANT (1969)
"It costs a lot to bring a hero home. Get ready to buy Victory Bonds."
PUBLIC SERVICE AD
"The More Women at WarThe Sooner We'll Win"
PUBLIC SERVICE AD
"I quit school when I were sixteen."
PUBLIC SERVICE AD
"If you won't hire her, don't complain about supporting her."
PUBLIC SERVICE AD
"If someone's selling you sacks of diet pills, he's not in business for your health."
PUBLIC SERVICE AD
"Accuracy to seconds a month."
PULSAR WATCHES
"If you choose the wrong executor for your estate, you might as well take it with you."
PUTNAM TRUST
"Does it make sense to jump out of a warm bed into a cold cereal?"
QUAKER OATS
"The cereal that's shot from guns!
QUAKER PUFFED WHEAT CEREAL
"All you add is love."
RALSTON PURINA PET FOOD
"The greatest tragedy is indifference."
RED CROSS (1961)
"Replique will not turn you into a sultry sex siren.It will not transform you into a simple, unsullied ingenue.Replique is for women who are interesting to begin with."
REPLIQUE
"How do you spell relief? R-O-L-A-I-D-S."
ROLAIDS ANTACID TABLETS
"At sixty miles an hour the loudest noise in the new Rolls-Roycecomes from the electric clock."
ROLLS-ROYCE
"Some girls have developed a lot more than just their minds."
ROXANNE SWIMSUITS
"Women: Stand up for your right to sit down at dinner time."
SALTON HOTTRAY
"If you have a son 10 years old, you'd better start worrying. Help Unsell the War."
SANE
"One fiddler you won't have to pay."
SANKA COFFEE
"Nobody doesn't like ... Sara Lee."
SARA LEE FOOD PRODUCTS
"Schlitz ... the beer that made Milwaukee famous."
SCHLITZ BEER
"Dryest gin in town. Ask any Martini."
SEAGRAM'S GIN (1961)
"A child is an island of curiosity surrounded by a sea of question marks."
SHELL OIL COMPANY (1961)
"All you need to know about paint."
SHERWIN-WILLIAMS PAINT
"I was a ______ until I discovered Smirnoff."
SMIRNOFF VODKA (1970s)
"Obey Your Thirst."
SPRITE SOFTDRINK
"Adam and Eve ate the first vitamins, including the package."
E. R. SQUIBB (1958)
"Steinway: the instrument of the immortals."
STEINWAY PIANOS (1928)
"Tired of getting junk mail from someone you don't know?Try getting junk mail from someone you do know."
SURPRISE CLUB, MAIL-ORDER GIFT CLUB
"Head for the Border."
TACO BELL RESTAURANTS
"Even a Policeman can get Stuck in Traffic."
TALON ZIPPER
"I'd rather fight than switch."
TAREYTON CIGARETTES
"You can trust your car to the man who wears the star."
TEXACO SERVICE STATIONS
"Christmas is a time to believe in things you can't see."
3M COMPANY SCOTCH TAPE
"If it's got to be clean, it's got to be Tide."
TIDE LAUNDRY DETERGENT
"Which twin has the Toni?"
TONI PERMANENTS
"I love what you do for me - Toyota!"
TOYOTA CARS AND TRUCKS
"Sight for Soaring Eyes."
TRANS WORLD AIRWAYS
"They all laughed when I sat down at the piano, but oh!, when I began to play ..."
U.S. SCHOOL OF MUSIC, MAIL-ORDER PIANO LESSONS (1925)Written by John Caples
"The better stain getter."
ULTRA-BIZ DETERGENT
"More Jobs Through Science."
UNION CARBIDE AND CARBON
"Fly the friendly skies of United."
UNITED AIR LINES
"A mind is a terrible thing to waste."
UNITED NEGRO COLLEGE FUND
"Be all that you can be."
UNITED STATES ARMY
"Some of our best men are women."
UNITED STATES ARMY
"Friendly Americans win American friends."
UNITED STATES TRAVEL SERVICE (1963)
"If you think asparagus has a lot of iron, you don't know beans."
VAN CAMP PORK AND BEANS (1979)
"You've come a long way, baby."
VIRGINIA SLIMS CIGARETTES
"Visa - It's everywhere you want to be."
VISA CREDIT CARD
"Vogue - [for] the overwhelming minority."
VOGUE MAGAZINE
"If it wasn't in VOGUE It wasn't in vogue."
VOGUE MAGAZINE
"Relieves gas pains."
VOLKSWAGEN
"While in Europe, pick up an ugly European."
VOLKSWAGEN
"Ugly is only skin-deep."
VOLKSWAGEN
"If gas pains persist, try Volkswagen."
VOLKSWAGEN
"Small wonder."
VOLKSWAGEN
"The daily diary of the American dream."
WALL STREET JOURNAL
"The corset department is obsolete.The slimwear department is here."
WARNER'S
"Where's the beef?"
WENDY'S RESTAURANTS (early 1980s)
"Breakfast of Champions."
WHEATIES CEREAL
"Covers a multitude of Chins."
WILLIAMS' SHAVING CREAM
"Winston tastes good like a cigarette should."
WINSTON CIGARETTES
"Ring around the collar."
WISK LAUNDRY DETERGENT
"A skin you love to touch"
WOODBURY SOAP
"Let your fingers do the walking."
YELLOW PAGES
"You're not fully clean until you're Zestfully clean."
ZEST SOAP
Link: http://advertising.utexas.edu/research/slogans/index.asp
"That frosty mug sensation."
A & W ROOT BEER
"A-1 makes hamburgers taste like steakburgers."
A-1 STEAK SAUCE
"Ace is the place for the helpful hardware man."
ACE HARDWARE STORES
"Fresh Squeezed Glaciers.Clearly Canadian Sparkling Mineral Water in Wild Fruit Flavours."
ADELMA MINERAL WATERS (1988)
"Skim milk does not come from skinny cows"
ALBA DRY MILK
"I can't believe I ate the whole thing!"
ALKA-SELTZER
"Plop, plop, fizz, fiz, oh what a relief it is!"
ALKA-SELTZER
"You're in good hands with Allstate."
ALLSTATE INSURANCE
"Grapes, like children, need love and affection."
ALMADEN
"Doesn't your dog deserve ALPO?"
ALPO DOG FOOD
"Rest, keep warm and drink liquids"
AMERICAN AIRLINES VACATIONS (1973)
"Tobacco is our middle name."
AMERICAN BRANDS, INC.
"If man were meant to fly, God would have lowered the fares."
AMERICAN COACH LINES
"Don't leave home without it"
AMERICAN EXPRESS CHARGE CARD
"American Home has an edifice complex."
AMERICAN HOME MAGAZINE
"A, B, C, D, E, ...Your public library has arranged these in ways that make youcry, giggle, laugh, love, hate, wonder, ponder and understand."
AMERICAN LIBRARY ASSOCIATION (1961)
"Reach out and touch someone."
AMERICAN TELEPHONE & TELEGRAPH (1982)
"See America at see level."
AMTRAK
"The Power to Be Your Best."
APPLE COMPUTER
"No bottles to break - just hearts."
ARPEGE PERFUME
"Promise her anything, but give her Arpege."
ARPEGE PERFUME (1945)
"Aunt Jemima makes mornings they'll remember."
AUNT JEMIMA PANCAKES AND SYRUP
"You Too Can Have A Body Like Mine."
CHARLES ATLAS
"We're number two. We try harder"
AVIS RENTAL CAR (1960s)
"The ultimate driving machine."
BMW AUTOMOBILES
"Next to myself, I like BVD best."
BVD UNDERWEAR
"The Greatest Show on Earth."
BARNUM & BAILEY CIRCUS
"Bayer works wonders."
BAYER ASPIRIN
"Now your kids don't have to miss Monday Night Footballbecause they're studying for a Tuesday morning exam."
BETAMAX VIDEO RECORDERS BY SONY
"Victory won't wait for the nation that's late."
BIG BEN CLOCKS
"Feel the Velvet"
BLACK VELVET WHISKEY
"Tell someone you love about V.D. The health business, we're not in it for the money."
BLUE CROSS/BLUE SHIELD HEALTH INSURANCE (1970)
"Do you want a shape like a bra? Or do you want a shape like a woman?"
BODY BRA BY WARNER'S
"Making smoking 'safe' for smokers."
BONDED TOBACCO COMPANY
"If it's Borden's, it's got to be good."
BORDEN, INC.
"When you've got it, flaunt it."
BRANIFF AIRWAYS
"When you say Budweiser, you've said it all."
BUDWEISER BEER
"Today the discriminating family finds it absolutely necessaryto own two or more motor cars."
BUICK
"Wouldn't you really rather have a Buick?"
BUICK
"Equal Pay, Equal Time"
BULOVA ACCUTRON WATCHES (1974)
"The mainspring in a Bulova is made to last 256 yearsor 146 leather straps - whichever comes first."
BULOVA WATCHES
"Have it your way"
BURGER KING
"So creamy it's almost fattening."
BURMA SHAVE SHAVING CREAM
"Head for the mountains."
BUSCH BEER
"What this commercial is trying to sell you won't make your breath any sweeter,your clothes any whiter or your acid indigestion any better. It'll just make you more human."
BUSINESS COMMITTEE FOR THE ARTS (1972)
"The Penalty of Leadership."
CADILLAC
"Calgon, take me away."
CALGON TOILETRIES
"Nothing comes between me and my Calvins."
CALVIN KLEIN JEANS
"You are in a Beauty Contest Every Day of your Life."
CAMAY SOAP
"You'll be lovelier each day, with fabulous pink Camay."
CAMAY SOAP
"I'd walk a mile for a Camel."
CAMEL CIGARETTES
"For Digestion's Sake - Smoke Camels."
CAMEL CIGARETTES
"Experience is the best teacher ... in choosing a cigarette.Your T-zone will tell you why.More doctors smoke Camels than any other cigarette."
CAMEL CIGARETTES
"Soup is good food."
CAMPBELL'S CONDENSED SOUPS
"M'm M'm Good."
CAMPBELL'S CONDENSED SOUPS
"If you smoke, please smoke Carlton."
CARLTON CIGARETTES
"Now they whisper to her ... not about her."
CASHMERE BOUQUET SOAP
"Come to the Central Park Zoo Cafeteria. Let the animals watch you eat for a change."
CENTRAL PARK ZOO
"Please don't squeeze the Charmin."
CHARMIN TOILET TISSUE
"Blow some my way."
CHESTERFIELD CIGARETTES
"See the USA in a Chevrolet."
CHEVROLET
"The road isn't built that can make it breathe hard!"
CHEVROLET
"How strong is the Chiquita name? How many banana commercials can you sing?"
CHIQUITA BANANA COMPANY
"Isn't that a lot for a bottle of Scotch? Yes."
CHIVAS REGAL SCOTCH
"Are your friends living beyond your means?"
CHIVAS REGAL SCOTCH
"If enough people would stop smoking and start drinking,we could get out of ashtrays and into vermouth."
CINZANO
"Stop right now and forget everything you ever knew about being a blonde.Up to now you could never be any of these delicate blondes."
CLAIROL HAIR COLORING
"Does she or doesn't she?"
CLAIROL HAIR COLORING
"If I've only one life, let me live it as a blonde!"
CLAIROL HAIR COLORING
"Vacation is a world where there are no locks on the doors or the mind or the body."
CLUB MED RESORTS
"The pause that refreshes."
COCA-COLA
"It's the real thing."
COCA-COLA
"Have a Coke and a smile."
COCA-COLA
"Things go better with Coke."
COCA-COLA
"Don't spread the cold .... Spread the word."
COLDENE COLD TABLETS
"It cleans your breath while it cleans your teeth."
COLGATE TOOTHPASTE (1945)
"Your client is a poor, rejected stepchild, whose best friends are dwarfs.Can you insure her against poisoned apples?"
CONTINENTAL INSURANCE COMPANY
"It's what your right arm's for."
COURAGE BEER
"Cooks who know trust Crisco."
CRISCO VEGETABLE SHORTENING
"Getting there is half the fun."
CUNARD STEAMSHIP COMPANY
"Don't give up the ship."
CUTTY SARK WHISKY (1973)
"America lives in Dacron."
DACRON FABRIC
"One of the Soviet Georgia's senior citizens thought Dannon was an excellent yogurt.She ought to know. She's been eating yogurt for 137 years."
DANNON YOGURT
"Advertising is the power of an idea multiplied."
D'ARCY ADVERTISING
"Diamonds are forever ..."
DE BEER CONSOLIDATED MINES LTD. (about 1950)
"You'll love the way we fly."
DELTA AIRLINES
"Aren't you glad you use Dial? Don't you wish everybody did?"
DIAL SOAP
"How to please a Dictator."
DICTAPHONE DICTATING MACHINES
"If your friendly neighborhood grocer doesn't have a jar -knock something off a shelf on the way out."
DILLY BEANS
"Be a Pepper!"
DR. PEPPER SOFT DRINK
"I'm only here for the beer."
DOUBLE DIAMOND
"Better things for better living through chemistry."
E. I. DUPONT de NEMOURS
"Fly now. Shovel later."
EASTERN AIRLINES
"Einstein's Theory of Relativity: give strangers the same price you give relatives."
EINSTEIN-MOOMJY CARPETS
"167 days of foggy, foggy dew can't claim all the credit for beautiful English complexions."
ELIZABETH ARDEN COSMETICS
"Dick and Jane is dead."
ENCYCLOPEDIA BRITAINICA (1970)
"It keeps going, and going, and going...."
ENERGIZER BATTERIES
"Wishful Thinning"
ENHANCE BY LILY OF FRANCE (1967)
"Put a Tiger in Your Tank."
ESSO GASOLINE (1964)
"Farewell to the ugly cigarette."
EVE CIGARETTES
"The first truly feminine cigarette - almost as pretty as you are.Women have been feminine since Eve, now cigarettes are feminine. Eve, also with menthol."
EVE CIGARETTES (1971)
"When there's no tomorrow."
FEDERAL EXPRESS
"A day without orange juice is like a day without sunshine."
FLORIDA CITRUS COMMISSION
"No hits and misses. No dibs, dabs, and splatters."
5-DAY DEODORANT PADS
"The best part of waking up is Folger's in your cup."
FOLGER'S COFFEE
"Ford has a better idea."
FORD MOTOR COMPANY
"Quality is Job 1."
FORD MOTOR COMPANY
"'Twas the night before Christmas -the children were dreamingOf a Ford in their future -smart, swanky and gleaming."
FORD MOTOR COMPANY
"America's most gifted whiskey."
FOUR ROSES WHISKEY
"Here's spaghetti sauce with meat - the way Italians make it."
FRANCO-AMERICAN CANNED SPAGHETTI (1954)
"Should a Tough Man Make a Tender Turkey?"
FRANK PERDUE POULTRY
"Extinct is forever."
FRIENDS OF ANIMALS
"When Cathy Cole and Peggy Burton saw Joan Emery's new floor,they couldn't believe their feet."
GAF SOFSTEP VINYL FLOORS
"Progress is our most important product."
GENERAL ELECTRIC
"We bring good things to life."
GENERAL ELECTRIC
"THERE ARE NO WHITES WORKING AT G.E.No blacks either. Just people. And we need more."
GENERAL ELECTRIC
"Shall the man work - or shall you? ...Back of every great step in women's progress from a drudge to a free citizenhas been some labor-saving invention."
GENERAL ELECTRIC CLOTHES WASHER (1924)
"Do you arise irked with life? Are you prone to snap at loved ones?Our strong, heart breakfast coffee will change all this!Breakfast becomes a spirited, even hilarious affair."
GENERAL FOODS COMPANY, GOURMET FOODS (1958)
"Celebrate the Moments of Your Life."
GENERAL FOODS COMPANY, INTERNATIONAL COFFEES
"The best a man can get."
GILLETTE
"Riddle: What's college?That's where girls who are above cooking and sewinggo to meet a man they can spend their lives cooking and sewing for."
GIMBEL'S DEPARTMENT STORE, CAMPUS CLOTHES (1952)
"Try walking into Merrill Lynch and asking for Mr. Lynch."
GOLDBERG-POLLEN
"The best tires in the world have Goodyear written all over them."
GOODYEAR TIRES
"No wonder the English have kept cool for 192 years."
GORDON'S GIN
"Know the Bomb's True Dangers. Know the Steps You Can Take to Escape Them!"
GOVERNMENT PAMPHLET
"Roar, Boys, RoarIt tastes like moreWhat a flavorZippity-zow - its grand - and HOW."
GRAPE-NUTS FLAKES CEREAL
"Good, excellent, superior, above par, nice, fine, choice, rare, priceless, unparagoned,unparalleled, superfine, superexcellent, of the first water, crack, prime, tip-top,gilt-edged, first-class, capital, cardinal, couleur de rose, peerless, matchless, inestimable,precious as the apple of the eye, satisfactory, fair, fresh, unspoiled, sound;GKN: over 80 companies making steel and steel products."
GUEST, KEEN & NETTLEFOLDS, LTD. (1962)
"I feel like a GuinnessI wish you were."
GUINNESS BREWERY
"Guinness is Good for You."
GUINNESS BREWERY (1929)
"My Goodness. My Guinness."
GUINNESS BREWERY (1935)
"Don't be an e.s.s.* Wear smart seamless stockings by Hanes. *(eternal seam straightener!)"
HANES HOSIERY
"Can Head & Shoulders stop dandruff? Can Wilt Chamberlain stuff?"
HEAD & SHOULDERS SHAMPOO
"Heineken. Refreshes the parts other beers cannot reach."
HEINEKEN BREWERY (1975)
"Beanz Meanz Heinz."
HEINZ BAKED BEANS
"What food these morsels be!"
HEINZ FRESH CUCUMBERS & PICKLES (1938)
"Bring out the Hellman's and bring out the best."
HELLMAN'S MAYONAISE
"There's a smile in every Hershey Bar."
HERSHEY'S CHOCOLATE CANDYBARS
"Chapped hands are cold company."
HINES HONEY AND ALMOND CREAM (1936)
"Better gas mileage. A Civic responsibility."
HONDA CIVIC
"You meet the nicest people on a Honda."
HONDA MOTORCYCLES
"It beats as it sweeps as it cleans."
HOOVER VACUUM CLEANERS
"Many Happy Returns."
IBM ELECTRIC TYPEWRITERS
"IBM cards: working paper ... not paper work."
IBM TABULATING CARDS (1960)
"Look for the union label."
INTERNATIONAL LADIES' GARMET WORKERS' UNION
"Only the brave deserve the fair and the fair deserve JAEGER."
JAEGER SPORTSWEAR
"Scotch and the Single Girl."
J&B SCOTCH
"It sits as lightly on a heavy meal as it does on your conscience."
JELL-O GELATIN DESSERT (1963)
"The King and Queen Might Eat ThereofAnd Noblemen Besides."
JELL-O GELATIN DESSERT
"If all the world were Jell-OAnd whipped cream filled the sea,Then the only spoon from here to the moonWould have to belong to me."
JELL-O GELATIN DESSERT
"What the well-dressed man is wearing this year."
JOCKEY SHORTS (1971)
"Look your best while you wear hour least."
JOCKEY SHORTS
"The best seat in the house."
JOCKEY UNDERWEAR
"If you want to impress someone, put him on your Black list."
JOHNNY WALKER BLACK WHISKEY
"Honor thy self."
JOHNNY WALKER BLACK WHISKEY
"The best to you each morning."
KELLOGG COMPANY
"Buy a bucket of chicken and have a barrel of fun."
KENTUCKY FRIED CHICKEN
"Finger-lickin' good."
KENTUCKY FRIED CHICKEN
"When your shoes shine, so do you."
KIWI SHOE POLISH
"Well - Shut my Mouth.I shut my mouth on a Kleenex tissue. To give my lipstick that neat, natural look.These days its a crime to stain a towel."
KLEENEX TISSUES
"Don't put a cold in your pocket! - Use Kleenex Tissues."
KLEENEX TISSUES
"America's storyteller."
KODAK CAMERAS AND FILMS
"Just what the doctor ordered."
L&M CIGARETTES
"Take a bath in the dark tonight and let the water make love to your skin."
LAVIN PERFUMES AND SOAPS (1961)
"Betcha can't eat just one."
LAY'S POTATO CHIPS
"Have you ever had a bad time in Levi's?"
LEVI'S JEANS
"You don't have to be Jewish to love Levy's."
LEVY'S RYE BREAD
"Gee, I wish I had a nickel."
LIFE SAVERS CANDY
"Body Odour."
LIFEBOUY SOAP (1930)
"Nice toys don't kill."
LIONEL TRAINS
"Lipton's gets into more hot water than anything."
LIPTON TEA
"Often a bridesmaid - but never a bride. For Halitosis, Use Listerine."
LISTERINE MOUTHWASH
"Even your best friends won't tell you."
LISTERINE MOUTHWASH (1920s)
"Air Power is Peace Power - Lockheed."
LOCKHEED AIRCRAFT
"Taking the 'if' out of 'gift.'"
LORD & TAYLOR DEPARTMENT STORES
"Do you inhale? Of course you do!Lucky Strike has dared to raise this vital question because certain impuritiesconcealed in even the finest, mildest tobacco leaves are removedby Luckies' famous purifying process."
LUCKY STRIKE CIGARETTES (1932)
"Reach for a Lucky instead of a sweet."
LUCKY STRIKE CIGARETTES
"The milk chocolate melts in your mouth - not in your hand."
M&Ms CANDY
"To make that tough job easier - you deserve M&M candy."
M&Ms CANDY
"It looks good, it tastes good, and by golly it does you good."
MACKESON BEER
"I wanna give 'em away but Mrs. Muntz won't let me. She's crazy."
MADMAN MUNTZ, USED-CAR DEALER (1946)
"I dreamed I stopped traffic in my Maidenform bra."
MAIDENFORM
"I dreamed I went shopping in my Maidenform bra."
MAIDENFORM
"At last. A pickle that bites back."
MARCUS VALLEY PICKLES
"Come to Marlboro Country."
MARLBORO CIGARETTES
"Come to where the flavor is."
MARLBORO CIGARETTES
"A Mars a day helps you work, rest and play."
MARS CANDY BARS (1960s)
"We sell more cars than Ford, Chrysler, Chevrolet, and Buick combined."
MATCHBOX TOY CARS
"To bring the wolves out - Riding Hood Red."
MAX FACTOR COSMETICS
"Good to the last drop."
MAXWELL HOUSE COFFEE
"Our repairmen are the loneliest guys in town."
MAYTAG APPLIANCES
"Truth Well Told."
MCCANN ERICKSON ADVERTISING AGENCY
"You deserve a break today."
MCDONALD'S
"Two all-beef patties, special sauce, lettuce, cheese, pickles, onions on a sesame seed bun."
MCDONALD'S
"One in a billion."
MCDONALD'S
"Billions and billions served."
MCDONALD'S
"Where was Moses When the Lights Went Out? - Groping for a pack of Meccas."
MECCA CIGARETTES
"Tastes so good cats ask for it by name."
MEOW MIX CATFOOD
"A child is someone who passes through your life and then disappears into an adult."
METROPOLITAN LIFE INSURANCE
"The beer that made Milwaukee jealous ..."
MEXICAN BREWERY
"No matter what what's-his-name says, I'm the prettiest and Lite's the greatest."
MILLER BEER
"We race for beer"
MILLER BEER RACING TEAMS (1996)
"Only 1 out of 25 men is color blind. The other 24 just dress that way."
MOHARA SUITS
"Any melon worth its salt ..."
MORTON SALT
"Has your girl turned into a refrigerator? If her air is arctic, try ... MUM."
MUM DEODORANT
"Music is art. Muzak is science."
MUZAK CORPORATION
"I'm Margie. Fly me."
NATIONAL AIRLINES
"Our readers knew Henry [Kissinger] was getting married before Henry did."
NATIONAL ENQUIRER
"MILK - Where's your mustasche?"
NATIONAL FLUID MILK PROCESSOR PROMOTION BOARD (1995)
"Drinka pinta milka day."
NATIONAL MILK PUBLICITY COUNCIL (late 1950s)
"Play it again, Sam."
NEW YORK STATE LOTTERY
"All the news that's fit to print."
NEW YORK TIMES
"If it feels good then just do it."
NIKE SHOES
"The cat who doesn't act finicky soon loses control of his owner."
9-LIVES CAT FOOD
"In 1944 you won the war together. Isn't it worth $1.50 to spend five minutes with him again?"
NORTHWESTERN BELL TELEPHONE COMPANY
"Our summer sale began Oct. 4, 1923."
OHRBACH'S
"We're tobacco men ... not medicine men. Old Gold cures just one thing. The World's Best Tobacco."
OLD GOLD CIGARETTES
"Not a cough in a carload."
OLD GOLD CIGARETTES
"The thrill of Roses Spiced with excitement Speaking of love."
OLD SPICE TOILETRIES
"Pass the Ammunition.Oldsmobile workers have been doing it for nearly two years.Backing up our fighting men with volume production of fire-power."
OLDSMOBILE
"The Other Pill."
ONE-A-DAY MULTIPLE VITAMINS PLUS IRON (1967)
"Dancing pleats that won't sit out."
ORLON FABRIC
"All that glitters is not Pabst."
PABST BEER
"Thousands of men are denying their wives Packard Six cars."
PACKARD AUTOMOBILES
"Wherever particular people congregate."
PALL MALL CIGARETTES
"Give your baby something you never had as a baby. A drier bottom."
PAMPERS DIAPERS
"Good coffee is like friendship: rich and warm and strong."
PAN-AMERICAN COFFEE BUREAU (1961)
"Live today. Tomorrow will cost more."
PAN AMERICAN WORLD AIRWAYS
"We will sell no wine before its time."
PAUL MASSON WINES
"Trichinosis, encephalitis, scarlet fever, amoebiasis, jungle rot.We think you'll find them more challenging than the sniffles."
PEACE CORPS
"In 1962, the starving residents of an isolated Indian village received1 plow and 1,700 pounds of seeds. They ate the seeds."
PEACE CORPS
"I seem to be Achilles ... but, my dear, it happens to be your heel that is my vulnerable spot.Such slenderness! Such grace! One look and I am slain."
PEACOCK SHOES
"Sandals being what they are, toes now compete with fingers."
PEGGY SAGE LIQUID NAIL POLISH
"Come alive! You're in the Pepsi generation."
PEPSI-COLA
"When they [the enemy] find the Pepsi-Cola bottles are empty,their morale will go down another 10 points."
PEPSI-COLA
"Pepsi-Cola hits the spot,12 full ounces, that's a lot,Twice as much for a nickel tooPepsi-Cola is the Drink for you!Nickel, nickel, nickel, nickleTrickle, trickle, trickle, trickle..."
PEPSI-COLA
"You'll wonder where the yellow wentWhen you brush your teeth with Pepsodent."
PEPSODENT TOOTHPASTE
"Call for Philip Morris!!"
PHILIP MORRIS CIGARETTES (1940s)
"Where will you be when your laxative starts to work?"
PHOSPHO-SODA BUFFERED LAXATIVE (1969)
"Nothin' says lovin' like somethin' from the oven."
PILLSBURY FOODS
"The world's most pleasant alarm clock!"
PILLSBURY PANCAKE FLOUR
"It is common knowledge today that intestinal putrefaction causes brain fatigue,often reducing efficiency 50 per cent and more."
PILLSBURY HEALTH BRAN
"The Rendez-vous is so romantic ... it's downright dangerous."
PLAZA HOTEL (1960)
"We are driving excitement."
PONTIAC
"What's the ugliest part of your body?"
PRETTY FEET DEODORANT (1969)
"It costs a lot to bring a hero home. Get ready to buy Victory Bonds."
PUBLIC SERVICE AD
"The More Women at WarThe Sooner We'll Win"
PUBLIC SERVICE AD
"I quit school when I were sixteen."
PUBLIC SERVICE AD
"If you won't hire her, don't complain about supporting her."
PUBLIC SERVICE AD
"If someone's selling you sacks of diet pills, he's not in business for your health."
PUBLIC SERVICE AD
"Accuracy to seconds a month."
PULSAR WATCHES
"If you choose the wrong executor for your estate, you might as well take it with you."
PUTNAM TRUST
"Does it make sense to jump out of a warm bed into a cold cereal?"
QUAKER OATS
"The cereal that's shot from guns!
QUAKER PUFFED WHEAT CEREAL
"All you add is love."
RALSTON PURINA PET FOOD
"The greatest tragedy is indifference."
RED CROSS (1961)
"Replique will not turn you into a sultry sex siren.It will not transform you into a simple, unsullied ingenue.Replique is for women who are interesting to begin with."
REPLIQUE
"How do you spell relief? R-O-L-A-I-D-S."
ROLAIDS ANTACID TABLETS
"At sixty miles an hour the loudest noise in the new Rolls-Roycecomes from the electric clock."
ROLLS-ROYCE
"Some girls have developed a lot more than just their minds."
ROXANNE SWIMSUITS
"Women: Stand up for your right to sit down at dinner time."
SALTON HOTTRAY
"If you have a son 10 years old, you'd better start worrying. Help Unsell the War."
SANE
"One fiddler you won't have to pay."
SANKA COFFEE
"Nobody doesn't like ... Sara Lee."
SARA LEE FOOD PRODUCTS
"Schlitz ... the beer that made Milwaukee famous."
SCHLITZ BEER
"Dryest gin in town. Ask any Martini."
SEAGRAM'S GIN (1961)
"A child is an island of curiosity surrounded by a sea of question marks."
SHELL OIL COMPANY (1961)
"All you need to know about paint."
SHERWIN-WILLIAMS PAINT
"I was a ______ until I discovered Smirnoff."
SMIRNOFF VODKA (1970s)
"Obey Your Thirst."
SPRITE SOFTDRINK
"Adam and Eve ate the first vitamins, including the package."
E. R. SQUIBB (1958)
"Steinway: the instrument of the immortals."
STEINWAY PIANOS (1928)
"Tired of getting junk mail from someone you don't know?Try getting junk mail from someone you do know."
SURPRISE CLUB, MAIL-ORDER GIFT CLUB
"Head for the Border."
TACO BELL RESTAURANTS
"Even a Policeman can get Stuck in Traffic."
TALON ZIPPER
"I'd rather fight than switch."
TAREYTON CIGARETTES
"You can trust your car to the man who wears the star."
TEXACO SERVICE STATIONS
"Christmas is a time to believe in things you can't see."
3M COMPANY SCOTCH TAPE
"If it's got to be clean, it's got to be Tide."
TIDE LAUNDRY DETERGENT
"Which twin has the Toni?"
TONI PERMANENTS
"I love what you do for me - Toyota!"
TOYOTA CARS AND TRUCKS
"Sight for Soaring Eyes."
TRANS WORLD AIRWAYS
"They all laughed when I sat down at the piano, but oh!, when I began to play ..."
U.S. SCHOOL OF MUSIC, MAIL-ORDER PIANO LESSONS (1925)Written by John Caples
"The better stain getter."
ULTRA-BIZ DETERGENT
"More Jobs Through Science."
UNION CARBIDE AND CARBON
"Fly the friendly skies of United."
UNITED AIR LINES
"A mind is a terrible thing to waste."
UNITED NEGRO COLLEGE FUND
"Be all that you can be."
UNITED STATES ARMY
"Some of our best men are women."
UNITED STATES ARMY
"Friendly Americans win American friends."
UNITED STATES TRAVEL SERVICE (1963)
"If you think asparagus has a lot of iron, you don't know beans."
VAN CAMP PORK AND BEANS (1979)
"You've come a long way, baby."
VIRGINIA SLIMS CIGARETTES
"Visa - It's everywhere you want to be."
VISA CREDIT CARD
"Vogue - [for] the overwhelming minority."
VOGUE MAGAZINE
"If it wasn't in VOGUE It wasn't in vogue."
VOGUE MAGAZINE
"Relieves gas pains."
VOLKSWAGEN
"While in Europe, pick up an ugly European."
VOLKSWAGEN
"Ugly is only skin-deep."
VOLKSWAGEN
"If gas pains persist, try Volkswagen."
VOLKSWAGEN
"Small wonder."
VOLKSWAGEN
"The daily diary of the American dream."
WALL STREET JOURNAL
"The corset department is obsolete.The slimwear department is here."
WARNER'S
"Where's the beef?"
WENDY'S RESTAURANTS (early 1980s)
"Breakfast of Champions."
WHEATIES CEREAL
"Covers a multitude of Chins."
WILLIAMS' SHAVING CREAM
"Winston tastes good like a cigarette should."
WINSTON CIGARETTES
"Ring around the collar."
WISK LAUNDRY DETERGENT
"A skin you love to touch"
WOODBURY SOAP
"Let your fingers do the walking."
YELLOW PAGES
"You're not fully clean until you're Zestfully clean."
ZEST SOAP
Link: http://advertising.utexas.edu/research/slogans/index.asp
The thing I hate most about advertising is...

Banksy is perhaps the world's most famous and notorious (He's wanted in two countries) graffiti artist.
Monday, 19 November 2007
ก็พี่..เป็นพี่ของผมนี่ครับ
No matter how busy you are now,please spend a few minutes read through this mail. It might cheer you up.
And you may agree with me that the world is not that bad.
And don't be too shy to cry....
--------------------------------------------------------------------------------
ฉันเกิดในหมู่บ้านบนภูเขาที่ห่างไกลผู้คน
แต่ละวันพ่อแม่ของฉันต้องพรวนดินในไร่ท่ามกลางแดดที่ร้อนระอุ
ฉันมีน้องชายอยู่หนึ่งคน อายุน้อยกว่าฉัน 3 ปี
วันหนึ่งฉันขโมยเงินของพ่อเพื่อไปซื้อผ้าเช็ดหน้าที่เพื่อนๆ
ของฉันมีกัน
จากนั้นพ่อก็รู้เรื่อง
พ่อให้ฉันกับน้องคุกเข่าหันหน้าเข้าหากำแพง
โดยที่ในมือพ่อมีก้านไม่ไผ่อยู่หนึ่งก้าน
'ใครขโมยเงินไป' พ่อตวาด
ฉันกลัวมาก ไม่กล้าพูดอะไรออกไป น้องชายฉันก็เช่นกัน
พ่อจึงเอ่ยขึ้นว่า
'ก็ได้ ในเมื่อไม่มีคนรับสารภาพก็ต้องโดนลงโทษทั้งคู่นั่นล่ะ'
พ่อชูก้านไม้ไผ่ในมือขึ้น
ทันใดนั้น น้องชายของฉันก็ลุกขึ้นคว้าข้อมือของพ่อไว้....แล้วพูดว่า
'ผมขโมยเองครับ'
ก้านไม้ไผ่ก้านนั้นได้กระหน่ำลงบนหลังของน้องของฉันอย่างต่อเนื่อง
พ่อโกรธมาก พ่อตีน้องของฉันไม่หยุด
จนพ่อหอบด้วยความเหนื่อย
พ่อนั่งลงบนเก้าอี้
และด่าว่าน้องชายของฉัน
' ของคนในบ้านแกเอง แกยังขโมยได้ต่อไปแ กจะทำชั่วอะไรอีก
แกน่าจะโดนตีให้ตาย ไอ้หัวขโมย'
คืนนั้น ฉันกับแม่กอดน้องชายของฉันไว้
หลังของน้องมีแผลเต็มไปหมด
แต่เขาไม่ได้ร้องไห้แม้แต่น้อย
กลางดึกคืนนั้น ฉันนอนร้องไห้เสียงดัง และนานมาก
น้องเอามือเล็กๆ ของเขามาปิดปากฉันไว้ แล้วพูดว่า
' พี่ครับ ไม่ต้องร้องไห้นะมันผ่านไปแล้ว'
ยังไงฉันก็อดที่จะเกลียดตัวเองไม่ได้
ที่ไม่มีความกล้าจะบอกความจริงกับพ่อ
หลายปีผ่านไป
แต่เหมือนกับว่าเหตุการณ์มันเพิ่งเกิดเมื่อวานนี้เอง
ฉันไม่อาจลืมคำพูดของน้องชายตอนที่เขาปกป้องฉันได้เลย
ตอนนั้นน้องของฉันอายุ 8ปี ส่วนฉันอายุ 11ปี...
เมื่อตอนที่น้องชายของฉันใกล้จบ ม.ต้น
เขาได้รับการตอบรับจากโรงเรียน
ม.ปลาย ว่าเขาสอบได้ ในขณะที่ฉันซึ่งใกล้จบ ม.ปลาย
ก็ได้รับการตอบรับจากมหาวิทยาลัยของจังหวัดเช่นกัน
คืนนั้น พ่อได้นั่งสูบบุหรี่อยู่ที่สวนหลังบ้าน
ฉันแอบได้ยินพ่อพูดว่า
' ลูกเราทั้งคู่เรียนดีมากนะ'
แม่ซึ่งนั่งเช็ดน้ำตาอยู่ข้างๆ พ่อ ได้พูดว่า
'แล้วเราจะส่งเสียลูกทั้งคู่ได้อย่างไรในเมื่อเราก็ไม่ค่อยมีเงิน'
ทันใดนั้น น้องชายของฉันได้เดินเข้าไปหาพ่อ แล้วพูดว่า
' ผมไม่ต้องการเรียนต่อ ผมอ่านหนังสือมามากพอแล้ว'
พ่อเหวี่ยงมือตบลงที่แก้มของน้องของฉันฉาดใหญ่
'ทำไมถึงคิดโง่ๆ อย่างนี้
ต่อให้พ่อต้องไปเป็นขอทานข้างถนน
พ่อก็จะส่งแกทั้งคู่เรียนจนจบให้ได้'
คืนนั้นทั้งคืน พ่อได้เดินไปตามบ้านต่างๆ
ทั่วทั้งหมู่บ้าน....เพื่อขอยืมเงิน
ฉันค่อยๆ เอามือประคบแก้มบวมๆ
ของน้องชายเบาๆ และคิดว่า
' ต้องให้น้องได้เรียนต่อไม่เช่นนั้นเขาคงไม่อาจหลุดพ้นชีวิตลำบากเช่นนี้ไปได้'
แต่ในขณะเดียวกัน
ฉันก็ไม่อาจล้มเลิกความคิดอยากจะเรียนต่อไปได้
วันต่อมาในตอนเช้ามืด
น้องชายของฉันได้ออกจากบ้านไปพร้อมทั้งเสื้อผ้าติดตัวเพียงไม่กี่ชิ้น
และถั่วเพียงเล็กน้อยเพื่อประทังความหิว
ก่อนไปเขาได้ทิ้งข้อความไว้ใต้หมอนของฉัน
ขณะฉันกำลังหลับ
' พี่ครับ การจะเข้ามหาวิท ยาลัยได้ ไม่ใช่ง่ายๆ นะ ....
ผมจะไปหางานทำ...แล้วจะส่งเงินมาให้พี่'
ฉันนั่งอยู่บนเตียง
อ่านข้อความของน้องชายด้วยน้ำตานองหน้า .......
ฉันร้องไห้จนเสียงแหบแห้งไป
ตอนนั้นน้องของฉันอายุ 17ปี ส่วนฉันอายุ 20ปี .....
ด้วยเงินที่พ่อยืมมาจากคนในหมู่บ้าน
รวมกับเงินที่น้องชายของฉันได้รับเป็นค่าจ้างมาจากการทำงานเป็น
กรรมกรแบกหามที่ไซท์ก่อสร้างท่าเรือ .......
ฉันจึงสามารถเข้าเรียนมหาวิทยาลัยได้จนถึงปี 3
วันหนึ่งขณะที่ฉันกำลังอ่านหนังสืออยู่ในห้องพัก
เพื่อนร่วมห้องของฉันได้เข้ามาบอกว่า
'มีชาวบ้านมาหาเธอ...อยู่ข้างนอกแน่ะ'
ทำไมชาวบ้านถึงมาหาฉันล่ะ ???
ฉันเดินออกไปแล้วมองเห็นน้องชายของฉันยืนอยู่
ตัวของเขาเปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นปูนและทรายจากงานก่อสร้าง
...
ฉันถามเขาว่า
'ทำไมไม่บอกเพื่อนพี่ไปว่าเป็นน้องชายพี่ล่ะ'
น้องชายของฉันตอบยิ้มๆ ว่า
'ก็ดูผมสิสกปรกมอมแมมออกอย่างนี้...ขืนบอกว่าเป็นน้องพี่ เพื่อนๆ
ก้อได้หัวเร าะเยาะพี่กันพอดี'
ฉันค่อยๆ เอื้อมมืออันสั่นเทาไปปัดฝุ่นให้น้อง
และพยายามพูดด้วยเสียงเครือๆในลำคอ
' พี่ไม่สนใจว่าใครจะพูดยังไง
เธอเป็นน้องของพี่ ไม่ว่าเธอจะดูเป็นอย่างไรก็ตาม'
จากนั้น น้องของฉันได้ล้วงบางอย่างออกมาจากกระเป๋ากางเกง
เป็นกิ๊บหนีบผมรูปผีเสื้อ . เขาติดกิ๊บให้ฉัน
แล้วพูดว่า
'ผมเห็นสาวๆ ในเมืองเค้าติดกัน ผมเลยอยากให้พี่ติดบ้าง'
ฉันหมดเรี่ยวแรงลงในทันใด
ดึงน้องชายเข้ามาสวมกอดและร้องไห้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าเป็นเวลานาน
ตอนนั้นน้องของฉันอายุ 20 ปี ส่วนฉันอายุ 23 ปี
วันที่ฉันพาแฟนหนุ่มของฉันมาที่บ้านเป็นครั้งแรก
ฉันสังเกตเห็นว่า
หน้าต่างบ้านที่เคยแตกไป ได้ถูกซ่อมเรียบร้อยแล้ว
เมื่อเข้าไปในบ้านก็เห็นว่าบ้านสะอาดขึ้นมาก
หลังจากที่แฟนของฉันกลับไป ฉันพูดกับแม่ว่า
'แม่ไม่ต้องเสียเงินเพื่อทำความสะอาดบ้านกับซ่อมกระจก
เพียงเพราะหนูจะพาแฟนมาที่บ้านหรอกนะคะ'
แม่ยิ้ม แล้วพูดว่า
' แม่ไม่ได้จ้างหรอก...น้องชายลูกต่างหาก
วันนี้เค้าขอเลิกงา นเร็วเพื่อกลับมาทำความสะอาดบ้าน
ลูกยังไม่เห็นมือน้องหรอกเหรอ
น้องโดนกระจกบาดตอนกำลังเปลี่ยนกระจกบานใหม่น่ะ'
ฉันรีบเข้าไปหาน้องที่ห้องนอนของเขา
ฉันรู้สึกเหมือนถูกเข็มนับร้อยเล่มทิ่มลงกลางใจเมื่อได้เห็นบาดแผลบนมือ
ฉันจับมือน้องเอาไว้อย่างเบามือที่สุด 'เจ็บมากไหม'
ฉันถาม
'ไม่เจ็บสักหน่อย พี่ก็รู้นี่ผมทำงานก่อสร้างนะ วันๆ
มีหินตกมาใส่เท้าผมเต็มไปหมด
แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ผมคิดเลิกทำงานหรอกนะ
และ...'
น้องชายของฉันยังพูดไม่จบประโยค แต่ก็ต้องหยุดพูด
เพราะฉันหันหน้าหนีเขา
น้ำตาไหลอาบหน้าของฉันอีกครั้ง
'เพราะพี่เป็นพี่สาวของผมนี่ครับ'
ตอนนั้นน้องของฉันอายุ 23 ปี ส่วนฉันอายุ 26 ปี...
หลังจากนั้น ฉันก็ได้แต่งงานและย้ายเข้าไปอยู่ในเมือง
หลายครั้งที่สามีของฉันชักชวนให้พ่อแม่ของฉันย้ายเข้ามาอยู่ในเมืองด้วยกัน...
แต่ท่านทั้งสองก็ปฏิเสธ
ท่านบอกว่า ท่านเคยย้ายออกจากหมู่บ้านครั้งหนึ่ง
แต่เมื่อออกไปแล้ว
ท่านไม่รู้จะทำอะไรดี
จึงได้ย้ายกลับเข้ามาใช้ชีวิตในหมู่บ้านตามเดิม
น้องชายของฉันก็ไม่เห็นด้วยกับการที่จะให้เขาและพ่อแม่ย้ายออกไป ...
เขาบอกกับฉันว่า
'พี่คอยอยู่ดูแลพ่อและแม่ของสามีพี่ทางนั้นเถอะผมจะดูแลพ่อและแม่ทางนี้เอง'
สามีฉันได้ขึ้นเป็นประธานของบริษัทของครอบครัว
เราทั้งคู่อยากให้น้องชายของฉันเข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการบริษัท
...
แต่น้องชายของฉันก็ไม่รับตำแหน่งนี้
เขาขอเข้าทำงานในตำแหน่งพนักงานธรรมดา
วันหนึ่ง น้องชายของฉันต้องปีนบันไดขึ้นไปซ่อมสายเคเบิล
และตกลงมาเพราะโดนไฟดูด
เขาถูกรีบหามส่งโรงพยาบาล
ฉันและสามีรีบไปเยี่ยมเขาที่โรงพยาบาล
น้องชายของฉันขาหักต้องเข้าเฝือกที่ขา
... ฉันโกรธมาก จึงตวาดน้องไปว่า
' ทำไมถึงไม่ยอมรับตำแหน่งผู้จัดการ หา!!!
ถ้าเป็นผู้จัดการก็จะได้ไม่ต้องมาทำงานเสี่ยงๆอย่างนี้
ดูตัวเองซิ...เจ็บเจียนตายอยู่แล้ว ทำไมถึงไม่ยอมฟังพี่บ้าง'
คำตอบจากปากน้องของฉันรวมถึงสีหน้าเคร่งเครียด
ยังยืนยันความคิดเดิมของเขา
'พี่ลองคิดถึงพี่เขยสิครับ พี่เขย เพิ่งจะได้เป็นประธาน
ส่วนผมมันการศึกษาต่ำถ้าผมได้เป็นผู้จัดการ
คงจะมีเสียงนินทาว่าร้ายเต็มไปหมด'
น้ำตาปริ่มดวงตาของฉันรวมทั้งสามีของฉันด้วย .....
ฉันบอกกับน้องว่า
'แต่ที่เธอไม่ได้เรียนต่อก็เพราะพี่...'
'ทำไมต้องพูดถึงเรื่องที่ผ่านไปแล้วด้วยล่ะครับ'
น้องชายของฉันจับมือฉันไว้
ตอนนั้นน้องของฉันอายุ 26 ปี ส่วนฉันอายุ 29 ปี...
เมื่อน้องชายของฉันอายุได้ 30 ปี
เขาได้แต่งงานกับผู้หญิงในที่ทำงานที่เดียวกัน
ในงานแต่งงาน ประธานในงานได้ถามน้องชายของฉันว่า
' ใครคือคนที่คุณรักที่สุดในชีวิตนี้'
น้องชายของฉันตอบอย่างไม่ลังเล 'พี่สาวของผมครับ'
และเขาก็เล่าเรื่องราวที่แม้แต่ฉันยังจำไม่ได้....
'ตอนผมอยู่โรงเรียนประถม โรงเรียนอยู่อีกหมู่บ้านหนึ่ง
เราสองคนพี่น้องต้องใช้เวลาถึง 2ชม.
เพื่อเดินไปเรียน...และเดินกลับบ้าน
วันหนึ่งในวันที่หิมะตกหนักผมทำถุงมือหายไปข้างหนึ่ง
พี่สาวผมจึงได้ให้ถุงมือของเธอข้างหนึ่ง
และเธอก็ใส่ถุงมือเพียงข้าง เดียวเดินเป็นระยะทางไกล
เมื่อเรากลับถึงบ้านมือเธอบวมแดงเพราะอากาศหนาว
เธอไม่สามารถจับช้อนทานข้าวได้ด้วยซ้ำ .......นับจากวันนั้น
ผมสาบานกับตัวเอง
ว่าตลอดชีวิตของผม ผมจะดูแลพี่สาวของผมให้ดี
และจะทำดีกับเธอ'
เสียงปรบมือดังกึกก้องไปทั่ว
สายตาทุกคู่ของแขกเหรื่อหันมาจับจ้องที่ฉัน
คำพูดจากปากฉันออกมาอย่างยากลำบาก .......
'ในโลกใบนี้คนเดียวที่ฉันรู้สึกขอบคุณที่สุด คือน้องชายของฉันค่ะ'
ในวาระที่มีความสุขที่สุดเช่นนี้
น้ำตาได้รินไหลออกมาจากสองตาของฉันอีกครั้ง...
จงรัก และห่วงใยคนที่คุณรักในทุกๆ
วันในชีวิตของคุณและเขา
คุณอาจจะคิดว่าสิ่งที่คุณทำให้ใครสักคนเป็นเพียงสิ่งเล็กๆน้อยๆ
แต่สำหรับคนคนนั้นอาจจะมีความหมายมากอย่างคาดไม่ถึง
.. ไม่ว่าเขาคนนั้นจะคือ
พ่อ แม่ พี่ น้อง ญาติ คนรัก เพื่อน
หรือแม้คนที่คุณไม่รู้จัก ก็ตาม
จบบริบูรณ์....
ปล.ปัจจุบันผู้เป็นพี่สาวอายุ 86 ปีตำรงตำแหน่งเป็นผู้บริหารใหญ่บริษัทฮุนไดและในเครือกว่า 20 บริษัท
ส่วนน้องชายอายุ 83 ปีเป็นผู้ก่อตั้งบริษัทเล็กๆ ที่มีชื่อเป็นภาษาเกาหลีว่า
'ซัมซุง'
And you may agree with me that the world is not that bad.
And don't be too shy to cry....
--------------------------------------------------------------------------------
ฉันเกิดในหมู่บ้านบนภูเขาที่ห่างไกลผู้คน
แต่ละวันพ่อแม่ของฉันต้องพรวนดินในไร่ท่ามกลางแดดที่ร้อนระอุ
ฉันมีน้องชายอยู่หนึ่งคน อายุน้อยกว่าฉัน 3 ปี
วันหนึ่งฉันขโมยเงินของพ่อเพื่อไปซื้อผ้าเช็ดหน้าที่เพื่อนๆ
ของฉันมีกัน
จากนั้นพ่อก็รู้เรื่อง
พ่อให้ฉันกับน้องคุกเข่าหันหน้าเข้าหากำแพง
โดยที่ในมือพ่อมีก้านไม่ไผ่อยู่หนึ่งก้าน
'ใครขโมยเงินไป' พ่อตวาด
ฉันกลัวมาก ไม่กล้าพูดอะไรออกไป น้องชายฉันก็เช่นกัน
พ่อจึงเอ่ยขึ้นว่า
'ก็ได้ ในเมื่อไม่มีคนรับสารภาพก็ต้องโดนลงโทษทั้งคู่นั่นล่ะ'
พ่อชูก้านไม้ไผ่ในมือขึ้น
ทันใดนั้น น้องชายของฉันก็ลุกขึ้นคว้าข้อมือของพ่อไว้....แล้วพูดว่า
'ผมขโมยเองครับ'
ก้านไม้ไผ่ก้านนั้นได้กระหน่ำลงบนหลังของน้องของฉันอย่างต่อเนื่อง
พ่อโกรธมาก พ่อตีน้องของฉันไม่หยุด
จนพ่อหอบด้วยความเหนื่อย
พ่อนั่งลงบนเก้าอี้
และด่าว่าน้องชายของฉัน
' ของคนในบ้านแกเอง แกยังขโมยได้ต่อไปแ กจะทำชั่วอะไรอีก
แกน่าจะโดนตีให้ตาย ไอ้หัวขโมย'
คืนนั้น ฉันกับแม่กอดน้องชายของฉันไว้
หลังของน้องมีแผลเต็มไปหมด
แต่เขาไม่ได้ร้องไห้แม้แต่น้อย
กลางดึกคืนนั้น ฉันนอนร้องไห้เสียงดัง และนานมาก
น้องเอามือเล็กๆ ของเขามาปิดปากฉันไว้ แล้วพูดว่า
' พี่ครับ ไม่ต้องร้องไห้นะมันผ่านไปแล้ว'
ยังไงฉันก็อดที่จะเกลียดตัวเองไม่ได้
ที่ไม่มีความกล้าจะบอกความจริงกับพ่อ
หลายปีผ่านไป
แต่เหมือนกับว่าเหตุการณ์มันเพิ่งเกิดเมื่อวานนี้เอง
ฉันไม่อาจลืมคำพูดของน้องชายตอนที่เขาปกป้องฉันได้เลย
ตอนนั้นน้องของฉันอายุ 8ปี ส่วนฉันอายุ 11ปี...
เมื่อตอนที่น้องชายของฉันใกล้จบ ม.ต้น
เขาได้รับการตอบรับจากโรงเรียน
ม.ปลาย ว่าเขาสอบได้ ในขณะที่ฉันซึ่งใกล้จบ ม.ปลาย
ก็ได้รับการตอบรับจากมหาวิทยาลัยของจังหวัดเช่นกัน
คืนนั้น พ่อได้นั่งสูบบุหรี่อยู่ที่สวนหลังบ้าน
ฉันแอบได้ยินพ่อพูดว่า
' ลูกเราทั้งคู่เรียนดีมากนะ'
แม่ซึ่งนั่งเช็ดน้ำตาอยู่ข้างๆ พ่อ ได้พูดว่า
'แล้วเราจะส่งเสียลูกทั้งคู่ได้อย่างไรในเมื่อเราก็ไม่ค่อยมีเงิน'
ทันใดนั้น น้องชายของฉันได้เดินเข้าไปหาพ่อ แล้วพูดว่า
' ผมไม่ต้องการเรียนต่อ ผมอ่านหนังสือมามากพอแล้ว'
พ่อเหวี่ยงมือตบลงที่แก้มของน้องของฉันฉาดใหญ่
'ทำไมถึงคิดโง่ๆ อย่างนี้
ต่อให้พ่อต้องไปเป็นขอทานข้างถนน
พ่อก็จะส่งแกทั้งคู่เรียนจนจบให้ได้'
คืนนั้นทั้งคืน พ่อได้เดินไปตามบ้านต่างๆ
ทั่วทั้งหมู่บ้าน....เพื่อขอยืมเงิน
ฉันค่อยๆ เอามือประคบแก้มบวมๆ
ของน้องชายเบาๆ และคิดว่า
' ต้องให้น้องได้เรียนต่อไม่เช่นนั้นเขาคงไม่อาจหลุดพ้นชีวิตลำบากเช่นนี้ไปได้'
แต่ในขณะเดียวกัน
ฉันก็ไม่อาจล้มเลิกความคิดอยากจะเรียนต่อไปได้
วันต่อมาในตอนเช้ามืด
น้องชายของฉันได้ออกจากบ้านไปพร้อมทั้งเสื้อผ้าติดตัวเพียงไม่กี่ชิ้น
และถั่วเพียงเล็กน้อยเพื่อประทังความหิว
ก่อนไปเขาได้ทิ้งข้อความไว้ใต้หมอนของฉัน
ขณะฉันกำลังหลับ
' พี่ครับ การจะเข้ามหาวิท ยาลัยได้ ไม่ใช่ง่ายๆ นะ ....
ผมจะไปหางานทำ...แล้วจะส่งเงินมาให้พี่'
ฉันนั่งอยู่บนเตียง
อ่านข้อความของน้องชายด้วยน้ำตานองหน้า .......
ฉันร้องไห้จนเสียงแหบแห้งไป
ตอนนั้นน้องของฉันอายุ 17ปี ส่วนฉันอายุ 20ปี .....
ด้วยเงินที่พ่อยืมมาจากคนในหมู่บ้าน
รวมกับเงินที่น้องชายของฉันได้รับเป็นค่าจ้างมาจากการทำงานเป็น
กรรมกรแบกหามที่ไซท์ก่อสร้างท่าเรือ .......
ฉันจึงสามารถเข้าเรียนมหาวิทยาลัยได้จนถึงปี 3
วันหนึ่งขณะที่ฉันกำลังอ่านหนังสืออยู่ในห้องพัก
เพื่อนร่วมห้องของฉันได้เข้ามาบอกว่า
'มีชาวบ้านมาหาเธอ...อยู่ข้างนอกแน่ะ'
ทำไมชาวบ้านถึงมาหาฉันล่ะ ???
ฉันเดินออกไปแล้วมองเห็นน้องชายของฉันยืนอยู่
ตัวของเขาเปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นปูนและทรายจากงานก่อสร้าง
...
ฉันถามเขาว่า
'ทำไมไม่บอกเพื่อนพี่ไปว่าเป็นน้องชายพี่ล่ะ'
น้องชายของฉันตอบยิ้มๆ ว่า
'ก็ดูผมสิสกปรกมอมแมมออกอย่างนี้...ขืนบอกว่าเป็นน้องพี่ เพื่อนๆ
ก้อได้หัวเร าะเยาะพี่กันพอดี'
ฉันค่อยๆ เอื้อมมืออันสั่นเทาไปปัดฝุ่นให้น้อง
และพยายามพูดด้วยเสียงเครือๆในลำคอ
' พี่ไม่สนใจว่าใครจะพูดยังไง
เธอเป็นน้องของพี่ ไม่ว่าเธอจะดูเป็นอย่างไรก็ตาม'
จากนั้น น้องของฉันได้ล้วงบางอย่างออกมาจากกระเป๋ากางเกง
เป็นกิ๊บหนีบผมรูปผีเสื้อ . เขาติดกิ๊บให้ฉัน
แล้วพูดว่า
'ผมเห็นสาวๆ ในเมืองเค้าติดกัน ผมเลยอยากให้พี่ติดบ้าง'
ฉันหมดเรี่ยวแรงลงในทันใด
ดึงน้องชายเข้ามาสวมกอดและร้องไห้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าเป็นเวลานาน
ตอนนั้นน้องของฉันอายุ 20 ปี ส่วนฉันอายุ 23 ปี
วันที่ฉันพาแฟนหนุ่มของฉันมาที่บ้านเป็นครั้งแรก
ฉันสังเกตเห็นว่า
หน้าต่างบ้านที่เคยแตกไป ได้ถูกซ่อมเรียบร้อยแล้ว
เมื่อเข้าไปในบ้านก็เห็นว่าบ้านสะอาดขึ้นมาก
หลังจากที่แฟนของฉันกลับไป ฉันพูดกับแม่ว่า
'แม่ไม่ต้องเสียเงินเพื่อทำความสะอาดบ้านกับซ่อมกระจก
เพียงเพราะหนูจะพาแฟนมาที่บ้านหรอกนะคะ'
แม่ยิ้ม แล้วพูดว่า
' แม่ไม่ได้จ้างหรอก...น้องชายลูกต่างหาก
วันนี้เค้าขอเลิกงา นเร็วเพื่อกลับมาทำความสะอาดบ้าน
ลูกยังไม่เห็นมือน้องหรอกเหรอ
น้องโดนกระจกบาดตอนกำลังเปลี่ยนกระจกบานใหม่น่ะ'
ฉันรีบเข้าไปหาน้องที่ห้องนอนของเขา
ฉันรู้สึกเหมือนถูกเข็มนับร้อยเล่มทิ่มลงกลางใจเมื่อได้เห็นบาดแผลบนมือ
ฉันจับมือน้องเอาไว้อย่างเบามือที่สุด 'เจ็บมากไหม'
ฉันถาม
'ไม่เจ็บสักหน่อย พี่ก็รู้นี่ผมทำงานก่อสร้างนะ วันๆ
มีหินตกมาใส่เท้าผมเต็มไปหมด
แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ผมคิดเลิกทำงานหรอกนะ
และ...'
น้องชายของฉันยังพูดไม่จบประโยค แต่ก็ต้องหยุดพูด
เพราะฉันหันหน้าหนีเขา
น้ำตาไหลอาบหน้าของฉันอีกครั้ง
'เพราะพี่เป็นพี่สาวของผมนี่ครับ'
ตอนนั้นน้องของฉันอายุ 23 ปี ส่วนฉันอายุ 26 ปี...
หลังจากนั้น ฉันก็ได้แต่งงานและย้ายเข้าไปอยู่ในเมือง
หลายครั้งที่สามีของฉันชักชวนให้พ่อแม่ของฉันย้ายเข้ามาอยู่ในเมืองด้วยกัน...
แต่ท่านทั้งสองก็ปฏิเสธ
ท่านบอกว่า ท่านเคยย้ายออกจากหมู่บ้านครั้งหนึ่ง
แต่เมื่อออกไปแล้ว
ท่านไม่รู้จะทำอะไรดี
จึงได้ย้ายกลับเข้ามาใช้ชีวิตในหมู่บ้านตามเดิม
น้องชายของฉันก็ไม่เห็นด้วยกับการที่จะให้เขาและพ่อแม่ย้ายออกไป ...
เขาบอกกับฉันว่า
'พี่คอยอยู่ดูแลพ่อและแม่ของสามีพี่ทางนั้นเถอะผมจะดูแลพ่อและแม่ทางนี้เอง'
สามีฉันได้ขึ้นเป็นประธานของบริษัทของครอบครัว
เราทั้งคู่อยากให้น้องชายของฉันเข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการบริษัท
...
แต่น้องชายของฉันก็ไม่รับตำแหน่งนี้
เขาขอเข้าทำงานในตำแหน่งพนักงานธรรมดา
วันหนึ่ง น้องชายของฉันต้องปีนบันไดขึ้นไปซ่อมสายเคเบิล
และตกลงมาเพราะโดนไฟดูด
เขาถูกรีบหามส่งโรงพยาบาล
ฉันและสามีรีบไปเยี่ยมเขาที่โรงพยาบาล
น้องชายของฉันขาหักต้องเข้าเฝือกที่ขา
... ฉันโกรธมาก จึงตวาดน้องไปว่า
' ทำไมถึงไม่ยอมรับตำแหน่งผู้จัดการ หา!!!
ถ้าเป็นผู้จัดการก็จะได้ไม่ต้องมาทำงานเสี่ยงๆอย่างนี้
ดูตัวเองซิ...เจ็บเจียนตายอยู่แล้ว ทำไมถึงไม่ยอมฟังพี่บ้าง'
คำตอบจากปากน้องของฉันรวมถึงสีหน้าเคร่งเครียด
ยังยืนยันความคิดเดิมของเขา
'พี่ลองคิดถึงพี่เขยสิครับ พี่เขย เพิ่งจะได้เป็นประธาน
ส่วนผมมันการศึกษาต่ำถ้าผมได้เป็นผู้จัดการ
คงจะมีเสียงนินทาว่าร้ายเต็มไปหมด'
น้ำตาปริ่มดวงตาของฉันรวมทั้งสามีของฉันด้วย .....
ฉันบอกกับน้องว่า
'แต่ที่เธอไม่ได้เรียนต่อก็เพราะพี่...'
'ทำไมต้องพูดถึงเรื่องที่ผ่านไปแล้วด้วยล่ะครับ'
น้องชายของฉันจับมือฉันไว้
ตอนนั้นน้องของฉันอายุ 26 ปี ส่วนฉันอายุ 29 ปี...
เมื่อน้องชายของฉันอายุได้ 30 ปี
เขาได้แต่งงานกับผู้หญิงในที่ทำงานที่เดียวกัน
ในงานแต่งงาน ประธานในงานได้ถามน้องชายของฉันว่า
' ใครคือคนที่คุณรักที่สุดในชีวิตนี้'
น้องชายของฉันตอบอย่างไม่ลังเล 'พี่สาวของผมครับ'
และเขาก็เล่าเรื่องราวที่แม้แต่ฉันยังจำไม่ได้....
'ตอนผมอยู่โรงเรียนประถม โรงเรียนอยู่อีกหมู่บ้านหนึ่ง
เราสองคนพี่น้องต้องใช้เวลาถึง 2ชม.
เพื่อเดินไปเรียน...และเดินกลับบ้าน
วันหนึ่งในวันที่หิมะตกหนักผมทำถุงมือหายไปข้างหนึ่ง
พี่สาวผมจึงได้ให้ถุงมือของเธอข้างหนึ่ง
และเธอก็ใส่ถุงมือเพียงข้าง เดียวเดินเป็นระยะทางไกล
เมื่อเรากลับถึงบ้านมือเธอบวมแดงเพราะอากาศหนาว
เธอไม่สามารถจับช้อนทานข้าวได้ด้วยซ้ำ .......นับจากวันนั้น
ผมสาบานกับตัวเอง
ว่าตลอดชีวิตของผม ผมจะดูแลพี่สาวของผมให้ดี
และจะทำดีกับเธอ'
เสียงปรบมือดังกึกก้องไปทั่ว
สายตาทุกคู่ของแขกเหรื่อหันมาจับจ้องที่ฉัน
คำพูดจากปากฉันออกมาอย่างยากลำบาก .......
'ในโลกใบนี้คนเดียวที่ฉันรู้สึกขอบคุณที่สุด คือน้องชายของฉันค่ะ'
ในวาระที่มีความสุขที่สุดเช่นนี้
น้ำตาได้รินไหลออกมาจากสองตาของฉันอีกครั้ง...
จงรัก และห่วงใยคนที่คุณรักในทุกๆ
วันในชีวิตของคุณและเขา
คุณอาจจะคิดว่าสิ่งที่คุณทำให้ใครสักคนเป็นเพียงสิ่งเล็กๆน้อยๆ
แต่สำหรับคนคนนั้นอาจจะมีความหมายมากอย่างคาดไม่ถึง
.. ไม่ว่าเขาคนนั้นจะคือ
พ่อ แม่ พี่ น้อง ญาติ คนรัก เพื่อน
หรือแม้คนที่คุณไม่รู้จัก ก็ตาม
จบบริบูรณ์....
ปล.ปัจจุบันผู้เป็นพี่สาวอายุ 86 ปีตำรงตำแหน่งเป็นผู้บริหารใหญ่บริษัทฮุนไดและในเครือกว่า 20 บริษัท
ส่วนน้องชายอายุ 83 ปีเป็นผู้ก่อตั้งบริษัทเล็กๆ ที่มีชื่อเป็นภาษาเกาหลีว่า
'ซัมซุง'
Wednesday, 7 November 2007
มองโลกในแง่ดี และปฏิบัตดี
เพื่อนคือของขวัญ ผู้ซึ่งพยุงให้เรายืนขึ้นด้วยเท้า
เมื่อปีกของเราไม่รู้ว่าจะบินอย่างไร
มองโลกในแง่ดี และปฏิบัตดี
และขอขอบคุณสำหรับ....
สำหรับสามีที่นอนกรนทั้งคืน
เพราะนั่นหมายถึงเขากำลังหลับอยู่ที่บ้านกับฉัน ไม่ใช่กับผู้หญิงอื่น
สำหรับลูกสาววัยรุ่นที่กำลังบ่นเรื่องล้างจานอยู่
เพราะนั่นหมายถึงเธออยู่บ้าน ไม่ใช่ที่ถนน
สำหรับภาษีที่ต้องเสีย
เพราะนั่นหมายถึงฉันมีงานทำ
สำหรับข้าวของต่างๆ ที่ต้องคอยเก็บหลังงานปาร์ตี้
เพราะนั่นหมายถึงฉันถูกห้อมล้อมด้วยเพื่อนฝูง
สำหรับเสื้อผ้าที่พอดีจนเกือบจะคับเกินไป
เพราะนั่นหมายถึงฉันยังมีกิน
สำหรับเงาที่คอยมองดูฉันทำงาน
เพราะนั่นหมายถึงฉัน กำลังได้รับแสงแดด
สำหรับพื้นที่ต้องคอยขัดถู และหน้าต่างที่ต้องทำความสะอาด
เพราะนั่นบ้านถึงฉันมีบ้านให้ดูแลรักษา
สำหรับคำบ่นต่างๆ ที่มีต่อรัฐบาล
เพราะนั่นหมายถึงเรามีอิสระ ในการที่จะแสดงความคิดเห็น
สำหรับที่จอดรถที่อยู่ไกลสุดของลานจอดรถ
เพราะนั่นหมายถึงฉันสามารถเดินได้ และฉันมีรถ
สำหรับผ้ากองโตที่รอการซักรีด
เพราะนั่นหมายถึงฉันมีเสื้อผ้าสวมใส่
สำหรับความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าทุกสิ้นวัน
เพราะนั่นหมายถึงฉันสามารถทำงานหนักได้
สำหรับเสียงปลุกในทุกๆ เช้า
เพราะนั่นหมายถึงฉันยังมีชีวิตอยู่
และสุดท้าย.......
สำหรับอีเมล์ที่ส่งมาหาฉันมากมาย
เพราะนั่นหมายถึงฉันมีเพื่อนๆ
เมื่อปีกของเราไม่รู้ว่าจะบินอย่างไร
มองโลกในแง่ดี และปฏิบัตดี
และขอขอบคุณสำหรับ....
สำหรับสามีที่นอนกรนทั้งคืน
เพราะนั่นหมายถึงเขากำลังหลับอยู่ที่บ้านกับฉัน ไม่ใช่กับผู้หญิงอื่น
สำหรับลูกสาววัยรุ่นที่กำลังบ่นเรื่องล้างจานอยู่
เพราะนั่นหมายถึงเธออยู่บ้าน ไม่ใช่ที่ถนน
สำหรับภาษีที่ต้องเสีย
เพราะนั่นหมายถึงฉันมีงานทำ
สำหรับข้าวของต่างๆ ที่ต้องคอยเก็บหลังงานปาร์ตี้
เพราะนั่นหมายถึงฉันถูกห้อมล้อมด้วยเพื่อนฝูง
สำหรับเสื้อผ้าที่พอดีจนเกือบจะคับเกินไป
เพราะนั่นหมายถึงฉันยังมีกิน
สำหรับเงาที่คอยมองดูฉันทำงาน
เพราะนั่นหมายถึงฉัน กำลังได้รับแสงแดด
สำหรับพื้นที่ต้องคอยขัดถู และหน้าต่างที่ต้องทำความสะอาด
เพราะนั่นบ้านถึงฉันมีบ้านให้ดูแลรักษา
สำหรับคำบ่นต่างๆ ที่มีต่อรัฐบาล
เพราะนั่นหมายถึงเรามีอิสระ ในการที่จะแสดงความคิดเห็น
สำหรับที่จอดรถที่อยู่ไกลสุดของลานจอดรถ
เพราะนั่นหมายถึงฉันสามารถเดินได้ และฉันมีรถ
สำหรับผ้ากองโตที่รอการซักรีด
เพราะนั่นหมายถึงฉันมีเสื้อผ้าสวมใส่
สำหรับความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าทุกสิ้นวัน
เพราะนั่นหมายถึงฉันสามารถทำงานหนักได้
สำหรับเสียงปลุกในทุกๆ เช้า
เพราะนั่นหมายถึงฉันยังมีชีวิตอยู่
และสุดท้าย.......
สำหรับอีเมล์ที่ส่งมาหาฉันมากมาย
เพราะนั่นหมายถึงฉันมีเพื่อนๆ
Monday, 5 November 2007
ครม.อนุมัติลดหย่อนภาษีหักค่าใช้จ่าย 60%
ครม.อนุมัติลดหย่อนภาษีหักค่าใช้จ่าย 60%
มีผลบังคับใช้แล้วค่ะ.
มนุษย์เงินเดือนเฮ ครม.อนุมัติลดหย่อนภาษีหักค่าใช้จ่าย 60% ( มีผลบังคับใช้ในปี 2550)
มนุษย์เงินเดือนเฮ ครม.อนุมัติ เพิ่มวงเงินหักลดหย่อยค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็น 60% แต่ไม่เกิน 1 แสนบาท จากเดิม 40% แต่ไม่เกิน 6 หมื่น ผู้มีเงินเดือนต่ำกว่า 19,166 บาทต่อเดือนไม่ต้องเสียภาษี พร้อมออกตัวไม่ใช่นโยบายหาเสียงเป็นเรื่องที่สรรพากรหารือมานานแล้ว
ขอสรุปข้อมูลจาก Mai l มาเป็นการคำนวณภาษีเงินได้เพื่อให้เห็นภาพได้ชัดเจนมากขึ้นค่ะ ว่ามีวิธีคำนวณการอย่างไรและมนุษย์เงินเดือนอย่างพวกเราได้ประโยชน์อะไรบ้าง
การคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
เดิม ( 15,833 / เดือน)
ใหม่( 19,166 / เดือน)
(1) เงินได้พึงประเมินทุกประเภทรวมกันตลอดปีภาษี
190,000.00
230,000.00
(2) หัก ค่าใช้จ่ายตามที่กฎหมายกำหนด (ร้อยละ 40 ไม่เกิน 60,000.-)
60,000.00
100,000.00 ( ร้อยละ 60 ไม่เกิน 100,000.-)
(3 ) = (1)-(2) เหลือเงินได้หลังจากหักค่าใช้จ่าย
130,00000
130,000.00
(4) หัก ค่าลดหย่อนต่าง ๆ (ลดหย่อนผู้มีเงินได้ 30,000.-)
30,000.00
30,000.00
(5 )= (3)-(4) เหลือเงินได้หลังจากหักค่าลดหย่อนต่าง ๆ
100,000.00
100,000.00
(6) หัก ค่าลดหย่อนเงินบริจาค ไม่เกินจำนวนที่กฎหมายกำหนด
0.00
0.00
(7) = (5-6) เหลือเงินได้สุทธิ
100,000.00
100,000.00
นำเงินได้สุทธิตาม ( 7) ไปคำนวณภาษีตามอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
จำนวนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
0.00
0.00
( ผู้มีเงินได้เท่ากับหรือน้อยกว่า 19,166 ต่อเดือนหรือ 230,000 ต่อปี หักค่าใช้จ่ายและหักลดหย่อนเพียง 2 รายการนี้เท่านั้น ก็ไม่ต้องเสียภาษีแล้ว)
สรุปผลประโยชน์ที่ได้รับ
ผู้ที่ต้องเสียภาษี 5% รายได้ ไม่ต้องเสียภาษี (เหมือนเดิม)
ผู้ที่ต้องเสียภาษี 10% รายได้ จะมีเงินเหลือจากการเสียภาษี
มีผลบังคับใช้แล้วค่ะ.
มนุษย์เงินเดือนเฮ ครม.อนุมัติลดหย่อนภาษีหักค่าใช้จ่าย 60% ( มีผลบังคับใช้ในปี 2550)
มนุษย์เงินเดือนเฮ ครม.อนุมัติ เพิ่มวงเงินหักลดหย่อยค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็น 60% แต่ไม่เกิน 1 แสนบาท จากเดิม 40% แต่ไม่เกิน 6 หมื่น ผู้มีเงินเดือนต่ำกว่า 19,166 บาทต่อเดือนไม่ต้องเสียภาษี พร้อมออกตัวไม่ใช่นโยบายหาเสียงเป็นเรื่องที่สรรพากรหารือมานานแล้ว
ขอสรุปข้อมูลจาก Mai l มาเป็นการคำนวณภาษีเงินได้เพื่อให้เห็นภาพได้ชัดเจนมากขึ้นค่ะ ว่ามีวิธีคำนวณการอย่างไรและมนุษย์เงินเดือนอย่างพวกเราได้ประโยชน์อะไรบ้าง
การคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
เดิม ( 15,833 / เดือน)
ใหม่( 19,166 / เดือน)
(1) เงินได้พึงประเมินทุกประเภทรวมกันตลอดปีภาษี
190,000.00
230,000.00
(2) หัก ค่าใช้จ่ายตามที่กฎหมายกำหนด (ร้อยละ 40 ไม่เกิน 60,000.-)
60,000.00
100,000.00 ( ร้อยละ 60 ไม่เกิน 100,000.-)
(3 ) = (1)-(2) เหลือเงินได้หลังจากหักค่าใช้จ่าย
130,00000
130,000.00
(4) หัก ค่าลดหย่อนต่าง ๆ (ลดหย่อนผู้มีเงินได้ 30,000.-)
30,000.00
30,000.00
(5 )= (3)-(4) เหลือเงินได้หลังจากหักค่าลดหย่อนต่าง ๆ
100,000.00
100,000.00
(6) หัก ค่าลดหย่อนเงินบริจาค ไม่เกินจำนวนที่กฎหมายกำหนด
0.00
0.00
(7) = (5-6) เหลือเงินได้สุทธิ
100,000.00
100,000.00
นำเงินได้สุทธิตาม ( 7) ไปคำนวณภาษีตามอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
จำนวนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
0.00
0.00
( ผู้มีเงินได้เท่ากับหรือน้อยกว่า 19,166 ต่อเดือนหรือ 230,000 ต่อปี หักค่าใช้จ่ายและหักลดหย่อนเพียง 2 รายการนี้เท่านั้น ก็ไม่ต้องเสียภาษีแล้ว)
สรุปผลประโยชน์ที่ได้รับ
ผู้ที่ต้องเสียภาษี 5% รายได้ ไม่ต้องเสียภาษี (เหมือนเดิม)
ผู้ที่ต้องเสียภาษี 10% รายได้ จะมีเงินเหลือจากการเสียภาษี
Friday, 12 October 2007
จะหาตรรกได้ ก็ต้องกระโดดออกมาจาก "พันธนาการของความเคยชิน"

Comment คือ Comment ถ้าไม่เชื่อที่ผมพูด ก็ให้เชื่อใน
ไอน์สไตน์ แล้วกัน จิตใจจะได้เปิดกว้างกันขึ้นบ้าง
ปัญหาหลายสิ่งหลายอย่าง ในการทำงานเป็นทีมจะไม่เกิดขึ้น
จะหาตรรกได้ ก็ต้องกระโดดออกมาจาก
"พันธนาการของความเคยชิน"
หลบเลี่ยงจาก "กับดักทางความคิด"
หลีกหนีจาก "สิ่งที่ทําให้หลงทางจากความรู้จริง"
ขจัด "ทิฐิแห่งกมลสันดาน"
ในห้องเรียนวันหนึ่ง ไอสไตน์ถามนักเรียนว่า
"มีคนซ่อมปล่องไฟสองคน กําลังซ่อมปล่องไฟเก่า
พอพวกเขาออกมาจากปล่องไฟ ปรากฏว่าคนหนึ่ง
ตัวสะอาด อีกคนตัวเลอะเทอะ เต็มไปด้วยเขม่า
ขอถามหน่อยว่า คนไหนจะไปอาบน้ำก่อน "
นักเรียนคนหนึ่งตอบว่า
" ก็ต้องคนที่ตัวสกปรกเลอะเขม่าควันสิครับ "
ไอสไตน์ พูดว่า
"งั้นเหรอ คุณลองคิดดูให้ดีนะคนที่ตัวสะอาด เห็นอีกคนที่ตัวสกปรกเต็มไปด้วยเขม่าควัน
เขาก็ต้องคิดว่าตัวเองออกมาจากปล่องไปเก่าเหมือนกัน ตัวเขาเองก็ต้องสกปรกเหมือนกันแน่ๆเลย
ส่วนอีกคน เห็นฝ่ายตรงข้ามตัวสะอาด ก็ต้องคิดว่า ตัวเองก็สะอาดเหมือนกัน
ตอนนี้ ผมขอถาม พวกคุณอีกครั้งว่า ใครที่จะไปอาบน้ำก่อนกันแน่ "
นักเรียนคนหนึ่งพูดขึ้นมาด้วยความตื่นเต้นว่า
" อ้อ ! ผมรู้แล้ว พอคนตัวสะอาดเห็นอีกคนสกปรก ก็นึกว่าตัวเองต้องสกปรกแน่
แต่คนที่ตัวสกปรก เห็นอีกคนสะอาด ก็นึกว่าตัวเองไม่สกปรกเลย
ดังนั้นคนที่ตัวสะอาดต้องวิ่งไปอาบน้ำก่อนแน่เลย ..... ถูกไหมครับ...."
ไอสไตน์มองไปที่นักเรียนทุกคน นักเรียนทุกคน ต่างเห็นด้วยกับคําตอบนี้
ไอสไตน์ค่อยๆพูดขึ้นอย่างมีหลักการและเหตุผลว่า
" คําตอบนี้ก็ผิด ทั้งสองคนออกมาจากปล่องไฟเก่าเหมือนกัน จะเป็นไปได้ไงที่คนหนึ่งสะอาด
อีกคนหนึ่งจะสกปรก นี่แหละที่เขาเรียกว่า "ตรรก" เมื่อความคิดของคนเราถูกชักนําจนสะดุด
ก็จะไม่สามารถแยกแยะและหาเหตุผล แห่งเรื่องราวที่แท้จริงออกมาได้
จะหาตรรกได้ ก็ต้องกระโดดออกมาจาก
"พันธนาการของความเคยชิน"
หลบเลี่ยงจาก "กับดักทางความคิด"
หลีกหนีจาก "สิ่งที่ทําให้หลงทางจากความรู้จริง"
ขจัด "ทิฐิแห่งกมลสันดาน"
จะหาตรรกได้ก็ต่อเมื่อคุณสลัดหมากทั้งหมด
ที่คนเขาจัดฉากวางล่อคุณไว้
Saturday, 6 October 2007
ไม่มีคุณ, พรุ่งนี้ดวงอาทิตย์ก็ยังขึ้นอยู่ดี

ไม่มีคุณ, พรุ่งนี้ดวงอาทิตย์ก็ยังขึ้นอยู่ดี Posted by สุทธิชัย หยุ่น , ผู้อ่าน : 570 , 08:54:55 น.
หมวดหมู่ : ไม้เกาหลัง พิมพ์หน้านี้
เพื่อนผมคนนี้ปีนี้อายุ ๖๕ เป็นมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของเมืองไทย เคยผ่าตัดหัวใจมาแล้ว ๒ ครั้ง วันนี้หมอบอกว่าเส้นเลือดใกล้หัวใจอีกสองเส้นทำงานได้แค่ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ และถ้าปล่อยไปอย่างนี้, อีกสองปีก็จะตีบถึงร้อยละ ๙๐...ซึ่งก็แปลว่าจะต้องทำการผ่าตัดอีกหน...
วันที่ผมเจอเขาครั้งสุดท้าย, เพื่อนคนนี้วิ่งหอบขึ้นมาบนเครื่องบิน, บ่นเสียงดังว่าคิวที่สนามบินสุวรรณภูมิช่างเลวร้ายมากขึ้นทุกวัน, เขาเกือบจะตัดสินใจไม่ขึ้นเครื่อง, นั่งรถกลับบ้านให้รู้แล้วรู้รอดไปเสียที..
เสียงหายใจถี่และหนักของเขาทำให้ผมรู้สึกเป็นห่วงเป็นใยเพื่อน...บอกให้เขานั่งลง, พูดคุยกันขณะที่เครื่องบินเตรียมบินขึ้นท้องฟ้าสู่เกาหลีใต้
เขากระซิบบอกผมว่าทุกวันนี้เขาต้องพกเข็มฉีดยาไปทุกแห่งเพราะเป็นเบาหวานขั้นแรง, ต้องคอยฉีดอินซูลีนเข้าเส้นเลือดด้วยตัวเองเพื่อประคองไม่ให้อาการทรุดหนักกว่าที่เป็นอยู่
“แล้วทำไมเดินทางไปไหนมาไหนทางไกลอย่างนี้คนเดียวล่ะ? ทำไมไม่ให้ผู้ช่วยหรือลูกหรือเมียร่วมเดินทางมาด้วย?” ผมถามเพื่อนด้วยความเห็นห่วงและไม่เข้าใจ
ไม่เข้าใจว่าทำไมอายุ ๖๕ แล้ว, ธุรกิจอยู่ตัวแล้ว, เงินทองก็มีมากมายจนเกิดมาอีกกี่ชาติก็ใช้ไม่หมดแล้ว, ยังต้องทำงานอย่างหนักหน่วงเหมือนคนอายุ ๓๐ ต้น ๆ ที่ยังค้นหาตัวเองไม่เจอ
เพื่อนถอนหายใจหนักและยาว “เฮ้อ...ยังหาคนมาทำงานแทนจริง ๆ ไม่ได้สักที...ลูกก็เพิ่งจะเข้ามาช่วยงาน...แต่เขาไม่ว่างที่จะมาด้วย”
เขาบอกว่าที่เดินทางไปต่างประเทศครั้งนี้ (บินไปราว ๆ ๔ ชั่วโมงครึ่งและขากลับอีก ๕ ชั่วโมงครึ่ง) ค้างแค่คืนเดียวก็จะรีบบินกลับกรุงเทพฯ
อ้าวทำไมรีบร้อนอย่างนั้นเล่า? ผมถามด้วยความงุนงงสงสัยหนักขึ้นอีก
“ต้องรีบกลับมาประชุมงานของบริษัท” เขาตอบ, สีหน้าเหมือนไม่อยากทำแต่ต้องทำเพราะไม่มีทางเลือกทางอื่น
ไม่มีทางเลือกอื่นจริง ๆ หรือ? วิถีชีวิตของคนเราในสังคมธุรกิจอลเวงแบบไทย ๆ วันนี้ไม่อาจจะตอบคำถามตัวเองได้ว่า “ชีวิตนี้อยู่เพื่ออะไร?” ได้จริง ๆ หรือ?
หรือไม่กล้าถามตัวเองเพราะกลัวว่าจะรับคำตอบไม่ได้? ผมไม่ได้ถามเพื่อนเขาอย่างนั้น, เพราะเกรงว่าเขาจะคิดว่าผมซ้ำเติมเขา...ทั้ง ๆ ที่เขาก็รู้ว่าพบกันครั้งใดผมก็จะยืนยันกับเขาว่าชีวิตของคนเราไม่ได้เกิดมาเป็นทาสของเงินหรือ “ความสำเร็จ” ที่สังคมกำหนดให้เรา
ท้ายสุดเราต้องกำหนดชีวิตของเราเอง...และ “ความพอเพียง” นั้นย่อมหมายถึงการที่สามารถจะรู้ว่าจะหยุดตัวเองเพื่อไม่ให้แสวงหาแต่ผลทางวัตถุ, ลาภยศสรรเสริญ, เท่านั้นให้ได้
คนอย่างเพื่อนเศรษฐีผมยังมีในสังคมไทยอีกมาก จะบอกว่ามีความโลภหรือ “รวยอย่างไรก็ไม่เข็ด” ก็เห็นจะไม่ใช่ เพราะนิสัยใจคอไม่ใช่คนประเภทที่ต้องการจะแสวงหาความร่ำรวยอย่างไร้ขีดจำกัด...มีโอกาสก็ยังทำบุญทำทานอย่างผู้ใจกว้างอีกเสียด้วย
แต่ปัญหาคือคนจำนวนมากในสังคมไทย “ตัดไม่ขาด, แยกไม่ออก” ว่าอะไรคือชีวิตและอะไรคือสิ่งที่เรียกว่า “พอเป็นพอ” หรือ enough is enough สำหรับชีวิตการทำงานกับชีวิตส่วนตัว
เพราะเขาไม่ยอมสร้างคนขึ้นมาแทนเขาหรือ? เพราะเขากลัวคนอื่นเก่งกว่าเขาหรือ? เพราะเขาไม่มีความมั่นใจว่าคนอื่นจะทำได้ดีเท่าเขาหรือ?
อาจจะมีความรู้สึกเหล่านี้ผสมปนเปอยู่บ้างในหลาย ๆ ส่วน แต่ถ้าถามเขาเหล่านี้, คำตอบส่วนใหญ่ก็จะเป็นว่า “ยังปล่อยมือไม่ได้”
ทั้ง ๆ ที่ความหมายจริง ๆ อาจจะเป็นว่าเพราะเขาไม่ไว้ใจใครหรือเพราะเขาไม่เชื่อว่าใครจะทำได้ดีเท่าเขา
เขาบอกตัวเองว่าเขามี “ความสุข” กับการทำงาน...และใครบอกว่า “เขาบ้างาน” เขาอาจจะแอบดีใจด้วยซ้ำ
คนพูดจะตั้งใจชมหรือไม่ก็ตาม, เจ้าตัวจะคิดเข้าข้างตัวเองว่านั่นคือคำแสดงความชื่นชมที่หาได้ยากยิ่งในสังคมของการแข่งขันและแก่งแย่งทุกวันนี้
แต่ไม่ว่าจะมองจากมุมไหน, คนที่ยังก้มหน้าก้มตาทำงานอย่างไม่สนใจว่ากำลังทำร้ายตัวเองนั้นย่อมไม่ได้มีความสุขอย่างที่เขาคิด...ความจริง, ถ้าหากคนใกล้ชิดหรือรอบ ๆ ตัวจะรักเขาจริง, หรือถ้าเขารักครอบครัวและบริษัทเขาจริง, ก็จะต้องหยุดทำอะไรที่เสี่ยงกับการเกิด “เหตุฉับพลัน” กับเขาได้อย่างไม่รู้ตัว
คราวหน้าผมเจอเพื่อนที่ผมรักคนนี้, ผมจะถามเขาว่าเขาเตรียมงานศพของตัวเองแล้วหรือยัง?
โหดไปไหม?
แต่ผมได้ลองพูดทั้งตรง ๆ และอ้อม ๆ มานับครั้งไม่ถ้วนแล้วนี่นาว่า “ไม่มีเขา, พรุ่งนี้ดวงอาทิตย์ก็ยังขึ้นทางทิศตะวันออกอยู่ดี...”
แต่เขานึกว่าผมพูดเล่นทุกครั้งไป
Wednesday, 3 October 2007
แมวสีสวาท
ณ. วัดบนดอยภาคเหนือ
เจ้าอาวาสอยู่บนหอพระไตรปิฎก ต้องการรู้ว่าแมวสีสวาทที่เลี้ยงไว้ที่ โรงทาน ปลายดอย
ออกลูกแล้วหรือยัง....จึ่งวาน ไอ้แกละ ไปดูให้หน่อย
เจ้าอาวาส “ไปดูซิ แมวออกลูกแล้วหรือยัง”
เจ้าแกละวิ่งลงจากหอพระไตรปิฏกลงไปที่ปลายดอย 5,999 ก้าวขา
แล้ววิ่งกลับขึ้นดอยอีก 5,999 ก้าวขา มาหาเจ้าอาวาส
เจ้าแกละ “ออกแล้วครับเจ้าอาวาส”
เจ้าอาวาส “ออกกี่ตัว.........”
เจ้าแกละวิ่งลงจากหอพระไตรปิฏกลงไปที่ปลายดอย 5,999 ก้าวขา
แล้ววิ่งกลับขึ้นดอยอีก 5,999 ก้าวขา มาหาเจ้าอาวาส
เจ้าแกละ “...9 ตัวครับ ท่านเจ้าอาวาส.....”
เจ้าอาวาส “....ตัวผู้กี่ตัว....ตัวเมียกี่ตัว......”
เจ้าแกละวิ่งลงจากหอพระไตรปิฏกลงไปที่ปลายดอย 5,999 ก้าวขา
แล้ววิ่งกลับขึ้นดอยอีก 5,999 ก้าวขา มาหาเจ้าอาวาส
เจ้าแกละ “....ตัวผู้ 4 ตัวเมีย 5......”
เจ้าอาวาส “....สีอะไรบ้างอ่ะ?????”
เจ้าแกละวิ่งลงจากหอพระไตรปิฏกลงไปที่ปลายดอย 5,999 ก้าวขา
แล้ววิ่งกลับขึ้นดอยอีก 5,999 ก้าวขา มาหาเจ้าอาวาส
เจ้าแกละ “.....สีมันมั่วมั่ว....ท่านเจ้าอาวาส.....สีคล้ายพ่อ สีคล้ายแม่ของมัน มั้งท่านเจ้าอาวาส......”
เจ้าแกละคงคิดว่า ท่านเจ้าอาวาส อยากจะรู้ไปทำไม ไม่ได้ทำให้ชีวิตของใครดีขึ้นมาหรอก......
เจ้าอาวาส “....หวังว่า ที่เจ้าวิ่งไป ไม่รู้กี่รอบ คงได้ อะไรบ้างนะ......”
(เจ้าอาวาส คงคาดหวังมากไป.....บวกกับสงสารไอ้แกละ
เพราะเจ้าอาวาส กะจะถามว่า กะจู๋แมวสี อะไร????
กลัวไอ้แกละวิ่งตายห่าเสียก่อน ต้องหาเด็กวัดใหม่)
“คงได้อะไรบ้างนะ....” เป็นความปราถนาที่ดีของท่านเจ้าอาวาส......
เจ้าอาวาสอยู่บนหอพระไตรปิฎก ต้องการรู้ว่าแมวสีสวาทที่เลี้ยงไว้ที่ โรงทาน ปลายดอย
ออกลูกแล้วหรือยัง....จึ่งวาน ไอ้แกละ ไปดูให้หน่อย
เจ้าอาวาส “ไปดูซิ แมวออกลูกแล้วหรือยัง”
เจ้าแกละวิ่งลงจากหอพระไตรปิฏกลงไปที่ปลายดอย 5,999 ก้าวขา
แล้ววิ่งกลับขึ้นดอยอีก 5,999 ก้าวขา มาหาเจ้าอาวาส
เจ้าแกละ “ออกแล้วครับเจ้าอาวาส”
เจ้าอาวาส “ออกกี่ตัว.........”
เจ้าแกละวิ่งลงจากหอพระไตรปิฏกลงไปที่ปลายดอย 5,999 ก้าวขา
แล้ววิ่งกลับขึ้นดอยอีก 5,999 ก้าวขา มาหาเจ้าอาวาส
เจ้าแกละ “...9 ตัวครับ ท่านเจ้าอาวาส.....”
เจ้าอาวาส “....ตัวผู้กี่ตัว....ตัวเมียกี่ตัว......”
เจ้าแกละวิ่งลงจากหอพระไตรปิฏกลงไปที่ปลายดอย 5,999 ก้าวขา
แล้ววิ่งกลับขึ้นดอยอีก 5,999 ก้าวขา มาหาเจ้าอาวาส
เจ้าแกละ “....ตัวผู้ 4 ตัวเมีย 5......”
เจ้าอาวาส “....สีอะไรบ้างอ่ะ?????”
เจ้าแกละวิ่งลงจากหอพระไตรปิฏกลงไปที่ปลายดอย 5,999 ก้าวขา
แล้ววิ่งกลับขึ้นดอยอีก 5,999 ก้าวขา มาหาเจ้าอาวาส
เจ้าแกละ “.....สีมันมั่วมั่ว....ท่านเจ้าอาวาส.....สีคล้ายพ่อ สีคล้ายแม่ของมัน มั้งท่านเจ้าอาวาส......”
เจ้าแกละคงคิดว่า ท่านเจ้าอาวาส อยากจะรู้ไปทำไม ไม่ได้ทำให้ชีวิตของใครดีขึ้นมาหรอก......
เจ้าอาวาส “....หวังว่า ที่เจ้าวิ่งไป ไม่รู้กี่รอบ คงได้ อะไรบ้างนะ......”
(เจ้าอาวาส คงคาดหวังมากไป.....บวกกับสงสารไอ้แกละ
เพราะเจ้าอาวาส กะจะถามว่า กะจู๋แมวสี อะไร????
กลัวไอ้แกละวิ่งตายห่าเสียก่อน ต้องหาเด็กวัดใหม่)
“คงได้อะไรบ้างนะ....” เป็นความปราถนาที่ดีของท่านเจ้าอาวาส......
Monday, 1 October 2007
เทคนิคการหางานทำ
สำหรับท่านที่ได้ผ่านขั้นตอนการสัมภาษณ์ไปแล้ว ก็
เปรียบเสมือนนาทีทองของคุณได้จบไปแล้ว ในช่วงนี้จะ
เป็นช่วงเวลาแห่งการรอคอยการตัดสินใจจากทางหน่วย
งานว่า เขาจะพิจารณาคัดเลือกคุณเข้าทำงานกับเขาหรือ
ไม่
ในช่วงแห่งการนั่งรอคอยนี้ คุณอาจจะอยากทราบว่านาย
จ้างเขาใช้มาตรการอะไรมาเป็นเครื่องตัดสินว่า ควรจะ
เลือกใครที่มีความเหมาะสมที่สุดเข้าทำงาน เพื่อประโยชน์
ในการปรับปรุงตัวของคุณให้เขากับความต้องการของเขา
มากขึ้น หัวข้อประเมินมีดังต่างๆ กัน ดังนี้
แนวทางประเมินผู้สมัครงาน
บริษัทแต่ละแห่งอาจมีวิธีประเมินผู้สมัครงานต่างกันออก
ไป บางหน่วยงานก็ประเมินผู้สมัครตามหัวข้อสั้นๆ ท่อท้าย
แบบฟอร์มการสมัครงาน โดยใช้วิธีให้คะแนนจาก 1 ถึง
10 (ให้ 10 แทนคะแนนความเห็นว่า "ดีเลิศ" และ 1
แทน "ไม่ดี") แต่บางบริษัทก็ให้คะแนนเป็น A B C D E
และมีช่องแสดงความคิดเห็นว่าควรจ้างหรือไม่
ในกรณีที่มีผู้สัมภาษณ์หลายคน ก็อาจจะใช้วิธีรวมคะแนน
จากผู้สัมภาษณ์ทุกๆ คนในแต่ละหัวข้อเป็นคะแนนรวมของ
ผู้สมัครแต่ละคน เพื่อเปรียบเทียบกับผู้สมัครคนอื่นได้
การประเมินความประทับใจ
นับตั้งแต่พฤติกรรมที่ไม่ใช่คำพูด และพฤติกรรมที่เป็นคำ
พูดในลักษณะต่างๆ รวมทั้งสิ่งที่ควรหรือไม่ควรพูดในช่วง
การสัมภาษณ์ ซึ่งจะถูกสรุปรวมเข้าเป็นลักษณะทาง
บุคลิกภาพต่างๆ ของคุณ
ดังนั้น เมื่อสังเกตให้ดี คุณจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า ทุก
บทที่เขียนมาตั้งแต่ต้น ได้พยายามเตรียมพร้อมให้คุณ
เพื่อให้ผ่านการสัมภาษณ์อย่างพร้อมที่สุด ไม่ว่าจะเป็น
ทางด้านร่างกายหรือจิตใจ ถ้าคุณทำ "การบ้าน" ทุกขั้น
ตอน คุณจะไม่ประสบความลำบากใจในการถูกประเมิน
จากผู้สัมภาษณ์เลย
อย่างไรก็ตาม ก็อย่างที่เคยกล่าวไว้แล้วว่า เราคงไม่
สามารถรับประกันคุณได้ 100% ว่าถ้าทำตามทุกขั้นตอน
แล้วคุณจะได้งาน เพราะมีตัวแปรแทรกซ้อนมาเกี่ยวข้อง
ด้วยมากมายเหลือเกิน ตัวอย่างเช่น อคติจากผู้สัมภาษณ์
เอง
ในข้อนี้หมายความว่า คุณต้องเข้าใจว่าผู้สัมภาษณ์ก็ยัง
เป็นมนุษย์ปุถุชนที่มีกิเลศ ตัณหา อุปาทาน ดังนั้น เมื่อ
เขาเห็นหน้าตาตื่นๆ และวิตกกังวลสูงของคุณ หรือเผอิญดู
หน้าตาของคุณแล้วเหมือนศัตรูคู่แค้นเก่าของเขา เขาก็
อาจจะเกิดความไม่ประทับใจขึ้นมาโดยไม่มีสาเหตุ
อย่างนี้ทางจิตวิทยา เรียกว่า Halo Effect คือพอเห็นหน้า
ใคร เราก็อาจเกิดความรู้สึกชอบหรือไม่ชอบขึ้นมาได้
โดยที่คนๆ คนนั้นยังไม่ทันได้พูดอะไรเลย เป็นต้น ซึ่งถ้า
เขาเกิดรู้สึกไม่ชอบคุณขึ้นมาเช่นนี้ ก็คงช่วยอะไรไม่ได้
ไม่ว่าคุณจะตอบอะไรให้มันเลิศลอยสักเพียงใดก็ตาม ถ้า
เป็นกรณีนี้ก็ถือเสียว่าเป็นกรรมเก่าก็แล้วกัน และตั้งหน้า
ตั้งตาหางานใหม่ต่อไป
สาเหตุอีกประการหนึ่งก็คือ เขามีคนของเขาอยู่เรียบร้อย
แล้ว การสัมภาษณ์คุณหรือผู้สมัครคนอื่นๆ เป็นเพียงเกม
ชนิดหนึ่งเท่านั้นเอง ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้น เขาย่อมจะต้องให้
คะแนน "เด็ก" ของเขาสูงกว่าคุณยังค่ำ
การไม่ได้งานของคุณทั้ง 2 กรณีที่กล่าวมาแล้ว จึงไม่ใช้
เป็นความผิดพลาดอะไรจากตัวคุณเลย แต่เป็นเรื่อง
ของ "ฟ้าลิขิต" มากกว่า และคุณก็ไม่ได้อยู่ในฐานะที่
จะ "โวย" อะไรได้ด้วย จัดเป็นสิ่งที่ช่วยไม่ได้จริงๆ
แต่ถ้าการไม่ได้งาน เกิดจากการตกสัมภาษณ์หรือมี
สาเหตุมาจากตัวคุณเอง อาจจะหมายความว่า คุณมี
ลักษณะบางอย่างที่ไม่เหมาะสมที่จะรับตำแหน่งนั้นๆ ก็
ได้ ในช่วงนี้ จึงอยากขอให้คุณมาพิจารณาดูเหตุผลใน
การตกสัมภาษณ์ที่ผู้รู้ทั้งหลายได้รวบรวมไว้ ดังนี้
เหตุผลที่ตกสัมภาษณ์
1. พฤติกรรมที่ไม่ใช่คำพูด
1. แต่งกายสกปรก ไม่สุภาพ ไม่เหมาะสมและ
รกรุงรัง
2. หลุกหลิก ไม่มีสัมมาคารวะ
3. ท่าทางจะยืนนิ่ง ขาดความมั่นใจ วิตกกังวล
ลุกลี้ลุกลน
4. ไม่กล้าสบสายตาผู้สัมภาษณ์ มือไม้สั่นไป
หมด
5. ดูห่อเหี่ยว เฉื่อยชา ขาดชีวิตจิตใจ เซื่องซึม
6. ระหว่างการสัมภาษณ์ แสดงกิริยาน่ารังเกียจ
เช่น ถ่มน้ำลาย สูบบุหรี่จัด
7. วางท่ามากเกินไป หรือดูคล้ายสำรวย
เหยียดผู้อื่น ทำให้เกิดความรู้สึกว่าคงจะเข้ากับเพื่อนร่วม
งานได้ลำบาก
2. พฤติกรรมที่เป็นคำพูด
1. อ้ำอึ้ง ขาดการเตรียมตัว แม้กระทั่งเรื่องของ
ตัวเองก็ยังเล่าไม่ได้หรือเล่าสับสน จับต้นชนปลายไม่ถูก
2. ต่อปากต่อคำโต้แย้งกับผู้สัมภาษณ์ ขาด
เหตุผลและใช้อารมณ์
3. พูดมากไป พูดไม่หยุดเกี่ยวกับตนเอง และ
โอ้อวดเกินไป
4. ซักถามเรื่องส่วนตัวของผู้สัมภาษณ์ ซึ่งไม่
เกี่ยวกับงานเลย หรือสนใจถามเกี่ยวกับสวัสดิการมากว่า
เรื่องงาน
5. พูดไปหัวเราะไป เส้นตื้นทุกเรื่อง
6. ขาดจุดยืน ใครจะพูดอะไรก็เห็นด้วยกับเขา
ไปเสียหมด เหมือนเป็นคนไม่มีความคิดริเริ่มของตัวเอง
7. พูดจาไม่สุภาพ ก้าวร้าว ภาษาที่ใช้ไม่เหมาะ
สม พูดไปสบถไปหรือสลับด้วยการด่าทอเป็นระยะ
8. ตอบคำถามไม่กระจ่าง ไม่ตรงจุด และพูดไม่
รู้เรื่อง วกวน
9. เล่าแต่ปัญหาของตนเอง และขอความเห็นใจ
ในลักษณะต่างๆ
10. ขอค่าจ้างแพงลิ่ว
11. พูดคล้ายไม่ให้ความสำคัญในการสัมภาษณ์
งาน ประเภทมาลองดูเล่นๆ
12. ขาดไหวพริบ ปฏิภาณ ไม่รู้ว่าสิ่งใดควรหรือ
ไม่ควร เช่นไปบอกเขาว่า สมัครที่ไหนก็ตกสัมภาษณ์
ทุกที จะมาทำงานเพียงชั่วคราว หรือพ่อบังคับให้มาสมัคร
งานที่นี่
13. แสดงความคิดเห็นรุนแรง เช่น จะเปลี่ยน
หรือต่อต้านระบบเก่าๆ
3. ขาดความรู้ในด้านต่างๆ
1. ขาดความรู้เกี่ยวกับตัวเอง ไม่รู้จุดเด่น ความ
สามารถ ฯลฯ เขาถามอะไรก็ตอบไม่ถูก
2. ขาดจุดมุ่งหมายของชีวิตหรืออาชีพ แสดง
ลักษณะคล้ายปล่อยชีวิตให้เป็นไปตามยถากรรม
3. ขาดความรู้เกี่ยวกับบริษัท ไม่รู้บริษัททำ
อะไร หรือต้องการสมัครตำแหน่งใด ปรัชญาหรือจุดยืน
ของบริษัทเป็นอย่างไร
4. ขาดความรู้เกี่ยวกับเนื้อหาวิชาที่ควรรู้ หรือมี
ความรู้ไม่แน่นพอ เช่น จบบัญชี แต่พอเขาถามเกี่ยวกับ
บัญชีก็ตอบไม่ถูก
5. ขาดความเป็นผู้ใหญ่ หวั่นไหวง่าย กระทบ
อะไรนิดหน่อยก็ไม่ได้ พร้อมที่จะแตกสลายทุกเมื่อ ทำ
ให้เกิดความรู้สึกว่าจะรับเหตุการณ์กดดันอะไรจากหน้าที่
การงานลำบาก
4. ข้อปลีกย่อยอื่นๆ เช่น
1. นิสัย (ไม่ดี) บางประการ เช่น รักความสนุกสนาน
ไม่สู้งาน ชอบเที่ยวมากว่าทำงาน แสดงความเป็นคน
ฟุ่มเฟือย
2. พื้นฐานของครอบครัว มีปัญหามากกับทางบ้าน
3. ผลการเรียนอ่อนมาก ทำให้อาจมองไปได้ว่าไม่ฉลาด
นัก สอนงานคงลำบาก ฯลฯ
หลังจากอ่านจบแล้ว ถ้าคุณมีความรู้สึกหลายข้อเหลือ
เกิน ก็อย่าเพิ่งท้อใจ ได้บอกแล้วไว้ตั้งแต่ต้นแล้วว่า คน
เรานั้นไม่มีใครสมบูรณ์ ถ้าคุณมีทุกอย่างครบตามที่กล่าว
ถึง ก็คงไม่ต้องมาอ่านหนังสือเล่มนี้
การที่รู้ว่าตัวเองมีข้อบกพร่องอยู่นั้น นับเป็นสิ่งที่ดีเพราะ
คุณจะได้ขวนขวายปรับปรุงตัวเองเสียใหม่เพื่อให้สมบูรณ์
ขึ้นกว่าเดิม แทบทุกข้อที่ได้กล่าวถึง ล้วนเป็นสิ่งที่คุณ
แก้ไขได้เองทั้งสิ้น เช่น
- ถ้าขาดการเตรียมตัว ไม่รู้จักตัวเองหรือหน่วย
งาน คุณก็สามารถแก้ไขได้ (ขอให้กลับไปอ่านบทเก่าๆ
ที่ผ่านมา)
- กิริยามารยาทตั้งแต่เรื่องภาษา ร่างกาย การ
ใช้คำพูดก็ให้ระวังไว้ (โปรดอ่านในเรื่องการเตรียมตัวก่อน
สัมภาษณ์)
- ความรู้ด้านเนื้อหาวิชา หรือความรู้รอบตัวก็
ควรมีการเตรียมตัว ถ้าไม่รู้ก็ไปขวนขวายหามา ซึ่งไม่น่า
จะเหลือบ่ากว่าแรงคุณไม่ใช่ไหม?
- ถ้าใจจิตใจมีแต่ความประหม่ากลัวจะตอบผิด
ตอบถูก วิธีหนึ่งที่จะช่วยได้ก็คือ ลองให้เพื่อนหรือใครก็
ได้ที่รู้จัก ถามคุณด้วยคำถามที่ให้ในบทสัมภาษณ์ เพื่อ
ให้คุณเกิดความรู้สึกเคยชินกับการสัมภาษณ์มากขึ้น และ
เมื่อทำเสร็จแล้วลองให้เขาประเมินคุณดูว่า ในสายตาของ
เขานั้น คุณ "ผ่าน" หรือ "ไม่ผ่าน" ในข้อใด เมื่อรู้แล้วก็
จะได้ปรับปรุงตัวเองในข้อนั้นให้ดียิ่งขึ้น
เท่าที่ได้กล่าวมาก็เป็นสิ่งที่คุณได้ทราบแล้วว่า บุคลิก
ลักษณะอย่างไรที่นายจ้างเขาไม่พึงปรารถนา และทำให้
คุณไม่ผ่านสัมภาษณ์ ต่อไปนี้คุณก็ควรจะรู้บ้างถึงลักษณะ
ของคนประเภทใดที่ทางหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นทาง
ราชการ ธุรกิจเอกชนเขาปรารถนา
เปรียบเสมือนนาทีทองของคุณได้จบไปแล้ว ในช่วงนี้จะ
เป็นช่วงเวลาแห่งการรอคอยการตัดสินใจจากทางหน่วย
งานว่า เขาจะพิจารณาคัดเลือกคุณเข้าทำงานกับเขาหรือ
ไม่
ในช่วงแห่งการนั่งรอคอยนี้ คุณอาจจะอยากทราบว่านาย
จ้างเขาใช้มาตรการอะไรมาเป็นเครื่องตัดสินว่า ควรจะ
เลือกใครที่มีความเหมาะสมที่สุดเข้าทำงาน เพื่อประโยชน์
ในการปรับปรุงตัวของคุณให้เขากับความต้องการของเขา
มากขึ้น หัวข้อประเมินมีดังต่างๆ กัน ดังนี้
แนวทางประเมินผู้สมัครงาน
บริษัทแต่ละแห่งอาจมีวิธีประเมินผู้สมัครงานต่างกันออก
ไป บางหน่วยงานก็ประเมินผู้สมัครตามหัวข้อสั้นๆ ท่อท้าย
แบบฟอร์มการสมัครงาน โดยใช้วิธีให้คะแนนจาก 1 ถึง
10 (ให้ 10 แทนคะแนนความเห็นว่า "ดีเลิศ" และ 1
แทน "ไม่ดี") แต่บางบริษัทก็ให้คะแนนเป็น A B C D E
และมีช่องแสดงความคิดเห็นว่าควรจ้างหรือไม่
ในกรณีที่มีผู้สัมภาษณ์หลายคน ก็อาจจะใช้วิธีรวมคะแนน
จากผู้สัมภาษณ์ทุกๆ คนในแต่ละหัวข้อเป็นคะแนนรวมของ
ผู้สมัครแต่ละคน เพื่อเปรียบเทียบกับผู้สมัครคนอื่นได้
การประเมินความประทับใจ
นับตั้งแต่พฤติกรรมที่ไม่ใช่คำพูด และพฤติกรรมที่เป็นคำ
พูดในลักษณะต่างๆ รวมทั้งสิ่งที่ควรหรือไม่ควรพูดในช่วง
การสัมภาษณ์ ซึ่งจะถูกสรุปรวมเข้าเป็นลักษณะทาง
บุคลิกภาพต่างๆ ของคุณ
ดังนั้น เมื่อสังเกตให้ดี คุณจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า ทุก
บทที่เขียนมาตั้งแต่ต้น ได้พยายามเตรียมพร้อมให้คุณ
เพื่อให้ผ่านการสัมภาษณ์อย่างพร้อมที่สุด ไม่ว่าจะเป็น
ทางด้านร่างกายหรือจิตใจ ถ้าคุณทำ "การบ้าน" ทุกขั้น
ตอน คุณจะไม่ประสบความลำบากใจในการถูกประเมิน
จากผู้สัมภาษณ์เลย
อย่างไรก็ตาม ก็อย่างที่เคยกล่าวไว้แล้วว่า เราคงไม่
สามารถรับประกันคุณได้ 100% ว่าถ้าทำตามทุกขั้นตอน
แล้วคุณจะได้งาน เพราะมีตัวแปรแทรกซ้อนมาเกี่ยวข้อง
ด้วยมากมายเหลือเกิน ตัวอย่างเช่น อคติจากผู้สัมภาษณ์
เอง
ในข้อนี้หมายความว่า คุณต้องเข้าใจว่าผู้สัมภาษณ์ก็ยัง
เป็นมนุษย์ปุถุชนที่มีกิเลศ ตัณหา อุปาทาน ดังนั้น เมื่อ
เขาเห็นหน้าตาตื่นๆ และวิตกกังวลสูงของคุณ หรือเผอิญดู
หน้าตาของคุณแล้วเหมือนศัตรูคู่แค้นเก่าของเขา เขาก็
อาจจะเกิดความไม่ประทับใจขึ้นมาโดยไม่มีสาเหตุ
อย่างนี้ทางจิตวิทยา เรียกว่า Halo Effect คือพอเห็นหน้า
ใคร เราก็อาจเกิดความรู้สึกชอบหรือไม่ชอบขึ้นมาได้
โดยที่คนๆ คนนั้นยังไม่ทันได้พูดอะไรเลย เป็นต้น ซึ่งถ้า
เขาเกิดรู้สึกไม่ชอบคุณขึ้นมาเช่นนี้ ก็คงช่วยอะไรไม่ได้
ไม่ว่าคุณจะตอบอะไรให้มันเลิศลอยสักเพียงใดก็ตาม ถ้า
เป็นกรณีนี้ก็ถือเสียว่าเป็นกรรมเก่าก็แล้วกัน และตั้งหน้า
ตั้งตาหางานใหม่ต่อไป
สาเหตุอีกประการหนึ่งก็คือ เขามีคนของเขาอยู่เรียบร้อย
แล้ว การสัมภาษณ์คุณหรือผู้สมัครคนอื่นๆ เป็นเพียงเกม
ชนิดหนึ่งเท่านั้นเอง ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้น เขาย่อมจะต้องให้
คะแนน "เด็ก" ของเขาสูงกว่าคุณยังค่ำ
การไม่ได้งานของคุณทั้ง 2 กรณีที่กล่าวมาแล้ว จึงไม่ใช้
เป็นความผิดพลาดอะไรจากตัวคุณเลย แต่เป็นเรื่อง
ของ "ฟ้าลิขิต" มากกว่า และคุณก็ไม่ได้อยู่ในฐานะที่
จะ "โวย" อะไรได้ด้วย จัดเป็นสิ่งที่ช่วยไม่ได้จริงๆ
แต่ถ้าการไม่ได้งาน เกิดจากการตกสัมภาษณ์หรือมี
สาเหตุมาจากตัวคุณเอง อาจจะหมายความว่า คุณมี
ลักษณะบางอย่างที่ไม่เหมาะสมที่จะรับตำแหน่งนั้นๆ ก็
ได้ ในช่วงนี้ จึงอยากขอให้คุณมาพิจารณาดูเหตุผลใน
การตกสัมภาษณ์ที่ผู้รู้ทั้งหลายได้รวบรวมไว้ ดังนี้
เหตุผลที่ตกสัมภาษณ์
1. พฤติกรรมที่ไม่ใช่คำพูด
1. แต่งกายสกปรก ไม่สุภาพ ไม่เหมาะสมและ
รกรุงรัง
2. หลุกหลิก ไม่มีสัมมาคารวะ
3. ท่าทางจะยืนนิ่ง ขาดความมั่นใจ วิตกกังวล
ลุกลี้ลุกลน
4. ไม่กล้าสบสายตาผู้สัมภาษณ์ มือไม้สั่นไป
หมด
5. ดูห่อเหี่ยว เฉื่อยชา ขาดชีวิตจิตใจ เซื่องซึม
6. ระหว่างการสัมภาษณ์ แสดงกิริยาน่ารังเกียจ
เช่น ถ่มน้ำลาย สูบบุหรี่จัด
7. วางท่ามากเกินไป หรือดูคล้ายสำรวย
เหยียดผู้อื่น ทำให้เกิดความรู้สึกว่าคงจะเข้ากับเพื่อนร่วม
งานได้ลำบาก
2. พฤติกรรมที่เป็นคำพูด
1. อ้ำอึ้ง ขาดการเตรียมตัว แม้กระทั่งเรื่องของ
ตัวเองก็ยังเล่าไม่ได้หรือเล่าสับสน จับต้นชนปลายไม่ถูก
2. ต่อปากต่อคำโต้แย้งกับผู้สัมภาษณ์ ขาด
เหตุผลและใช้อารมณ์
3. พูดมากไป พูดไม่หยุดเกี่ยวกับตนเอง และ
โอ้อวดเกินไป
4. ซักถามเรื่องส่วนตัวของผู้สัมภาษณ์ ซึ่งไม่
เกี่ยวกับงานเลย หรือสนใจถามเกี่ยวกับสวัสดิการมากว่า
เรื่องงาน
5. พูดไปหัวเราะไป เส้นตื้นทุกเรื่อง
6. ขาดจุดยืน ใครจะพูดอะไรก็เห็นด้วยกับเขา
ไปเสียหมด เหมือนเป็นคนไม่มีความคิดริเริ่มของตัวเอง
7. พูดจาไม่สุภาพ ก้าวร้าว ภาษาที่ใช้ไม่เหมาะ
สม พูดไปสบถไปหรือสลับด้วยการด่าทอเป็นระยะ
8. ตอบคำถามไม่กระจ่าง ไม่ตรงจุด และพูดไม่
รู้เรื่อง วกวน
9. เล่าแต่ปัญหาของตนเอง และขอความเห็นใจ
ในลักษณะต่างๆ
10. ขอค่าจ้างแพงลิ่ว
11. พูดคล้ายไม่ให้ความสำคัญในการสัมภาษณ์
งาน ประเภทมาลองดูเล่นๆ
12. ขาดไหวพริบ ปฏิภาณ ไม่รู้ว่าสิ่งใดควรหรือ
ไม่ควร เช่นไปบอกเขาว่า สมัครที่ไหนก็ตกสัมภาษณ์
ทุกที จะมาทำงานเพียงชั่วคราว หรือพ่อบังคับให้มาสมัคร
งานที่นี่
13. แสดงความคิดเห็นรุนแรง เช่น จะเปลี่ยน
หรือต่อต้านระบบเก่าๆ
3. ขาดความรู้ในด้านต่างๆ
1. ขาดความรู้เกี่ยวกับตัวเอง ไม่รู้จุดเด่น ความ
สามารถ ฯลฯ เขาถามอะไรก็ตอบไม่ถูก
2. ขาดจุดมุ่งหมายของชีวิตหรืออาชีพ แสดง
ลักษณะคล้ายปล่อยชีวิตให้เป็นไปตามยถากรรม
3. ขาดความรู้เกี่ยวกับบริษัท ไม่รู้บริษัททำ
อะไร หรือต้องการสมัครตำแหน่งใด ปรัชญาหรือจุดยืน
ของบริษัทเป็นอย่างไร
4. ขาดความรู้เกี่ยวกับเนื้อหาวิชาที่ควรรู้ หรือมี
ความรู้ไม่แน่นพอ เช่น จบบัญชี แต่พอเขาถามเกี่ยวกับ
บัญชีก็ตอบไม่ถูก
5. ขาดความเป็นผู้ใหญ่ หวั่นไหวง่าย กระทบ
อะไรนิดหน่อยก็ไม่ได้ พร้อมที่จะแตกสลายทุกเมื่อ ทำ
ให้เกิดความรู้สึกว่าจะรับเหตุการณ์กดดันอะไรจากหน้าที่
การงานลำบาก
4. ข้อปลีกย่อยอื่นๆ เช่น
1. นิสัย (ไม่ดี) บางประการ เช่น รักความสนุกสนาน
ไม่สู้งาน ชอบเที่ยวมากว่าทำงาน แสดงความเป็นคน
ฟุ่มเฟือย
2. พื้นฐานของครอบครัว มีปัญหามากกับทางบ้าน
3. ผลการเรียนอ่อนมาก ทำให้อาจมองไปได้ว่าไม่ฉลาด
นัก สอนงานคงลำบาก ฯลฯ
หลังจากอ่านจบแล้ว ถ้าคุณมีความรู้สึกหลายข้อเหลือ
เกิน ก็อย่าเพิ่งท้อใจ ได้บอกแล้วไว้ตั้งแต่ต้นแล้วว่า คน
เรานั้นไม่มีใครสมบูรณ์ ถ้าคุณมีทุกอย่างครบตามที่กล่าว
ถึง ก็คงไม่ต้องมาอ่านหนังสือเล่มนี้
การที่รู้ว่าตัวเองมีข้อบกพร่องอยู่นั้น นับเป็นสิ่งที่ดีเพราะ
คุณจะได้ขวนขวายปรับปรุงตัวเองเสียใหม่เพื่อให้สมบูรณ์
ขึ้นกว่าเดิม แทบทุกข้อที่ได้กล่าวถึง ล้วนเป็นสิ่งที่คุณ
แก้ไขได้เองทั้งสิ้น เช่น
- ถ้าขาดการเตรียมตัว ไม่รู้จักตัวเองหรือหน่วย
งาน คุณก็สามารถแก้ไขได้ (ขอให้กลับไปอ่านบทเก่าๆ
ที่ผ่านมา)
- กิริยามารยาทตั้งแต่เรื่องภาษา ร่างกาย การ
ใช้คำพูดก็ให้ระวังไว้ (โปรดอ่านในเรื่องการเตรียมตัวก่อน
สัมภาษณ์)
- ความรู้ด้านเนื้อหาวิชา หรือความรู้รอบตัวก็
ควรมีการเตรียมตัว ถ้าไม่รู้ก็ไปขวนขวายหามา ซึ่งไม่น่า
จะเหลือบ่ากว่าแรงคุณไม่ใช่ไหม?
- ถ้าใจจิตใจมีแต่ความประหม่ากลัวจะตอบผิด
ตอบถูก วิธีหนึ่งที่จะช่วยได้ก็คือ ลองให้เพื่อนหรือใครก็
ได้ที่รู้จัก ถามคุณด้วยคำถามที่ให้ในบทสัมภาษณ์ เพื่อ
ให้คุณเกิดความรู้สึกเคยชินกับการสัมภาษณ์มากขึ้น และ
เมื่อทำเสร็จแล้วลองให้เขาประเมินคุณดูว่า ในสายตาของ
เขานั้น คุณ "ผ่าน" หรือ "ไม่ผ่าน" ในข้อใด เมื่อรู้แล้วก็
จะได้ปรับปรุงตัวเองในข้อนั้นให้ดียิ่งขึ้น
เท่าที่ได้กล่าวมาก็เป็นสิ่งที่คุณได้ทราบแล้วว่า บุคลิก
ลักษณะอย่างไรที่นายจ้างเขาไม่พึงปรารถนา และทำให้
คุณไม่ผ่านสัมภาษณ์ ต่อไปนี้คุณก็ควรจะรู้บ้างถึงลักษณะ
ของคนประเภทใดที่ทางหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นทาง
ราชการ ธุรกิจเอกชนเขาปรารถนา
Subscribe to:
Posts (Atom)







