Showing posts with label #content. Show all posts
Showing posts with label #content. Show all posts

Saturday, 13 June 2015

#วิธีการกดดันนักแสดงในวันถ่าย. #เพื่อเค้นฟอร์มที่สุดยอดออกมา. อ่ำคุยกับน้องโอปอล. ก่อนถ่าย.

#วิธีการกดดันนักแสดงในวันถ่าย. #เพื่อเค้นฟอร์มที่สุดยอดออกมา.

อ่ำคุยกับน้องโอปอล. ก่อนถ่าย.

อ่ำ : โอปอล. คิดว่า. สินค้าตัวนี้. บทนี้. ถ้าเอา อั้ม ชมพู่ พลอย และ โอปอล. Presenter คนไหน.??? จะขาย Product ได้ดีที่สุด.

(โอปอล-ใช้หางตา-มองแรงใส่)

อ่ำ : คำถามนี้. ไม่ต้องใช้สมองคิดเลย. โอปอล. จะเป็น Presenter ขาย Samsung Galaxy S6 ได้ดีที่สุด. เพราะหนังเรื่องนี้. กำกับโดย #อ่ำผู้กำกับคนซื่อ. 

ไม่ต้องเชื่ออ่ำก็ได้. แต่อ่ำอยากให้คุณเปิดใจ. แล้วคุณจะพบโลกใหม่. คุณจะดีใจที่คุณยอมเปลี่ยน. .... มาใช้บริการการทำหนังโฆษณาของ #AumSkyExits

#SkyExits บริษัททำหนังโฆษณา. สำหรับคนฉลาดเลือก.



#วิธีการกดดันนักแสดงในวันถ่าย. #เพื่อเค้นฟอร์มที่สุดยอดออกมา.อ่ำคุยกับน้องโอปอล. ก่อนถ่าย.อ่ำ : โอปอล. คิดว่า. สินค้...
Posted by Suvinit Aum Pornnavalai on Saturday, 13 June 2015

Sunday, 15 March 2015

‪#‎ข้อสอบผู้นำ‬

‪#‎ข้อสอบผู้นำ‬

บริษัทแห่งหนึ่ง เปิดรับสมัครพนักงานระดับหัวหน้างาน

มีคนมาสมัครสอบนับพันคน สอบข้อเขียนผ่านแค่ ๒๐๐ คน

คน ๒๐๐ คนนี้ จะสอบผ่าน หรือ ไม่ผ่าน...คะแนนตัดสิน

อยู่ที่ การสอบสัมภาษณ์ ข้อสอบ เป็นเรื่องเล่าสมมติ ต่อไปนี้

ในค่ำคืนระทึกขวัญ พายุฝนพัดกระหน่ำ คุณขับรถอย่างระมัดระวัง...

กำลังผ่าน และจอดป้ายรถเมล์แห่งนั้น คนสามคน ที่ยืนรอหน้าป้าย...

ก็ให้บังเอิญ ล้วนแล้วแต่มีเหตุผล...ที่คุณต้องรับขึ้นรถ

คนแรก เป็นคนแก่ ป่วยหนักอาการอยู่ในขั้นโคม่า...
ถ้าคุณไม่ช่วยเขา เขาจะต้องตาย

คนที่สอง เป็นหมอ ที่ให้บังเอิญเคยผ่าตัดช่วยชีวิตคุณไว้
เขาเป็นหมอที่คุณตั้งใจมานาน ว่าอยากจะตอบแทนบุญคุณ แต่ยังไม่เคยมีโอกาส

คนที่สาม เป็นผู้หญิงที่คุณรัก เป็นนางในอุดมคติที่คุณฝันถึง คุณไม่น่าพลาดโอกาสนี้
เพราะถ้าพลาด โอกาสที่จะชนะใจเธอคงไม่มีอีกแล้ว

ที่จริงโดยหัวใจคุณ คุณต้องรับคนทั้งสามขึ้นรถ และจัดหลีกเวลาขับไปส่งตามสถานการณ์ แต่ปัญหาสำคัญ รถของคุณนั้นรับคนได้คนเดียว...

ตามข้อจำกัดนี้ คุณจะเลือกใคร

คนถูกสอบสัมภาษณ์ ๑๙๙ คน มีเหตุผลในการเลือก และไม่เลือก...
ตามวิธีคิดที่ไม่เหมือนกัน

แบบที่ ๑ ช่วยคนแก่ก่อน วิธีคิดนี้มีเหตุผล เพราะเขาใกล้จะตาย นี่เป็นครั้งหนึ่งในชีวิต ที่คุณจะได้ช่วยชีวิตคนอื่น

คนไม่เลือกวิธีนี้ ก็มีเหตุผลเหมือนกัน คนแก่ทุกคนต้องตาย หรือ ถึงแม้ช่วยเขาตอนนี้ ก็อาจรักษาชีวิตเขาไว้ไม่ได้ ตอนหน้า และบางทีอาจจะยืดเวลาเจ็บปวดทรมาน จากการป่วยให้ยาวไป

แบบที่ ๒ ให้คุณหมอขึ้นรถ เพราะการตอบแทนบุญคุณผู้มีพระคุณ เป็นเรื่องใหญ่ในชีวิตมนุษย์

คนไม่เลือกแบบที่ ๒ ให้เหตุผลว่า สามารถตอบแทนบุญคุณหมอได้ในโอกาสหน้า แบบที่ ๓ ให้คนรักในฝันขึ้นรถ ชีวิตหนึ่งที่เกิดมา ความรักเป็นเรื่องสำคัญที่สุด คนไม่เลือก...แบบนี้...ก็มีเหตุผลที่ต้องฟัง...

หากเป็นผู้ชายจำพวก เจอคนป่วยไม่ตาย แล้วไม่ช่วย
เจอคนมีบุญคุณ มีโอกาส แล้วไม่ตอบแทน

ถ้าคุณเป็นผู้หญิงที่จะรักผู้ชาย...สักคน คงไม่เลือกผู้ชายไร้น้ำจิตน้ำใจแบบนี้มาเป็นแฟน

ในสถานการณ์บังคับที่ถูกสมมติขึ้นนี้ เราต้องเผชิญกับทางเลือก ที่อาจถูกหรือผิดก็ได้ แต่สิ่งสำคัญมาก เรามีเหตุผลที่ฟังขึ้นแค่ไหน

ข้อสอบสัมภาษณ์นี้ มีคนเพียงคนเดียวตอบไม่เหมือนใคร

คำตอบของเขา...ไม่ได้อยู่ในทางเลือก ๓ แบบ ที่ถูกตีกรอบ
เขาคิดนอกกรอบ และมีคำอธิบาย เขาลงจากรถ ยื่นกุญแจรถให้หมอ ให้คุณหมอซึ่งไม่เพียงจะดูแลคนแก่ได้ดีกว่าใคร ขับรถไปโรงพยาบาล

ส่วนตัวเขาได้โอกาส ไปยืนรอรถเมล์ เป็นเพื่อนผู้หญิงที่เขารัก... เพิ่มโอกาสในการชนะหัวใจเธอได้ไม่น้อย

เรื่องเล่าเรื่องนี้ จบลงตรงในคน ๒๐๐ คน มีคนคนเดียวสอบผ่าน...

การกล้าคิดนอกกรอบ โดยมีคำอธิบาย...ที่ทุกคนที่ฟัง ต้องยอมรับได้...
ทำให้เขาเหนือกว่าคนอื่นแน่นอน คุณสมบัตินี้เป็นของผู้นำ...

Cr: Pookita




Sunday, 28 December 2014

ขอมอบเรื่องสั้นเรื่องนี้ เป็นของขวัญปีใหม่ 2015 ให้เพื่อนๆทุกคนครับ‪ #‎AumSkyExits "จะขายหวีให้พระภิกษุอย่างไร" ‪#‎ข้อคิดชีวิตทำงาน

ขอมอบเรื่องสั้นเรื่องนี้ เป็นของขวัญปีใหม่ 2015 ให้เพื่อนๆทุกคนครับ
"จะขายหวีให้พระภิกษุอย่างไร" #ข้อคิดชีวิตทำงาน
ก่อนที่จะอ่านบทความต่อไปนี้ ลองครุ่นคิดใคร่ครวญดูว่า หากคุณเป็นพนักงานขาย
เจ้านายใช้ให้คุณขายหวีให้แก่พระภิกษุ ซึ่งไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้หวีเลย
คุณจะทำอย่างไร ลองนำไปทดสอบกับเพื่อนๆ ที่อยู่ข้างกายคุณ ดูซิว่า เพื่อนของคุณ
เป็นคนประเภทไหน
เจ้านายทดสอบความสามารถของลูกน้อง ในการขายสินค้า จึงตั้งหัวข้อไว้ว่า ให้พวก
เขานำหวีไปขายให้แก่ พระภิกษุ
คนแรก..พึ่งจะก้าวออกจากห้อง ก็ก่นด่า เจ้านายบ้าบออะไร พระภิกษุล้วนไม่มีเส้น
ผม ยังจะไปขายหวีให้ เลยไปดื่มเหล้าที่ร้าน
ดื่มแล้วนอนหลับหนึ่งตื่น จึงกลับไปหาเจ้านาย แล้วพูดว่า พระภิกษุไม่มีเส้นผม ขาย
หวีไม่ได้ เจ้านายยิ้มๆแล้วพูดว่า พระภิกษุไม่มีเส้นผม ยังต้องให้เธอมาบอกข้าเหรอ?
คนที่สอง..ไปที่วัดแห่งหนึ่ง หาพระภิกษุจนพบ บอกพระภิกษุว่า ผมคิดจะขายหวีให้
ท่านอันหนึ่ง พระภิกษุบอกว่า อาตมาไม่จำเป็นต้องใช้
คนที่สองจึงอธิบายเรื่องราว ความเป็นมาให้พระภิกษุฟังว่า หากผมขายหวีไม่ได้แล้ว
ก็จะตกงาน ขอให้ท่านเมตตาเถอะ พระภิกษุจึงซื้อไปหนึ่งอัน
คนที่สาม..ไปที่วัดเพื่อขายหวีเช่นกัน พระภิกษุบอกว่า ไม่มีความจำเป็นต้องใช้จริงๆ
คนที่สามเดินวนไปมาในวัดสักครู่ แล้วพูดกับพระภิกษุว่า
"ไหว้พระใช่ไม่ใช่ต้องมีความจริงใจ" พระภิกษุตอบว่า "ใช่" " มีความจริงใจก็ต้องมีใจ
ที่เคราพด้วยใช่หรือไม่ ?" พระภิกษุตอบว่า " ใช่ ต้องให้ความเคราพด้วย "
คนที่สามจึงพูดต่อว่า " ท่านดูซิ ผู้มากราบไหว้ล้วนมาจากแดนไกล พวกเขาล้วนเคร่ง
ในศาสนาอย่างจริงใจ แต่ทว่า พวกเขามาจากแดนไกล ผมเผ้ายุ่งเหยิง แล้วจะเคราพ
พระได้เช่นไร
หากทางวัดซื้อหวีไว้บ้าง ให้ผู้มากราบไหว้หวีผมเผ้าให้เรียบร้อย ล้างหน้าให้สะอาด
ก็จะเป็นการให้เกียรติให้ความเคราพต่อพระ ใช่หรือไม่?" พระภิกษุพูดว่า " มีเหตุผล
จึงซื้อไว้สิบอัน
คนที่สี่..ก็มาถึงที่วัดๆหนึ่ง เพื่อขายหวีเช่นกัน พระภิกษุพูดว่า ไม่มีความจำเป็นจริงๆ
คนที่สี่พูดกับพระภิกษุว่า..
หากทางวัดเตรียมหวีไว้ เพื่อเป็นของกำนัลแก่ผู้มากราบไหว้พระ เป็นทั้งรูปธรรม
อีกทั้งมีความหมาย ผู้เลื่อมใสศรัทธาก็จะทวีมากยิ่งขึ้น พระภิกษุคิดๆแล้วมีเหตุผล
เลยซื้อไว้หนึ่งร้อยอัน
คนที่ห้า..ไปขายหวีที่วัดเหมือนกัน พระภิกษุพูดว่า ไม่มีความจำเป็นจริงๆ เขาเลยพูด
กับพระภิกษุว่า " ท่านเป็นพระที่เคร่งครัดในศีลธรรม อีกทั้ง..แตกฉานในพระคัมภีร์
หากท่านแกะสลักคำสอนไว้บนหวี อีกทั้งคำอวยพร มอบแก่ผู้มากราบไหว้พระ ก็จะ
เป็นการเผยแผ่คำสั่งสอน ของพระพุทธศาสนา " พระภิกษุยิ้มๆ จากนั้นจึงได้ซื้อหวี
ไว้หนึ่งพันอัน
คนที่หก..ก็ไปขายหวีที่วัดแห่งหนึ่งเช่นกัน พระภิกษุพูดว่า ไม่มีความจำเป็นจริงๆ คน
ผู้นี้ได้พูดคุยกับพระภิกษุเพียงครู่เดียว กลับสามารถขายหวีได้หนึ่งหมื่นอัน คนผู้นี้พูด
คุยอะไรล่ะ ?
เขาบอกกับพระภิกษุว่า " หวี..เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชายหญิง ที่มีใจศรัทธาที่มากราบ
ไหว้พระ ผู้หญิงมักมีพกไว้ติดตัว
หากท่านนำหวีมาปลุกเสก ให้เป็นสิ่งที่สามารถคุ้มครองพวกเธอ ก็จะเป็นการทำบุญ
ให้ทาน อีกทั้งคุ้มครองให้ความปลอดภัย
ผู้มากราบไหว้พระอีกมากมาย ยังสามารถนำกลับไปให้ญาติสนิท มิตรสหายอีกด้วย
คุ้มครองให้ปลอดภัย เผยแผ่ธรรมะ อีกทั้งเผยแพร่ชื่อเสียงของวัด
ย่อมเป็นคุณธรรมความดีที่ใหญ่หลวงยิ่ง แล้วท่านมีหรือที่จะไม่กระทำ "
พระภิกษุ : อมิตพุทธ สรรเสริญ สรรเสริญ พระท่านพนมมือแล้วกล่าวว่า " เมื่อโยมมี
ความหวังดีเช่นนี้ มีหรือที่อาตมาจะไม่กระทำตาม "
ด้วยเหตุฉะนี้ ทางวัดจึงซื้อหวีไว้หนึ่งหมื่นอัน ตั้งชื่อว่า " หวีสั่งสมความดี " " หวีคุ้ม
ครองให้ปลอดภัย "
โดยพระท่านทำการปลุกเสกด้วยตนเอง กลับได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก แน่นอน..
เงินทำบุญจากผู้มีจิตศรัทธา ก็ย่อมไม่น้อยเช่นกัน
บทสรุป..
คนที่หนึ่ง..เป็นเพราะความคิดเก่าๆ หยั่งรากลึกลงไปในจิตใจลึกเกินไป จนไม่สามารถ
ถอนตัวได้ ใช้ความคิดพื้นๆ อีกทั้งไม่มีกึ่น บุคคลเช่นนี้ จึงไม่เหมาะกับการค้าขาย
คนที่สอง..เป็นการขายความเห็นใจ ความสงสาร วิธีการเช่นนี้ เป็นวิธีการขายชั้นต่ำสุด
เรียกว่า เสนอการขายโดยหมอบคลานก้มหน้า ไม่สามารถยั่งยืนยาวได้
คนที่สามและสี่.. เป็นการคิดเพื่อลูกค้า สามารถพูดได้ว่า เป็นวิธีการที่ลูกค้าพึงพอใจ
เช่นนี้แล้ว ย่อมได้ผลลัพธ์ที่ดีระดับหนึ่ง
คนที่ห้า..ไม่เพียงแต่ทำให้ลูกค้าพึงพอใจ ยังสามารถเข้าถึงจิตใจของผู้ซื้อ ผลลัพธ์
ย่อมไม่เลวแน่
คนที่หก.. เป็นผู้บรรลุก้าวถึงขั้นสูงสุดแล้ว ไม่ใช่เป็นการขายหวี แต่เป็นการขายยันต์
คุ้มครองกาย สร้างประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ซื้อได้เช่นนี้ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอะ
ไร
ปัญหาเดียวกัน ล้วนมีวิธีที่สามารถแก้ได้หลายวิธี อย่าด่วนสรุปลงความเห็น ลอง
คิดหลายๆวิธี บางครั้ง อาจจะได้คำตอบหรือผลลัพธ์ที่คาดคิดไม่ถึงก็ได้.
Cr:Niwat Rungvicha


Sunday, 7 December 2014

การ์ตูนแอนนิเมชั่น พระมหาชนก ครบทั้ง 7 ตอน

การ์ตูนแอนนิเมชั่น พระมหาชนก ครบทั้ง 7 ตอน


พระมหาชนก EP.1: http://youtu.be/ezknIe3ZkDo


พระมหาชนก EP.2: http://youtu.be/HcW3TmNfY7U



พระมหาชนก EP.3: http://youtu.be/cbfSisqQ4Gc


พระมหาชนก EP.4: http://youtu.be/eGsFklaIABU


พระมหาชนก EP.5: http://youtu.be/gKVvYhSXszI


พระมหาชนก EP.6: http://youtu.be/Im8BxLxOqJk


พระมหาชนก EP.7 จบ: http://youtu.be/Xq3cEYPOJQY

Friday, 21 November 2014

โห้ ‪#‎AumSkyExits‬ นี่ดัง ขนาดมีคนอยากจะเป็นตัวกูแล้วนะครัช ‪#‎อ่ำปลอม‬ 55555+

โห้ ‪#‎AumSkyExits‬ นี่ดัง ขนาดมีคนอยากจะเป็นตัวกูแล้วนะครัช ‪#‎อ่ำปลอม‬ 55555+


https://www.facebook.com/anuchit.viri


Sunday, 9 November 2014

อาจารย์สันติ พิเชฐชัยกุล ปั้นในหลวง ที่บอสตัน แคมบริจ สหรัฐอเมริกา

อาจารย์สันติ พิเชฐชัยกุล ปั้นในหลวง ที่บอสตัน แคมบริจ สหรัฐอเมริกา 

ข้างในโรงพยาบาลเมาท์ออเบิร์น ที่พระองค์ท่านทรงประสูตร

Sunti Pichetchaiyakul sculpts the beloved King of Thailand, His Royal Majesty King Bhumibol Adulyadej at his birthplace, Mount Auburn Hospital in Cambridge, MA, USA.

http://www.youtube.com/watch?v=ocdIphltgoY&feature=youtu.be


Saturday, 8 November 2014

อิสัส โคตรเมียงูเลย มันใส่ชุดป้องกันทั้งตัว ต่อกล้องและท่ออากาศ ให้ อนาคอนด้าแดกเข้าไปทั้งตัว โปรโมทดังไปทั่วโลก ฉาย Sun Dec 7 ของ Discovery Channel

อิสัส โคตรเมียงูเลย มันใส่ชุดป้องกันทั้งตัว ต่อกล้องและท่ออากาศ ให้ อนาคอนด้าแดกเข้าไปทั้งตัว โปรโมทดังไปทั่วโลก ฉาย Sun Dec 7 ของ Discovery Channel

NEW YORK (REUTERS) - Animal rights group Peta has slammed the Discovery Channel's Eaten Alive show, which claims it will show a man being eaten alive by an anaconda, as a publicity stunt that will torment the snake.

Trailers of the show, which will be aired on Dec 7 on the cable network, show naturalist and wildlife filmmaker and author Paul Rosolie donning a custom-built snake-proof outfit. "I am about to be the first person that is going to be eaten alive by an anaconda," Rosalie says in the trailer as his team is shown catching a snake. "I don't expect anyone to believe us until we show it." Although Peta said the premise of the show sounds far-fetched, if the description is accurate the snake will be tormented. It added that whether it is a hoax or note, it has asked the network to pull the show. "Anacondas go days without eating and expend the energy needed to do so selectively.

Making this snake use up energy by swallowing this fool and then possibly regurgitating him would have left the poor animal exhausted and deprived of the energy that he or she needs," Peta said in a statement. Apart from the trailer, which also shows the search and capturing of an anaconda, the world's largest snake species in a South American rainforest, the network has not released any information about the show.

No one at the Discovery Channel was available to comment about the show, but a spokesman said the snake is alive and healthy. Rosolie, whose suit was slathered in pig's blood to help entice the snake to eat him, and to also make the snake reguritate afterward, sent a message on Twitter on Nov 4 saying he would "never hurt a living thing." Fully grown Anacondas can grow to more than 8.8m in length, weigh over 249kg and measure more than 30cm in diameter. The Discovery Channel is owned by Discovery Communications, along with TLC and Animal Planet.

http://stcommunities.straitstimes.com/…/peta-criticises-eat…

http://www.youtube.com/watch?v=5rrM3zl4J_g



Monday, 3 November 2014

ทำงานที่บริษัทฯ ใกล้จะครบสามปีแล้ว เพื่อนร่วมงานที่เข้ามาทีหลังผม ต่างทยอยได้เลื่อนตำแหน่งที่สูงขึ้น ผมกลับจมอยู่ที่เดิม

ทำงานที่บริษัทฯ ใกล้จะครบสามปีแล้ว เพื่อนร่วมงานที่เข้ามาทีหลังผม
ต่างทยอยได้เลื่อนตำแหน่งที่สูงขึ้น ผมกลับจมอยู่ที่เดิม
ความรู้สึกภายในจิตใจยากที่จะรับได้
จนกระทั่งวันหนึ่ง เสี่ยงกับการถูกเลิกจ้าง ผมขอพบเจ้านายเพื่อคุยถึงสาเหตุ 
"เจ้านาย ผมเคยมาสาย กลับก่อนเวลา หรือ ละเมิดกฎระเบียบหรือไม่"
เจ้านายตอบทันทีว่า "ไม่เคยและไม่มี"
"ถ้าเช่นนั้น เป็นเพราะบริษัทฯมีความลำเอียง อยุติธรรมกับผมหรือ"
เจ้านายอึ้งก่อน แล้วพูดว่า "ไม่มี ไม่ใช่แน่นอน"
"แล้วทำไม ผู้ที่อายุงานน้อยกว่าผม กลับได้รับความสำคัญ
ความไว้วางใจในหน้าที่ปฎิบัติงาน
แต่ผมกลับอยู่ในตำแหน่งหน้าที่ที่ไม่สำคัญมาตลอด"
เจ้านายนิ่งเงียบ ไม่สามารถหาคำพูดมาตอบผมทันที
จากนั้นยิ้มๆ แล้วพูดว่า "ปัญหาของเธอเดี๋ยวเราค่อยคุยกันใหม่
เวลานี้ ผมมีเรื่องเร่งด่วนสำคัญอยู่เรื่องหนึ่ง ช่วยผมจัดการไปก่อน
มีลูกค้าเจ้าหนึ่ง เตรียมตัวมาที่บริษัทฯ เพื่อตรวจสอบสินค้า"
เจ้านายให้ผมติดต่อพวกเขา สอบถามว่า จะมาถึงเมื่อไหร่
ผมคิดในใจว่า "นี่หรือ งานเร่งด่วนเร่งรีบที่สำคัญ"
ก่อนก้าวออกจากประตู ผมอดไม่ได้จะคิดเยาะเย้ย สิบห้านาทีไม่ถึง
ผมกลับเข้าไปในห้องทำงานของเจ้านาย
"ติดต่อได้หรือยัง" เจ้านายถาม
"ติดต่อได้แล้ว พวกเขาบอกว่า อาจจะมาสัปดาห์หน้า"
"สัปดาห์หน้า วันเฉพาะเจาะจงคือวันไหน"
"ผมไม่ได้ถามรายละเอียด"
"พวกเขาจะมากันกี่คน"
"โอ้...ท่านไม่ได้ให้ผมถามเรื่องนี้น่ะ"
"งั้นพวกเขาจะมาทางรถไฟหรือเครื่องบิน"
"นี่ท่านก็ไม่ได้บอกให้ผมถามสักหน่อย"
เจ้านายไม่พูดอะไรอีก ท่านโทรศัพท์เรียกจูเจิ้นเข้ามา
จูเจิ้นเข้ามาบริษัทฯหลังผมหนึ่งปี
ตอนนี้เป็นผู้ควบคุมรับผิดชอบแผนกหนึ่งไปแล้ว
เขาได้รับหน้าที่เหมือนกันกับผมที่ได้รับเมื่อสักครู่
เวลาผ่านไปครู่เดียว จูเจิ้นก็เดินกลับมา
"อ้อ...เป็นอย่างนี้" จูเจิ้นเริ่มรายงาน
"พวกเขาจะมาโดยเครื่องบิน เที่ยวบ่ายสามโมง วันศุกร์
จะมาถึงประมาณหกโมงเย็น เดินทางมาทั้งหมดห้าคน
นำคณะโดยฝ่ายจัดซื้อผู้จัดการหวัง"
"ผมบอกพวกเขาแล้วว่า ทางบริษัทฯเรา จะส่งคนไปรับ
นอกเหนือจากนี้ พวกเขาวางแผนตรวจสอบสองวัน
รายละเอียดเจาะจงเมื่อพวกเขามาถึงแล้ว
ค่อยปรึกษาหารือร่วมกันทั้งสองฝ่าย"
"เพื่อความสะดวกในการปฎิบัติงาน ผมขอเสนอจัดหาที่พักระดับอินเตอร์
ที่อยู่ใกล้กับบริษัทฯให้แก่พวกเขา หากท่านเห็นด้วย
พรุ่งนี้ผมก็จะจองห้องพักไว้ล่วงหน้า"
"นอกเหนือจากนี้ ยังมีอีกเรื่อง กรมอุตุฯ รายงานว่า สัปดาห์หน้าฝนจะตก
ผมจะคอยติดต่อสื่อสารพวกเขาตลอด หากมีสถานการณ์เปลี่ยนแปลง
ผมจะรายงานท่านทันที"
หลังจากจูเจิ้นออกไปจากห้องแล้ว
เจ้านายแตะไหล่ผม แล้วพูดว่า
"ตอนนี้ เรามาคุยถึงปัญหาของของเธอต่อ"
"ไม่ต้องแล้ว ผมรู้สาเหตุแล้วว่าเพราะเหตุใด รบกวนท่านมากแล้ว"
ผมเข้าใจแจ่มแจ้งแล้วว่า ไม่มีใครเกิดมาก็สามารถแบกรับ
ภาระหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่ ล้วนเริ่มจากความเรียบง่าย
เริ่มทำจากเรื่องเล็กๆที่เรียบง่าย
วันนี้ เธอติดแผ่นฉลากให้เธอเองเช่นไร อาจกำหนดตัดสินว่า
พรุ่งนี้เธอจะเป็นผู้ที่สมควรได้รับมอบหมาย ภารกิจที่ใหญ่ขึ้นหรือไม่
ระยะห่างของความสามารถ มีผลกระทบโดยตรงกับผลของชิ้นงาน
ไม่ว่าองค์กรใดบริษัทฯใด ก็ต้องการบุคคลที่ทำงาน ที่มีความสามารถ
ความรับผิดชอบต่อหน้าที่อยู่ในตัวตัวเอง
พนักงานที่มีความโดดเด่น ยอดเยี่ยม ล้วนไม่ต้องให้ผู้อื่นมาบอกมากล่าวว่า
จะต้องทำอะไรถึงจะขยับตัวทำ แต่จะทำความเข้าใจด้วยตนเองว่า
สมควรทำอะไร หลังจากนั้นทุ่มเทแรงกาย แรงใจ กระทำจนสำเร็จ
อ่านบ่อยๆนะครับ

Thursday, 16 October 2014

CHANEL N°5: The One That I Want - The Film : All story detail.




CHANEL N°5: The One That I Want - The Film : All story detail.

A woman, a destiny, a perfume. N°5 #theonethatiwant

The world's most desirable fragrance.

Discover more on http://chanel.com

With Gisele Bündchen, Michiel Huisman and Lo-Fang, directed by Baz Luhrmann. 

Soundtrack: Title: "You're The One That I Want" Album: Blue Film (4AD) Performed by Lo-Fang Written by John Farrar (Warner Unichappell Music/Sony)

 


CHANEL N°5 Set: The Film Behind the Film 

CHANEL reveals the making of the N°5 film with Gisele Bündchen, directed by Baz Luhrmann. In this chapter, Baz Luhrmann discusses the new N°5 story.

 

CHANEL N°5: The One That I Want - The Teaser

N°5 #theonethatiwant Discover more on http://chanel.com

With Gisele Bündchen and Michiel Huisman, directed by Baz Luhrmann.

 

CHANEL N°5 Set: The Director

CHANEL reveals the making of the N°5 film with Gisele Bündchen, directed by Baz Luhrmann. In this chapter, Baz Luhrmann explains his creative process.

 


CHANEL N°5 Set: The Locations

CHANEL reveals the making of the N°5 film with Gisele Bündchen, directed by Baz Luhrmann. In this chapter, the cast and crew travel from Fiji to Montauk to find the perfect setting.

 

CHANEL N°5 Set: The Song

CHANEL reveals the making of the N°5 film with Gisele Bündchen, directed by Baz Luhrmann. In this chapter, Baz Luhrmann describes how the radical remake of a classic song created a new narrative for N°5.

 

CHANEL N°5 Set: The Cast

CHANEL reveals the making of the N°5 film with Gisele Bündchen, directed by Baz Luhrmann. In this chapter, Baz Luhrmann explains why Gisele embodies today’s N°5 woman.

 

CHANEL N°5 Set: The Costume Design

CHANEL reveals the making of the N°5 film with Gisele Bündchen, directed by Baz Luhrmann. In this chapter, production designer Catherine Martin offers a glimpse into the film’s fashion, from the concept designs to the final pieces on set.

 

CHANEL N°5 Set: The Fragrance

CHANEL reveals the making of the N°5 film with Gisele Bündchen, directed by Baz Luhrmann. In this chapter, Baz Luhrmann reflects on the heritage of N°5 and how the fragrance became an icon.

Soundtrack: Title: "You're The One That I Want" Album: Blue Film (4AD) Performed by Lo-Fang Written by John Farrar (Warner Unichappell Music/Sony)

 

Tuesday, 23 September 2014

This Russian website shows stunning photos of what appears to be #Stonehenge being built.



เชี่ยแล้วไง !!! อึ้ง! สื่อรัสเซีย โชว์ภาพสโตนเฮนจ์ ถูกสร้างโดยมนุษย์
ไม่ใช่สิ่งมหัศจรรย์ของโลก

เว็ปของรัสเซียเผยแพร่ภาพชุดนี้ พร้อมแฉว่า "หินตั้ง" หรือ Stonehenge ของอังกฤษถูกสร้างขึ้นมาโดยรัฐบาลและทหาร อังกฤษเมื่อช่วงปี คศ. 1954-1958

{Be The Media) – This Russian website shows stunning photos of what appears to be #Stonehenge being built. The author provides a detailed information about how the British government/military built this new age cult site and speculates the fact that it may have actually built from scratch or at least remodeled. The author also contends it may be a replica of the original. The pictures are stunning nonetheless.

Link : http://unigang.com/Article/20304



Saturday, 6 September 2014

พาสปอร์ตรถ เล่มสีม่วง ขอทำเรื่องอนุญาตนำรถเข้าประเทศ คือ ไทย ลาว เวียดนาม เมียนมาร์ กัมพูชา มาเลเซีย และสิงคโปร์

พาสปอร์ตรถ เล่มสีม่วง ขอทำเรื่องอนุญาตนำรถเข้าประเทศ
ไทย ลาว เวียดนาม เมียนมาร์ กัมพูชา มาเลเซีย และสิงคโปร์


มาแล้วสำหรับคนที่ชอบขับรถออกนอกประเทศ เล่มนี้ 55 บาท
ไปได้ 7 ประเทศ โดยไม่ต้องขอทำเรื่องอนุญาตนำรถเข้าประเทศ
คือ ไทย ลาว เวียดนาม เมียนมาร์ กัมพูชา มาเลเซีย และสิงคโปร์

พาสปอร์ตรถ (เล่มสีม่วงดังตัวอย่าง) ซึ่งสามารถขอทำได้ที่ แผนกทะเบียนฯ กรมการขนส่งจังหวัดทุกจังหวัด การต่ออายุจะเป็นแบบปีต่อปี ค่าต่ออายุเล่มละ 25 บาท (หากหมดอายุไปแล้วไม่ต่อก็ได้หรือมาต่อใหม่ภายหลังก็ไม่เสียค่าปรับ)

เอกสารประกอบคือสมุดประจำรถตัวจริง ชื่อผู้ขออนุญาตกับผู้ครอบครองต้องเป็นคนๆ เดียวกัน หากเป็นคนละคนเช่น กรณีเอารถที่บ้านมาใช้หรือรถเช่าซื้อ (ติดไฟแนนท์)

ต้องมีหนังสือยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากเจ้าของรถว่าอนุญาตให้คุณสามารถนำรถออกนอกประเทศได้ (ป้องกันรถขโมย) รูปถ่ายไม่จำเป็นต้องเตรียมไปเพราะถึงอย่างไรเจ้าหน้าที่ก็ต้องถ่ายรูปให้คุณใหม่อยู่ดี

จากนั้นสามารถรอรับเล่มได้ภายในวันเดียวกันพร้อมกับพาสปอร์ตรถคุณยังจะได้ป้ายสติกเกอร์ตัว T (หมายถึง Thailand นั่นคือรถที่มาจากประเทศไทยนั่นเอง) มา 2 ใบ เอาไว้เพื่อติดกระจกรถของคุณทั้งด้านหน้า – หลัง

สอบถามได้ที่ สำนักงานขนส่ง ทั่วประเทศ

Thursday, 4 September 2014

คำไว้อาลัยงานพระราชทานเพลิงศพ นายแพทย์ สุรพล รักทุม


คำไว้อาลัยงานพระราชทานเพลิงศพ นายแพทย์ สุรพล รักทุม

ท่านเป็นหมอ ทำงานรักษาคนไข้.มาตลอดชีวิต

เปิดคลีนิคของตัวเอง ร่วมธุรกิจกับพอล-ภัทรพลเปิดบริษัทผลิตยา

และลงทุนกับยุรนันท์ ภมรมนตรี(คงรู้จักดี)เปิดคลีนิคสุขภาพ

เป็นที่ปรึกษาให้เหล่าดารา ไปฉีดสเตมเซลล์เพื่อรักษาสุขภาพชลอความแก่

มีลูกค้าเป็นดารามากมาย และเงินทองก็มีมากเช่นกัน

แต่กลับพบว่าตนเองป่วยเป็นมะเร็งที่ตับ และใช้เงินที่หามาทั้งชีวิตพยายามรักษาตัวเอง

ด้วยการไปผ่าตัดเปลี่ยนตับที่เมืองนอก กลับมาอยู่เมืองไทยได้ไม่นาน 

ตรวจพบมะเร็งรุกลามมาที่ปอด ก็ยังพยายามหาวีธีต่อสู้กับมะเรงร้ายเรื่อยมา

สุดท้ายก็ไม่อาจเอาชนะมันได้ท่านเสียชีวิตในที่สุด

ท่านฝากให้พวกเราทั้งหลายระลึกไว้ว่า

1. อย่าเอาแรงกดดัน มาเป็นแรงขับเคลื่อน ใช้ร่างกายจนเกินกำลัง เท่ากับทำร้ายร่างกาย

2. อย่าลืมว่าสุขภาพดี คือ ต้นทุน ร่างกายไม่แข็งแรง คุณจะใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้อย่างไร

3. อย่าเห็นชื่อเสียงและลาภยศเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต ชื่อเสียงลาภยศ เปรียบดังหมอกควัน สุดท้ายก็มลายสูญ

4. อย่าคิดว่าหมอจะช่วยชีวิตคุณได้ หมอที่ดีคือตัวคุณ ดูแลชีวิตดีกว่าให้ใครมาช่วยชีวิต

5. อย่าคิดว่าอุทิศให้แล้วจะต้องได้รับตอบแทนเสมอไป ให้อะไรกับใครอย่ารอให้เขาทดแทนบุญคุณ

6. อย่าคิดว่ารับราชการแล้วจะเหนือกว่าชาวบ้าน ถึงเวลาเกษียณก็ต้องเป็นชาวบ้านเหมือนเดิม

7. อย่ามองข้ามคนที่มีบุญสัมพันธ์กับคุณ เมื่อคุณตกอับ คุณจึงจะรู้ว่าใครบ้างที่ไปจากคุณ และตอนนั้นคนรู้ใจยิ่งหา

ยาก 

8. อย่าเห็นการทักทายของใครเป็นสิ่งน่ารำคาญ คนที่ส่งข้อความให้คุณเสมอเพราะคุณยังอยู่ในใจเขา

***คำถามที่น่าคิด***


คุณมีเงิน แต่คุณมีค่าไหม?

เรามักแสวงหาสิ่งที่เราคิดว่า มีค่ามากที่สุดในชีวิต

แต่สุดท้าย ทุกคนหนีไม่พ้นอนิจจัง

หมั่นคิดดี พูดดี ทำดี

คุณค่าของชีวิต สร้างได้โดยไม่ต้องใช้เงิน

Tuesday, 2 September 2014

ลูกรัก..ที่พ่อเขียนบันทึกช่วยจำฉบับนี้ให้ลูก มีเหตุผลอยู่ 3 ประการ


 
 
"เหลียงจี้จาง"
เป็นพิธีกรดังของ TVB ในฮ่องกง และเป็นนักเขียนด้วย บันทึกช่วยจำที่เขาเขียนให้ลูก ได้รับการเผยแพร่เป็นวงกว้าง นอกจากแสดงถึงความห่วงหาอาทร ที่พ่อมีต่อลูกเฉกเช่นคุณพ่อทั่ว ๆ ไป มุมมองของเขาบางเรื่อง (แบบสังคมฮ่องกง) แม้บางคนจะเคยประสบมาบ้าง เหมือนกัน แต่อ่านแล้วก็ยังอดอึ้งไม่ได้ เลยถ่ายทอดสู่กันฟัง...

ลูกรัก..ที่พ่อเขียนบันทึกช่วยจำฉบับนี้ให้ลูก มีเหตุผลอยู่ 3 ประการ คือ

1. สรรพสิ่งล้วนอนิจจัง จะมีชีวิตอยู่ได้อีกนานเท่าใดไม่มีใครบอกได้ พ่อจึงคิดว่าบางเรื่องพ่อน่าจะสั่งเสียไว้ แต่เนิ่น ๆ ย่อมจะดีกว่า

2. เพราะพ่อเป็นพ่อของลูก ถ้าพ่อไม่บอกลูก ไม่มีใครหรอกที่เขาจะบอกลูกแบบที่พ่อบอก

3. สิ่งที่พ่อบันทึกไว้นี้ ล้วนเป็นประสบการณ์อันแสนเจ็บปวด ที่พ่อได้เรียนรู้มา มันจะทำให้ลูก ไม่ต้องเสียเวลาไปเรียนรู้มันอีกในชีวิต ของลูก ขอให้จำสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ไว้ให้ดี

(1) คนที่ไม่ดีต่อเรา ไม่ต้องไปใส่ใจนัก ในชีวิตคนเราไม่มีใครมีหน้าที่ที่จะต้องมา ดีต่อเรา ยกเว้นพ่อกับแม่ของลูก สำหรับคนที่ดีกับลูก นอกจากลูกต้องหวงแหน และขอบคุณเขาแล้ว ยังต้องคอยระวังตัวไว้ด้วย เพราะคนเราทุกคนทำอะไรย่อมมีจุดประสงค์ เขาทำดีกับลูกใช่ว่าเขาจะทำเพราะชอบลูก เสมอไป ลูกต้องตระหนักจุดนี้ให้ดี อย่าเพิ่งรับเขาเป็นเพื่อนเร็วเกินไป

(2) ไม่มีคนที่ทดแทนกันไม่ได้ และไม่มีสิ่งใดที่ต้องมีให้ได้ ถ้าเข้าใจจุดนี้ หากวันใดคนข้างกายของลูกไม่ต้องการลูกอีกต่อไป หรือวันใดที่ลูกต้องเสียสิ่งที่รักที่สุดไป ลูกจะได้เข้าใจว่า นี่ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายอะไรเลย

(3) ชีวิตนี้แสนสั้น หากลูกยังใช้ชีวิตอย่างไม่เห็นคุณค่า พรุ่งนี้ลูกจะพบว่าชีวิตจะหลุดลอยไปไกลยิ่งขึ้น ดังนั้นยิ่งรู้จักถนอมชีวิตเร็ว เท่าใดเวลาที่ลูกจะได้รับความสุขจากชีวิตก็ จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้นหาความสุขเสียแต่วันนี้ ดีกว่านั่งหวังให้มีอายุยืนนาน

(4) ในโลกนี้ไม่มีเรื่องรักนิรันดร์กาล ความรักเป็นเพียงความรู้สึกชั่ววูบ โดยความรู้สึกนี้ย่อมเปลี่ยนไปตามกาลเวลาและอารมณ์ หากสิ่งที่ลูกรักมากที่สุดจากลูกไป ขอให้รอคอยอย่างอดทน ให้เวลาช่วยชะล้าง ให้จิตใจค่อย ๆ ตกตะกอน แล้วความทุกข์ของลูกจะค่อย ๆ จางหายไป... อย่าวาดหวังความรักให้สวยเกินไป และอย่าซ้ำเติมการอกหักให้ทุกข์เกินเหตุ

5. แม้ว่าคนหลายคนที่ประสบความสำเร็จ ในโลกนี้ไม่ได้เรียนมาสูง แต่ไม่ได้หมายความว่าหากไม่ขยันเรียนแล้วจะได้ดี ความรู้คืออาวุธ คนเราอาจสู้แล้วรวย แต่ไม่มีทางรวยได้ หากปราศจากอาวุธสู้

(6) พ่อจะไม่เลี้ยงดูครึ่งหลังของชีวิตลูก เมื่อลูกโตพอจนเป็นอิสระได้แล้ว พ่อก็หมดหน้าที่แล้ว หลังจากนั้นไป ลูกจะนั่งรถเมล์หรือจะนั่งรถเบ๊นซ์ จะกินหูฉลามหรือจะกินบะหมี่ข้างถนน ลูกต้องเลือกเอง

(7) ต้องทำดีต่อผู้อื่น แต่อย่าหวังว่าผู้อื่นต้องทำดีต่อเรา เราปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างไร มิได้หมายความว่าผู้อื่นก็จะปฏิบัติตอบต่อเราในแบบเดียวกัน ลูกต้องเข้าใจในข้อนี้จะได้ไม่หาทุกข์ใส่ตัว โดยไม่จำเป็น

(8) พ่อซื้อล๊อตเตอรี่มาตลอดชีวิต ยังยากจนเหมือนเดิม แม้แต่รางวัลเลขท้ายยังไม่เคยถูกเลย นี่เป็นบทพิสูจน์ว่า คนเราจะเจริญก้าวหน้าได้ ต้องขยันขันแข็งอย่างเดียวเท่านั้น  ในโลกนี้ไม่มีมื้อเที่ยงที่ไม่ต้องเสียตังค์ (No free lunch)

(9) ญาติ มิตร หรือสหาย ล้วนเป็นกันชาตินี้ชาติเดียว ฉะนั้นจงหวงแหนโอกาสที่ได้อยู่ด้วยกันและแสนมีค่านี้ เพราะในชาติหน้า ไม่ว่าท่านจะรักใครหรือชังใคร ท่านก็จะไม่มีโอกาสได้พบกันอีก

อย่าลืมส่งให้ลูกหลานดู 

Sunday, 31 August 2014

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยตัดสินการประกวดภาพถ่ายทั่วประเทศ ชิงถ้วยพระราชทานครั้งที่ 27 ภายใต้โครงการ “ภาพถ่ายแห่งแผ่นดิน ประจำปี 2557”


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยตัดสินการประกวดภาพถ่ายทั่วประเทศ 

ชิงถ้วยพระราชทานครั้งที่ 27 ภายใต้โครงการ “ภาพถ่ายแห่งแผ่นดิน ประจำปี 2557” 

โดยผลงานชื่อ “เพื่อนรัก” โดย นายจีรศักดิ์ ซุ่นไร้ 

ได้รับรางวัลถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พร้อมเงินรางวัล จำนวน 100,000 บาท

สรุปผลรางวัลภาพถ่ายแห่งแผ่นดิน ประจำปี 2557

ถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในหัวข้อ “แสงแดด”


Friday, 29 August 2014

#เรื่องดีมาก ทำไมต้องให้เด็กจบวิศวะจุฬาอย่างผมไปก่อผนัง เช่นเดียวกับคนงานพม่า ?

#เรื่องดีมาก ทำไมต้องให้เด็กจบวิศวะจุฬาอย่างผมไปก่อผนัง เช่นเดียวกับคนงานพม่า ?



เรื่องจริงของการทำงาน บริเวณออฟฟิศมีโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่อยู่
มีเด็กจบใหม่เข้ามาสมัครงาน ขณะสอบสัมภาษณ์

A: อยากได้เงินเดือนเท่าไหร่????

B: ขอแค่เริ่มต้นตามอัตราวิศวะจบใหม่ก็พอแล้วครับ

A: 12,000 บาท น่ะเหรอ????

B: ไม่ใช่ครับ ต้อง 15,000 บาท ครับ

A: ทำไมคุณคิดว่าคุณถึงสมควรได้รับเงินจำนวนนี้ล่ะครับ????

B: แหม่พี่ ผมจบวิศวะจุฬา เชียวนะครับ มาตรฐานมหาลัยผมก็รู้กันอยู่ว่าสูงขนาดไหน

A: ได้ งั้นผมจะให้คุณที่เดือน 18,000 บาทเลย แต่มีข้อแม้นิดเดียว

B: ข้อแม้อะไรเหรอครับ?????

A: คุณลองไปก่ออิฐผนังห้องแข่งกับคนงานพม่าให้ผมดูหน่อยสิ ถ้าวันนี้คุณทำได้สวย และก่อได้มากเหมือนเค้า ผมจะถึงให้เงินเดือนเริ่มต้นคุณ 18,000 บาท

B: โถ่ พี่ครับ เทียบกันได้ยังไง นั่นมันคนพม่า ผมวิศวะนะพี่

A: แล้วยังไง??? คุณลองไปทำดูก่อน ตอนเย็นผมค่อยตรวจหน้างานดูอีกที

... จนป่านนี้ ทุกครั้งที่เดินผ่านไซต์งาน ผมก็ยังเห็นไอ้น้องคนนี้ วัดระดับน้ำ กับถือเกียงเคาะปูนอยู่เลย

อยากได้เงินสูงๆ ต้องดูประสิทธิภาพของตัวเองด้วยว่าเราได้แค่ไหน
บางคนทำงานได้ดีกว่า แต่เค้าไม่สามารถเรียกร้องอะไรได้
เพียงเพราะเค้าไม่มีหลักประกันความสามารถไปโชว์ให้เจ้านายดูแค่นั้นเอง

บางคนจบสถาบันใหญ่ๆ มาก็ใช่ว่าจะเป็นไปซะทุกอย่าง
ชีวิตการทำงาน มันอยู่ที่หน้างานจริงๆ ไม่ใช่ในห้องเรียน

ประสบการณ์จะเป็นตัวคอยสอนให้เราเรียนรู้เอง ว่าควรจะทำอย่างไร
เมื่อเผชิญกับงานจริงๆ ไม่ใช่แค่ในหนังสือ #สปช.

ที่มา http://board.postjung.com/800633.html