Friday, 17 June 2016

#JRSKY #บทความจากรุ่นนี้สู่รุ่นต่อไป : ต้องอดทนมากๆ เพราะใช้ทั้งแรง กำลัง ตากแดดตากลม และก็ต้องทำงานตลอด เป็นฝ่ายที่มาก่อน กลับที่หลังตลอด เพราะต้อง เซทฉาก พร็อพ ให้พร้อมก่อนถ่าย ระหว่างถ่ายก็จะต้อง คอย รอคำสั่งว่าจะเปลี่ยนอะไรตรงไหนไหมพอถ่ายเสร็จ ก็ต้องเคลียร์เซ็ต เก็บของกลับเข้าโกดัง

#บทความจากรุ่นนี้สู่รุ่นต่อไป

ชื่อ-นามสกุล : กชกร ทองมา (JR.POP) มหาวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา

นักศึกษาฝึกงาน ปีการศึกษา 2558

ตำแหน่ง : Casting และ Art ฝึกงานตั้งแต่ 05 มกราคม 2559 – 29 เมษายน 2559

เป็นโอกาสที่ดี ที่Sky Exits รับเข้ามาฝึกงาน การได้เข้ามาฝึกงานที่นี่ตอนแรกก็กังวลมาก เพราะว่าเราก้าวเข้ามาสู่การทำงานจริงๆ เลยกังวลและก็กลัวว่าจะทำออกมาไม่ได้ดี กลัวทำพลาด กังวลทุกๆอย่างแรกๆเข้ามาเงียบมาก ทุกคนดูเงียบหรือบางคนอาจจะดูไม่แยแสเราสักนิดเลย แต่ก็สังเกตมาตลอด เห็นบางมุมใจดีของบางคนที่หลุดมาบ้าง แต่ก็พยายามใจดีสู้เสือ ยิ้มรับทุกเรื่องทุกคำพูดที่บางทีก็ทิ่มแทงใจเรา จนได้เห็นความเป็นมิตรของ พี่ๆ ในที่ทำงาน แรกๆก็คงไม่มีใครวางตัวถูกหรอก

เราแค่ต้องใช้เวลาทำความเข้าใจคนอื่นสักพัก แล้วจะเห็นสิ่งดีๆเอง เข้ามาฝึกงานในฝ่ายCasting ซึ่งเป็นฝ่ายที่ได้พบเจอผู้คนเยอะ เราจะได้รู้จักตั้งแต่ ช่างแต่งหน้า ทำผม โมเดลลิ่งต่างๆ นักแสดง และ Casting Directorคนอื่นๆด้วยความที่เราเจอคนเยอะๆ ปัญหาที่พบก็คือ การสื่อสาร ที่มักจะคลาดเคลื่อน อาจมีการเข้าใจผิดหรือเข้าใจไม่ตรงกัน กับงานที่จะต้องทำ

เพราะฉะนั้นวิธีแก้ปัญหา คือ การที่เราย้ำหรือทวนซ้ำอีกครั้งเพื่อความแน่ใจว่า ชัวร์นะ ตั้งใจฟัง และมีสติอยู่กับงานตลอดอีกปัญหาที่พบแน่ๆในการอยู่กับคนเยอะๆ เมื่อคนทุกคนไม่ได้เหมือนกันทั้งความคิด

การเป็นอยู่ ชีวิตที่แตกต่าง การออกกอง เราอาจจะเจอกับ นักแสดงที่เหวี่ยง หรือ เอ็กซ์ตร้าที่ไม่ค่อยเชื่อฟัง เพราะบางครั้งเค้าก็เห็นว่าเราเป็นแค่เด็กฝึกงาน วิธีแก้ปัญหาที่ได้ลองทำก็คือ อันดับแรกต้องใจเย็นๆ พยายามเข้าใจเค้าก่อนว่าที่เป็นแบบนี้เพราะอะไร

ถ้าเค้ามองเราเป็นแค่เด็กฝึกงาน ถ้าอย่างนั้นก็อย่าไปสั่งเค้า แต่อยากจะให้เป็นเพื่อนกับเค้าบอกเหมือนที่เพื่อนบอกกัน มันจะพูดง่ายกว่า ให้ความร่วมมือดีกว่า และเค้าก็จะกล้าถามเวลาสงสัยกับเรามากกว่าที่เราตะโกนสั่งๆ เวลาออกกองเป็นช่วงที่ดี สำหรับการเรียนรู้

เพราะเราจะได้เจอกับเหตุการณ์จริง เห็นการทำงานของแทบจะทุกฝ่าย ว่าเค้าทำงานกันยังไง ฝ่ายไหนทำอะไรบ้าง ได้เห็นความเป็นทีม ซึ่งการออกกองทุกครั้ง เราจะสนุกกับงานมากๆ ชอบที่ได้ทำนั่นทำนี่ วิ่งไปวิ่งมา เหนื่อยแต่สนุกมากๆ ถ้าได้มีโอกาสออกกองก็ขอให้ตักตวงไปเยอะๆและอย่าละเลยหน้าที่ตัวเอง

หลังจากที่ทำCasting มาได้สองเดือน ก็ได้ขอย้ายมาอยู่ ฝ่าย Art เพราะได้เห็นการทำงานและสังเกตงานของฝ่ายนี้มาตลอดเลยมีความรู้สึกว่าอยากลองทำดูบ้าง ซึ่ง Art เป็นฝ่ายที่งานค่อนข้างหนักมาก

ต้องอดทนมากๆ เพราะใช้ทั้งแรง กำลัง ตากแดดตากลม และก็ต้องทำงานตลอด เป็นฝ่ายที่มาก่อน กลับที่หลังตลอด เพราะต้อง เซทฉาก พร็อพ ให้พร้อมก่อนถ่าย ระหว่างถ่ายก็จะต้อง คอย รอคำสั่งว่าจะเปลี่ยนอะไรตรงไหนไหมพอถ่ายเสร็จ ก็ต้องเคลียร์เซ็ต เก็บของกลับเข้าโกดัง

การเข้ามาทำงานฝ่ายนี้แรกๆก็เกรงๆ เพราะก็กังวล เราไม่เคยทำ และงานก็ค่อนข้างระเอียด เข้ามาก็ไม่ค่อยรู้อะไร อาศัย คอยสังเกตเอาเอง เพราะงานเยอะ พี่เค้าอาจจะไม่ได้มีเวลามาคอยดูแลหรือมาคอยบอกอะไรเรา เวลาออกกอง เห็นอะไรช่วยได้ ช่วยหมด คอยไปถามพี่เค้าบ่อยๆว่ามีอะไรให้ทำไหม มีอะไรให้ช่วยไหม ทำงานฝ่ายนี้ต้องเร็ว เพราะเราต้องทำงานแข่งกับเวลา ต้องตื่นตัวตลอด ต้อง Strong คัตเตอร์บาดก็ต้องทนไว้ แล้วไปทำงานต่อ

ฝ่าย Art บางงานก็มีอิสระในการจัดวางหรือตกแต่งอะไรตามความคิดเราได้ ปัญหาของฝ่าย Art คือ เราจะเจอปัญหาเฉพาะหน้าที่รอให้เราแก้ไข จะเป็นไปตาม ปัจจัยต่างๆ เพราะฉะนั้นวิธีแก้ปัญหาที่ดี คือตั้งสติและจัดการทุกอย่างให้เร็วที่สุด ตลอดระยะเวลา 4 เดือน ที่ได้ฝึกงาน Sky Exits ที่นี่

ตอนแรกกะมาแค่อยากได้ความรู้ การทำงาน แต่กลับได้มากกว่านั้น ได้เพื่อนร่วมงานที่ดี ได้พี่ร่วมงานที่ดี ได้กินอาหารที่ดี ได้รู้จักลุงยามที่ดี ได้ร่วมงานกับผู้กำกับที่ดี อยากให้ทำงานด้วยความสนุกอย่าไปเครียดมาก

อยากให้ลองคิดว่าไม่ได้มาทำงานแต่เรามาทำเรื่องสนุกๆกัน แบบจริงจัง เพราะการที่เรากดดันตัวเองมากไป จะทำให้ทำอะไรออกมาได้ไม่ค่อยดี แถมยังเครียดอีก สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณ Sky Exits มากที่ให้โอกาส ทุกคำว่ากล่าวตักเตือน เป็นเรื่องที่ดี ไม่กี่คนที่จะมีคนมาบอกเราให้ได้รู้ถึงข้อผิดพลาดที่เราควรแก้ไขเพราะเมื่อเราแก้ไขแล้ว

คนที่จะดีขึ้นไม่ใช่คนที่มาบอก แต่เป็นเราต่างหาก Sky Exits เป็นมากกว่าที่ทำงาน ขอให้รุ่นต่อไปตั้งใจทำงานสนุกไปกับทุกปัญหาที่เข้ามา ไม่มีอะไรได้มาง่ายหรอก อย่าไปกลัวถ้าต้องเผชิญ วันหนึ่งถ้าเราผ่านมันไปได้ เราจะภูมิใจ ที่เราเลือกวิ่งเข้าใส่ มากกว่าที่จะวิ่งหนี สู้ๆ

#JRSKY #บทความจากรุ่นนี้สู่รุ่นต่อไป : การยอมรับความล้มเหลวเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโต แต่การยอมแพ้และย่ำอยู่กับที่ไม่มีการปรับปรุงแก้ไข คือการหยุดการเปลี่ยนแปลง และเราก็จะเป็นเหมือนเดิม นอกเสียจากว่า เราไม่ได้รักที่จะทำงานด้านนี้ มันก็ไม่มีประโยชน์ที่จะโกหกตัวเองต่อไป

#บทความจากรุ่นสู่รุ่น โดย น.ส.อรอุไร วิศิษฐ์ชัยชาญ (JR.MEW)

นักศึกษาฝึกงาน JR.SKY 01/2016

เป็นผู้ช่วยผู้กำกับอย่างไรให้ถูกใจผู้กำกับ...? 

จวนเวลาจะสิ้นสุดการฝึกงาน ก็พบว่าเราสามารถตอบคำถามนี้ได้แล้ว
ไม่มีทางเลยที่เราจะทำอะไรถูกใจใครไปเสียหมด นั่นเพราะเราเอาใจเราเป็นที่ตั้ง เรามีเหตุผลของเรา เราอ้างความรู้ของเรา เราเชื่อประสบการณ์ของเรา และเมื่อถึงเวลาที่เราต้องมาเป็นผู้ช่วยผู้กำกับทั้งที่ไม่เคยคิดมาก่อน

สิ่งแรกที่ทำก็ไม่ต่างกับมนุษย์ Gen Y อีกหลายคนที่ใช้อินเตอร์เน็ตหาข้อมูลแทนห้องสมุด แทนการถามผู้รู้ในวงการ แทนการปรึกษาใครสักคน เพราะโลกในอินเตอร์เน็ตทำให้เราไม่ต้องเผชิญหน้า แต่ตำแหน่งที่เรากำลังเข้ามาสัมผัส กลับพบคำตอบแล้วว่า...

นี่คืองานที่ต้องเผชิญหน้ากับผู้กำกับ และทีมงานทั้งกองถ่าย! หากจะถามว่าทำงานแบบไหนให้ผู้กำกับถูกใจ ก็ต้องเริ่มที่การ กำกับใจของตัวเองเสียก่อน...

การกำกับใจของตัวเองไม่ยากอย่างที่คิด เพียงไม่กี่วันแรกที่เริ่มงานเราก็เข้ากับสังคมใหม่ได้ ทั้งที่จริงๆ เราก็เหมือนคนทั่วๆ ไป ที่กลัวเข้าสังคมไม่ได้ กลัวเจอคนที่ยากจะทำความรู้จัก กลัวเจออคติตั้งแต่วันเริ่มงาน แต่เมื่อเดินเข้ามาที่นี่จิตใจมันก็โล่งขึ้นจากความกลัวไร้สาระพวกนั้น เรามองว่าทุกคนมีความเท่ากัน มองมารยาทเป็นเรื่องสำคัญ มองโต๊ะทำงานตรงหน้าว่ามีอะไรที่ต้องเรียนรู้อีกมาก และความอ่อนน้อมทำให้คนรอบข้างเราหลายๆ คนก็พร้อมจะเป็นครูให้กับเรา เท่านั้นแหละ...

จุดเริ่มต้นมันก็ดูง่ายไปหมด การปล่อยวางใจให้เป็นส่วนหนึ่งของสังคมใหม่ทำได้ไม่ยาก รอยยิ้มไม่ยากเกินกว่าจะมอบให้เพื่อนที่นั่งข้างๆ ปากไม่หนักเมื่อคิดจะทักทายใครสักคนที่เปิดประตูเข้ามา เสมอต้นเสมอปลายกับสิ่งเหล่านี้ มันก็ทำให้เรามีความสุขมากขึ้น แล้วความสุขในที่ทำงานนี่แหละที่จะเป็นแรงผลักดันให้งานออกมาดี

เมื่อการทำงานที่แสนวุ่นวายได้เริ่มต้นขึ้นใน 1 เดือนข้างหน้ามีงานถ่ายหนังโฆษณาติดต่อกัน 3 กองถ่ายเป็นอย่างน้อย เรา และเพื่อนนักศึกษาฝึกงานทุกคน ทุกแผนก ต่างก็มีหน้าที่ที่เราได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบ ในฐานะนักศึกษาฝึกงานผู้ช่วยผู้กำกับที่ได้รับมอบหมายให้รับ Job โดยตรง มันเป็นความกดดันที่บังคับว่า ถ้าทำออกมาได้ไม่ดี ก็อย่าทำเลยดีกว่า เพราะงานที่ออกมาไม่ดี ไม่ได้หมายถึงว่าเราโง่หรือฉลาดอย่างเดียว แต่หมายถึงความใส่ใจ และเราได้ทำเต็มที่สุดความสามารถแล้วหรือเปล่า

ผู้กำกับแต่ละคนมี Lifestyle แตกต่างกัน แต่มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือ ผู้กำกับต้องการกำกับหนังของเขาออกมาให้ดีที่สุดด้วยวิธีของตัวเอง และเขาสามารถทำได้โดยไม่ต้องมีผู้ช่วยผู้กำกับ เพราะฉะนั้น การเป็นผู้ช่วยผู้กำกับที่ดีและเก่ง คือการเป็นผู้แบ่งเบาภาระ ไม่ใช่เพิ่มภาระ

เราต้องเรียนรู้วิธีการทำงาน กระบวนการคิด ต้องเรียนรู้ที่จะปรับตัวให้ไวพอที่จะเป็นงานให้เร็ว รอบคอบทุกรายละเอียด เรียนรู้ที่จะซื่อสัตย์ต่อตัวเอง และอย่ายอมแพ้เมื่อเรารู้สึกว่าทำเท่าไหร่ก็ไม่พอ เพราะทุกคนที่เก่งกว่า พวกเขามีมูลค่าของเวลาและประสบการณ์มากกว่าเรา

การยอมรับความล้มเหลวเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโต แต่การยอมแพ้และย่ำอยู่กับที่ไม่มีการปรับปรุงแก้ไข คือการหยุดการเปลี่ยนแปลง และเราก็จะเป็นเหมือนเดิม
นอกเสียจากว่า เราไม่ได้รักที่จะทำงานด้านนี้ มันก็ไม่มีประโยชน์ที่จะโกหกตัวเองต่อไป 

ท้ายที่สุด ความใส่ใจนี่แหละสำคัญการทำงานไม่ว่าจะเป็นงานผู้ช่วยผู้กำกับ,Producer, Casting, Costume, Art, Post ทุกๆ ฝ่ายต้องร่วมกับผู้กำกับ ผลิตหนังโฆษณาชิ้นหนึ่งขึ้นมาอย่างขาดใครไปไม่ได้ ความใส่ใจในงานทำให้งานทุกชิ้นออกมาดีแน่นอนอย่างไม่ต้องสงสัย

การให้กำลังใจแม่ครัว, แม่บ้าน การให้ความเคารพยามของบริษัท ก็เป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีที่ไม่ควรมองข้าม

งานผู้ช่วยผู้กำกับจากประสบการณ์ที่ได้รับมาที่นี่ตลอด 4 เดือน เป็นเหมือนคำสอนของพ่อคนหนึ่งที่สั่งเสียก่อนส่งลูกไปใช้ชีวิตด้วยตัวเอง

ขอบคุณครอบครัวสกายในมุมดีๆ มากมายที่มอบให้มาเป็นความทรงจำ ขอบคุณสำหรับทุกอย่างค่ะ

 Written by JR.MEW / Date: 27-04-2016